เฮเฟเล่ ( Häfele) ร่วมงาน Interzum  2019 ณ เมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี งานแฟร์ที่รวบรวมเครื่องจักร เครื่องผลิตงานไม้ทุกรูปแบบ รวมไปถึงวัสดุทดแทน และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คนในวงการ เฟอร์นิเจอร์ และอินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ จากทุกมุมโลกเข้าร่วมงาน

ในปี 2019 นี้ เฮเฟเล่ ได้โชว์แนวคิดอัจฉริยะ พร้อมเครือข่ายดิจิทัลในโลกโมเดิร์นลิฟวิ่ง ที่ผสมผสานไปพร้อมกับโลกดิจิทัล ซึ่ง เฮเฟเล่ (Häfele) เป็นผู้นำตลาดโลกด้านเทคโนโลยีอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และระบบไฟแอลอีดี (LED) สำหรับเฟอร์นิเจอร์และห้องรูปแบบต่างๆ โดยนำมาโชว์ในงาน Interzum ภายใต้สโลแกน Thinking Ahead” เฮเฟเล่ ได้นำเสนอสีสันของนวัตกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจที่พร้อมวางจำหน่ายในตลาดให้ผู้บริโภคได้สัมผัส โดยเป็นการช่วยให้กลุ่มธุรกิจคู่ค้าในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และผู้ผลิตอุปกรณ์ตู้ รวมทั้งลูกค้าของเฮเฟเล่ตื่นตาตื่นใจภายในงาน

ครั้งนี้ เฮเฟเล่ ยังได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์คุณภาพยอดเยี่ยม Interzum Award 2019 กับผลิตภัณฑ์ใหม่ถึงสามรางวัลด้วยกัน ได้แก่ ระบบ Connect Mesh system ที่มาพร้อมกับเฟิร์มแวร์ สวิตช์ผนัง และรีโมตคอนโทรลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ Free Space อุปกรณ์บานพับดีไซน์เส้นสาย และ Easiness อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ  (เช่น พุกโลหะ มือจับ ตัวรองสกรู)  ซึ่งล้วนได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์คุณภาพยอดเยี่ยมทั้งสิ้น

และ ณ บูธของ เฮเฟเล่ ได้มีการโชว์นวัตกรรมระบบเครือข่ายดิจิทัลในห้องต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เพื่อยกมาเป็นประเด็นเกี่ยวกับกระแสในปัจจุบัน และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยผลิตภัณฑ์ของ เฮเฟเล่ มีความโดดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ อาทิ Loox5 ที่เป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 ของระบบไฟแอลอีดี และการเชื่อมต่ออัจฉริยะในโลกที่เน้นการเป็นสมาร์ทลิฟวิ่ง

 

นวัตกรรมสินค้าของ เฮเฟเล่ พร้อมวางตลาด บุกตลาดเฟอร์นิเจอร์โลก

อีกครั้งที่ Interzum เป็นพื้นที่นำเสนอวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่ให้เห็นว่าระบบเครือข่ายดิจิทัลจะดำเนินไปในทิศทางใดต่อไป เฮเฟเล่ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลจะเป็นสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และรูปแบบการใช้ชีวิต หากมันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์และมอบความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตให้กับผู้ใช้งานได้ ดังนั้น ระบบดิจิทัลจะต้องง่ายต่อการใช้งานจริง ทั้งในแง่ของการผสมผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์และในแง่ของฟังก์ชัน เฮเฟเล่ กล่าวว่าเมื่อใดก็ตามที่เรา “คิดไปข้างหน้า” ก็จะต้องมองหาความสะดวกง่ายดายเป็นหลัก หน้าที่ของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์จะต้องเน้นทั้งสองด้าน นั่นคือการผสมผสานและดิจิทัลซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจ

บนพื้นที่นิทรรศการขนาด 1,480 ตารางเมตร ทีมเทรดแฟร์นานาชาติของ เฮเฟเล่ ได้มีการสาธิตให้เห็นว่าแบรนด์เฮเฟเล่โฟกัสที่มาตรฐานชั้นสูงและยังทำให้เห็นว่าสามารถใช้งานได้จริง พร้อมทั้งยังทำให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ตื่นตัวอีกด้วย

บูธของ เฮเฟเล่ ในงานเทรดแฟร์ที่โคโลญนี้ สามารถนำเสนอแนวคิดระบบเครือข่ายดิจิทัล เทคโนโลยีเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ และแนวทางแบบผสมผสานได้อย่างประทับใจผู้เยี่ยมชมจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลากหลายและใหม่ล่าสุดมากมายที่นำมาจัดแสดง สื่อให้เห็นว่าโลกอัจฉริยะสามารถเกิดขึ้นได้จริงจากความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตอุปกรณ์ประกอบและอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์

“เมื่อสมาร์ทเฟอร์นิเจอร์โคจรมาพบสมาร์ทโฮม” เทคโนโลยี Häfele Connect Mesh ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นวิมานในอากาศที่งาน Interzum เมื่อสองปีที่แล้ว กลายเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย เฮเฟเล่ แสดงให้เห็นผ่านตัวอย่างของไมโครอพาร์ตเมนต์ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ และตัวอย่างห้องครัวที่มาพร้อมกับระบบไฟส่องสว่างและลำโพงที่ผสมผสานเข้าด้วยกันและควบคุมได้ด้วยสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอย่างง่ายดาย

 

Häfele Connect ระบบที่เติบโตตามการใช้งาน

เมื่อการใช้ชีวิตกลายเป็นระบบดิจิทัล กล่าวในอีกทางหนึ่งก็คืออุปกรณ์ ระบบ และแพลตฟอร์มเครือข่ายที่ต่างกันจะต้องสื่อสารภาษาเดียวกันเพื่อให้ชีวิตดิจิทัลนั้นง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ Häfele Connect นำอุปกรณ์ต่างๆ มาเชื่อมต่อกันและทำให้สามารถสื่อสารระหว่างกันได้ด้วยระบบตัวกลางที่สามารถเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆ เข้ามาในระบบได้ตามแต่ต้องการ โดยอาจใช้ชิป Häfele Connect  ซึ่งเป็นหัวใจของระบบ Häfele Connect Mesh หรือ Häfele Connect Hub เป็น “ตัวแปลงสัญญาณ” ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของเครือข่ายนั้นๆ เช่น เครือข่ายไร้สายสำหรับระบบไฟส่องสว่างของเฮเฟเล่ทั้งหมด ระบบของเฮเฟเล่ที่เชื่อมต่อกันกับอุปกรณ์ประกอบ การผสมผสานอุปกรณ์ภายนอกเข้ากับแพลตฟอร์ม และการเชื่อมต่อเข้ากับระบบอัจฉริยะภายนอกอื่นๆ

 

เพิ่มแสงสว่างให้กับเฟอร์นิเจอร์และห้อง

ใครก็ตามที่สนใจหาไอเดียใหม่ จะได้พบไอเดียเหล่านี้ที่บูธของเฮเฟเล่ อนาคตใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ด้วย Loox5 เจเนอเรชั่นใหม่ของผลิตภัณฑ์กลุ่มไฟแอลอีดี วางขายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2019 และล้ำยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มฟังก์ชันเทอร์โบชาร์จเจอร์สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื่อมต่อกับไฟส่องสว่างในห้อง Loox5 ให้แสงสว่างเพียงพอสำหรับงานออกแบบที่เน้นการใช้แสงสว่างซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งง่ายดายสำหรับการวางผัง การติดตั้ง และการควบคุม Loox5 ยังเป็นแนวคิดตั้งต้นให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์อัจฉริยะอื่นๆ ของเฮเฟเล่ อีกด้วย แอปพลิเคชั่น Häfele Connect Mesh ที่ใช้ในการควบคุมเครือข่าย Smart  Product ของเฮเฟเล่ รวมทั้งการเชื่อมต่อกับระบบภายนอกนั้นทำให้ทุกอย่างกลายเป็นจริงขึ้นมาได้

 

บริการครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์

เฮเฟเล่นำเสนอบริการชั้นเยี่ยมให้กับคู่ค้าด้วยความเชี่ยวชาญในกระบวนการทั้งหมดของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การวางแผน การผลิต ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์ เช่น ในงาน Interzum ผู้เยี่ยมชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้เครือข่ายควบคุมระบบแสงไฟส่องสว่างในห้องครัวที่ใช้ในชีวิตจริง นอกจากนั้น ยังมีเทคโนโลยีเฟอร์นิเจอร์มากมายที่กลมกลืนไปกับภาพรวมของห้องทั้งหมด ผ่านตัวอย่างการจัดแสดงห้องครัว 3 ห้อง รวมทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเฮเฟเล่

Nimbus ผู้บุกเบิกธุรกิจไฟแอลอีดี และน้องเล็กสุดในครอบครัวของเฮเฟเล่ พร้อมแล้วที่จะร่วมเป็นหนึ่งในดีไซน์เลิศหรู และขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์และถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้านไฟส่องสว่างในทุกพื้นที่ ทั้งรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงห้องที่หลากหลาย

 

ในงาน Interzum 2019 ครั้งนี้ เฮเฟเล่ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลต์อีกมากมาย

– เจเนอเรชั่นที่ห้าของ Loox กลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟส่องสว่างประเภทแอลอีดี ของเฮเฟเล่ โดย Loox5 นั้นเป็นระบบที่ถูกคิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมด ทำให้ง่าย เป็นระเบียบ และสอดคล้องกับการใช้งานมากขึ้น ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีแอลอีดีทั้งสี่เจเนอเรชั่นก่อนหน้า ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาได้จนสำเร็จในเจเนอเรชั่นที่ห้า Loox ตอบโจทย์ความต้องการระบบไฟส่องสว่างสำหรับเฟอร์นิเจอร์และห้องรูปแบบต่างๆ รวมทั้งระบบการเชื่อมโยงเครือข่าย ระบบดิจิทัล ที่มาพร้อมกับความเรียบง่ายและความยืดหยุ่นขั้นสุดที่กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในปัจจุบัน Loox นำเสนอความเป็นไปได้ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับระบบเครือข่ายดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชั่น Häfele Connect รวมถึงการเชื่อมต่อไปยังระบบเครือข่ายภายนอกอีกด้วย

– Designer lights by Nimbus เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เฮเฟเล่ ประกาศควบรวมบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านไฟแอลอีดีและระบบเสียงที่มีฐานผลิตในเมืองสตุทท์การ์ทอย่าง Nimbus และที่ Interzum ในครั้งนี้ Nimbus ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในพรีเซนเทชั่นของเฮเฟเล่โดยสมบูรณ์ นอกจากจะมีการจัดแสดงผลงานออกแบบแสงไฟในพื้นที่นิทรรศการแล้ว แบรนด์งานออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมนี้ยังฉายเสน่ห์ทุกตารางนิ้วภายในพื้นที่บูธอีกด้วย Nimbus และ เฮเฟเล่ คือสองแบรนด์ที่เคียงข้างกันและเติบโตไปด้วยกัน

– นวัตกรรมเร้าใจที่มาใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บานพับรุ่น Free Flap ของเฮเฟเล่ ที่เป็นอุปกรณ์บานพับนวัตกรรมใหม่ขนาดเล็กที่จิ๋วแต่ทรงพลังไม่มีใครเหมือน ด้วยดีไซน์กะทัดรัด Free Space ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้กับเฟอร์นิเจอร์มากกว่าบานพับรุ่นอื่นที่ได้รับความนิยมในเกรดเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตงานวิจัยอุปกรณ์บานพับที่พอดีกับขนาดของ iPad โดยอุปกรณ์รุ่นนี้มีขนาดเล็กมากพอที่สามารถติดตั้ง iPad เข้ากับตู้แขวนใดๆ ก็ตามได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกันก็ยังคงความแข็งแรงทรงพลังและยืดหยุ่นพอที่จะสามารถตอบสนองการใช้งานรูปแบบต่างๆ เช่น การพับลงเพื่อปิดตู้บาร์ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ อุปกรณ์นำเทรนด์ที่สอบผ่านฟังก์ชันการใช้งานในทุกรูปแบบนี้ยังจัดแสดงเป็นตัวต้นแบบ โดยจะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Interzum 2021 ต่อไป

– ผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ถูกพัฒนาขึ้นในกลุ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อเฟอร์นิเจอร์ Ixconnect ของเฮเฟเล่ ที่ช่วยให้สามารถประกอบเฟอร์นิเจอร์ตู้แขวนทั้งชิ้นได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือเป็นครั้งแรก และสามารถผสมผสานเข้ากับกระบวนการผลิตมาตรฐานตามปกติได้โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงใดๆ

– ชุดอุปกรณ์ลิ้นชักรางเลื่อน Matrix ของเฮเฟเล่ ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับการใช้งานทุกรูปแบบ ที่บูธเฮเฟเล่ มีการสาธิตรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ตั้งแต่ฟังก์ชันใช้งานพื้นฐานไปจนถึงระบบการใช้งานแบบไฮเอนด์

– ชุดตู้แขวน DressCode ซึ่งถูกออกมาแบบมาได้อย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวนั้น สามารถเพิ่มตู้เสื้อผ้าให้เข้าเซตกันได้ โดยทั้งชุดนี้มีพร้อมจำหน่ายตามประเทศต่างๆ แล้ว เซตทั้งหมดสามารถประกอบเข้าด้วยกันหรือแยกชิ้นได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วย ซึ่งช่วยลดเวลาในการประกอบได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิมที่ใช้สกรูเป็นตัวเชื่อม โดยตู้และชั้นเซตนี้มีตัวต่อเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับรางวัลเป็นหัวใจที่สำคัญของเซต

– Axilo ชุดฐานเฟอร์นิเจอร์ปรับได้แสนชาญฉลาดของเฮเฟเล่ ที่ประกอบด้วยแขนยกตู้แขวนผนังนั้น เพิ่งได้รับรางวัล Red Dot Award ไปสดๆ ร้อนๆ

– ขาโต๊ะรุ่น Officys มาในสีใหม่นำเทรนด์ล่าสุดคือดำกราไฟท์ ที่จะช่วยเพิ่มความโมเดิร์นให้บรรยากาศออฟฟิศเดิม พื้นที่กลาง หรือ Co-working Space ต่างๆ โดยไฮไลต์ของรุ่นนี้คือ Häfele Officys TE 651 ที่สามารถปรับความสูงของขาโต๊ะได้

– ชุดอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่สำหรับรถคาราวานที่จัดแสดงในรถคาราวานจำลองที่บูธของเฮเฟเล่ กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มาพร้อมกับ Loox ที่เป็นระบบไฟแอลอีดี และจุดชาร์จไฟฟ้าสำหรับสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาสำหรับรถคาราวานโดยเฉพาะ

– ชุดอุปกรณ์ตะแกรงโลหะสำหรับห้องครัวใหม่ล่าสุดที่มาจากการพัฒนาของแบรนด์นั้น ช่วยทำให้ภาพรวมของห้องครัว เฮเฟเล่ สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเติมเต็มความสุดยอดให้กับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเฮเฟเล่ พร้อมทั้งมอบคุณภาพชั้นเลิศในราคาที่จับต้องได้ ชุดตะแกรงโลหะมาในสีที่แมตช์กับลิ้นชักของเฮเฟเล่ และสามารถหาซื้อได้แล้วทั่วโลก

– มือจับเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในคอลเลกชั่น Häfele H19 ถูกออกแบบมาให้เข้ากับเทรนด์ล่าสุดในดีไซน์ซีรีส์ Textile, Nouveau Art Deco และ Cube ของเฮเฟเล่ โมเดลในซีรีส์ที่มีชื่อว่า “Textile” นั้นได้รับรางวัล Red Dot Design Award จากเทรนด์การออกแบบที่ไม่มีใครเหมือน เฮเฟเล่ได้กลายเป็นผู้นำเทรนด์ทั่วโลกในด้านอุปกรณ์มือจับเฟอร์นิเจอร์ โดยคอลเลกชั่น H19 นี้มีมือจับดีไซน์ใหม่ถึง 14 แบบ มาในขนาดหลากหลาย พร้อมกับสีและผิวสัมผัสที่ล้ำสมัย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer