WOK Station มาทำความรู้ัจักกับร้านอาหารตามสั่งที่สั่งตามใจเราได้จริงๆ เสียที

ความรู้สึกแรกของเราเมื่อได้รู้จักกับ WOK Station (วอค สเตชั่น) คือในที่สุดก็มีร้านอาหารตามสั่งที่ตอบโจทย์คนเรื่องเยอะอย่างเราสักที

ที่ไม่ต้องมานั่งเกรงใจและกลัวแม่ครัวแอบบ่นอีกต่อไปเวลาจะกินเมนูอย่างกะเพราหมูสับไม่ใส่ข้าวโพดกับถั่วฝักยาว/ไข่ดาวสุกแต่สุกไม่มาก/ไม่เอากระเทียม ผักชี ต้นหอม หรือข้อยกเว้นต่างๆ ที่หลายคนก็น่าจะเป็นเหมือนกัน

เพราะ WOK Station คือร้านอาหารตามสั่งเอเชียนสตรีทฟู้ดรูปแบบใหม่ ที่ดีไซน์รูปแบบการสั่งให้ลูกค้าเลือก หรือ ไม่เลือกใส่อะไรก็ได้ อย่างไร้ความกดดัน

แถมในอนาคตก็จะเพิ่มความหลากหลายของวัตถุดิบเพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพที่มีหลายสายไม่ว่าจะเป็นคีโต วีแกน หรืออะไรก็ตามแต่

ความน่าสนใจของ ร้านอาหารตามสั่งที่ทำตามใจคนกิน มากขนาดนี้ จึงนำพาเราไปสู่การพูดคุยเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ WOK Station กับหนึ่งในสี่ผู้ก่อตั้งอย่าง แอร์-ปรียาวรรณ ตันตสุรฤกษ์

ที่นอกจากกลยุทธ์การทำแบรนด์ เรายังพบกับอีกหนึ่งความเซอร์ไพรส์ในบทสนทนาว่านี่ไม่ใช่ร้านอาหารที่เกิดจากมือใหม่

เพราะก่อนที่จะมาหยิบจับตะหลิวของ WOK Station ทั้งสี่คือผู้ปลุกปั้นร้านอาหารเกาหลีสัญชาติไทยที่เป็นกระแสโด่งดังตั้งแต่ช่วงเปิดร้าน และกระจายอยู่ในโลเคชั่นที่เป็นทำเลทองกว่า 10 สาขาจนถึงปัจจุบันในนาม ‘ดัคกาลบี้’

Day 1

ก่อนจะพูดถึงที่มาที่ไปของ WOK Stationแอร์เท้าความให้เราฟังถึงเรื่องในอดีตให้เข้าใจก่อนว่าจริงๆ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ทั้ง 4 ซึ่งมีเธอ พี่สาว แฟนหนุ่ม และพี่ชายของแฟนหนุ่มต่างก็ไม่มีพื้นฐานด้านการทำอาหารหรือธุรกิจ

ตัวเธอและพี่สาวเรียนมาทางด้านครุศาสตร์เพื่อหวังเอาใบปริญญาไปต่อยอดกับธุรกิจของที่บ้านซึ่งเปิดโรงเรียน ส่วนฟากของแฟนหนุ่มก็เรียนมาทางด้านวิศวะ

แต่จุดเริ่มต้นของการเริ่มทำร้านอาหารจริงๆ มาจากช่วง 7 ปีก่อนหน้าที่ทั้ง 4 มีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ แล้วได้ลิ้มลองหนึ่งในเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ นั่นคือไก่ผัดกับซอสที่คนเกาหลีเรียกมันว่าดัคกาลบี้

จนเมื่อบินกลับมาที่ไทยแล้วอยากกินดัคกาลบี้อีกครั้ง แต่กลับไม่สามารถหากินได้ ทั้งสี่ก็เลยเปลี่ยนความอยากกินเป็นโอกาสทางธุรกิจ ลงขันกันเปิดร้านดัคกาลบี้สาขาแรกที่สยามสแควร์ฝั่งถนนอังรีดูนังต์

โดยใช้เวลาตั้งแต่พูดคุยจนถึงเปิดร้านเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็น 1 เดือนที่ทั้ง 4 ทำงานกันแบบทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่หยุดหย่อน

2 คนบินไปหาวัตถุดิบที่เกาหลี อีก 2 คนรับหน้าที่หาโลเคชั่นอยู่ที่ไทย โดยที่ในตอนนั้นใช้เกม The Sims ร่างแบบของร้านเพื่อเสนอให้กับ Landlord ดู

ในวันที่คนไทยเริ่มอิ่มตัวกับดัคกาลบี้ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ WOK Station

ทั้งความใหม่ของแบรนด์ที่ย้อนกลับไปในช่วง 7 ปีก่อนหน้ายังไม่ค่อยมีร้านอาหารเกาหลีเกิดขึ้นในไทยมากนัก บวกกับกระแสพ่อค้าแซ่บที่ช่วยดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามา

ดัคกาลบี้จึงกลายเป็นที่รู้จักในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนนำมาสู่การเติบโตและขยายสาขาตามโลเคชั่นซึ่งล้วนแต่เป็นทำเลทองของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสยามเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว หรือเซ็นทรัลพระราม 9

แต่ก็เป็นธรรมดาของทุกสิ่ง ที่หากกระแสหมดไปก็จะกลับมาสู่จุดเสถียรภาพ

เช่นเดียวกันกับดัคกาลบี้ที่แอร์ยอมรับกับเราตรงๆ เลยว่าในช่วงที่ผ่านมามีแบรนด์ร้านอาหารเกาหลีหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย นี่จึงเป็นธุรกิจที่เป็น Red Ocean จนทำให้เธอรู้สึกว่าดัคกาลบี้เริ่มถึงจุดอิ่มตัวของมันแล้ว

ซึ่งนอกจากผู้ก่อตั้งทั้ง 4 ดัคกาลบี้ยังเป็นธุรกิจที่ช่วยหล่อเลี้ยงปากท้องของพนักงานอีกหลายสิบชีวิตที่อยู่หลังบ้าน และหากเธอยังไม่ปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง สักวันหนึ่งจุดเสถียรภาพอาจเปลี่ยนเป็นกราฟขาลงก็เป็นได้

ประกอบกับในช่วงตอนเริ่มเปิดสาขาใหม่ๆ ที่ต้องลงทุนในเรื่องของอุปกรณ์ การจัดการ และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเอามารองรับการขยับขยาย ในเมื่อมีเครื่องไม้เครื่องมือและระบบที่ครบครันอยู่แล้ว เธอจึงเกิดความคิดที่ว่า

‘แล้วทำไมไม่เอาสิ่งที่มีอยู่แล้วไปต่อยอดเป็นร้านอาหารแบรนด์ใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงและทำให้องค์กรอยู่รอดต่อไปได้ล่ะ’

นี่เองคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ WOK Station ร้านอาหารตามสั่ง-เอเชียนสตรีทฟู้ดรูปแบบใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับสูตรลับทางธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร

Why WOK?

WOK คำที่คนไทยฟังแล้วอาจไม่คุ้นหูเท่าไร แต่คนจีนจะเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่า WOK คือการทำอาหารที่ใช้ไฟแรงๆ กระทะใบใหญ่ๆ เพื่อให้ความแรงของเปลวไฟทำให้รสชาติของอาหารเข้ารสและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

ส่วนเหตุผลที่ทำให้แอร์และหุ้นส่วนอีก 3 คนตัดสินใจแตกไลน์มาเป็นธุรกิจอาหารตามสั่งและสตรีทฟู้ด เพราะนี่คืออาหารที่เข้าถึงคนได้หลากหลาย และหากมองไปที่ต่างประเทศส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ร้านอาหารไทยที่เป็นแบบ Fine Dining หรือไม่ก็ข้าวราดแกงเท่านั้น

โดยสิ่งที่ทำให้ WOK Station แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปก็ไม่ได้มีแค่การสร้างแบรนด์ให้ดูทันสมัย เพราะยังรวมไปถึงการเข้ามาแก้ไข Pain point ของอาหารตามสั่งและสตรีทฟู้ดในเรื่องความสะอาด ได้มาตรฐาน และปรุงในครัวเปิดให้เห็นทุกขั้นตอนในการทำ

มีวัตถุดิบสดใหม่ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลายร้อยบาทให้เลือกใส่ไม่ว่าจะเป็นหมูสับหรือล็อบส์เตอร์ก็ตาม

ที่สำคัญคือ เป็นร้านตามสั่งที่คิดระบบมาได้ตามใจลูกค้าแบบสุดๆ อยากใส่หรือไม่ใส่อะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกังวลว่าเชฟจะแอบบ่นอยู่ในใจ

ร้านอาหารที่ตอบรับ Mega Trend อย่างรอบด้าน

WOK Stationนิยามตัวเองว่าเป็นร้านอาหารแบบ QSR หรือ Quick Service Restaurant เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ทำอะไรรวดเร็วมากกว่าแต่ก่อน

แต่ในความรวดเร็วนั้นก็ยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพของอาหารปรุงสดใหม่ทุกจาน ทั้งยังเป็นความเร็วที่ตอบกับเทรนด์สุขภาพอีกด้วยเช่นกัน

ซึ่ง Business Model ของ WOK Stationยังตอบรับกับ Mega Trend อย่าง Food Delivery ด้วยเช่นกัน สะท้อนได้จากสาขาทั้ง 3 แห่ง อย่างที่สนามบินดอนเมืองกับพื้นที่ 30 ตร.ม./สาขา Avenue เมเจอร์รัชโยธิน กับพื้นที่ 55 ตร.ม./และสาขา Flagship ที่เรานั่งพูดคุยอยู่ตรงนี้คือที่ 101 ทรู ดิจิทัล พาร์ค กับพื้นที่ไม่เกิน 100 ตร.ม.

จะเห็นได้ว่าแต่ละสาขามีพื้นที่ไม่มากเท่าไร ที่เป็นอย่างนี้นั่นเป็นเพราะ WOK Stationต้องการจะโฟกัสการขายผ่าน Delivery มากถึง 70% ส่วนอีก 30% เป็นยอดขายที่มาจากหน้าร้าน เพราะพวกเขาเชื่อว่าในอนาคตเรื่องของ Food Delivery จะเติบโตขึ้นมากกว่านี้อีกหลายเท่า

เตรียมขยายไปจีนในเวลาอันใกล้

3 สาขาในปัจจุบัน 10 สาขาในไทยภายในสิ้นปีนี้ และเตรียมขยายไปจีนอย่างแน่นอนในปีหน้า

เมื่อถามถึงโอกาสที่ทำให้คิดว่า WOK Stationจะเติบโตในจีน สิ่งที่แอร์ตอบกับเรามาก็คือ

“ทั้งจีนและไทยมีความเชื่อมโยงกันในเรื่องของอาหาร เราเห็นผัดผักบุ้งไฟแดงที่ใช้ไฟท่วมๆ ผัดกับกระทะเหล็กใบใหญ่ นั่นคือไม่ใช่อาหารที่มีรากฐานมาจากความเป็นไทยนะ เพราะอาหารไทยที่แท้จริงคืออาหารที่เน้นความประณีต ละเมียดละไม ดูอย่างอาหารชาววังสิ

ส่วนวิธีการผัดแบบไฟลุกๆ นั่นเกิดมาจากการประยุกต์ด้วยวิธีการผัดแบบ WOK จากจีน

ซึ่งจากที่แอร์ได้ลงไปสำรวจตลาดด้วยตัวเองอยู่บ่อยๆ แอร์คิดว่า WOK Stationมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เราเข้าไปด้วยรสชาติที่ถูกปากคน คอนเซ็ปต์ในการสั่งที่เข้าใจง่าย คืออยากใส่อะไรก็แค่กดเลือกลงไป แล้วจากการไปเปิดที่สนามบินดอนเมือง ปรากฏว่าเราได้ลูกค้าที่เป็นคนจีนจากสาขานี้เยอะมาก”

ส่วนในเรื่องของความเป็นไปได้ ต้องบอกว่า WOK Stationถือเป็นสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจาก CPF ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่ WOK Stationจะเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน เพราะมีผู้เชี่ยวชาญและรู้อินไซต์ในตลาดจีนเป็นอย่างดีอย่าง CPF มาเป็นพาร์ตเนอร์ในการทำธุรกิจ

ก้าวเร็วกว่าคนอื่นได้ แต่อย่าไปไกลมากกว่า 1 สเต็ป

“อย่างที่ได้เล่าไปตอนต้น ว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้แอร์กับทีมลุกขึ้นมาทำร้าน WOK Stationก็เพราะเราอยากกระจายความเสี่ยง ในวันที่มันเริ่มนิ่งถึงค่อยรู้ตัวว่าเราและทีมไม่สามารถยืนบนขาของดัคกาลบี้เพียงขาเดียวได้ ยังคิดเล่นๆ กันอยู่เลยว่าดัคกาลบี้ปรับตัวเร็วกว่านี้ มันคงจะเติบโตกว่านี้ไปได้อีกมาก

ตอนนี้เราก็เลยมีแพลนที่จะปรับเปลี่ยนหน้าตาของดัคกาลบี้บางสาขาใหม่ ภายใต้แบรนด์ที่ชื่อว่า DGB คือเปลี่ยน C.I. ของแบรนด์ใหม่หมดจนแทบไม่เหลือเค้าโครง พูดให้เห็นภาพถ้าดัคกาลบี้คือนิชคุณที่เป็นผู้ชายอบอุ่น DGB จะเป็น BLACKPINK เป็นสาววัยรุ่นที่มีความเปรี้ยวซ่าส์

และบทเรียนในอดีตก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไม WOK Stationถึงต้องคิดมาเพื่อรองรับอนาคต คิดไปไกลกว่าปัจจุบัน 1 สเต็ป แต่จะเร็วกว่าแค่ 1 สเต็ปเท่านั้นนะ เพราะแอร์คิดว่าถ้ามากกว่านี้มันจะเร็วไป แล้วคนก็จะปรับตัวไม่ทัน ไม่เก็ตว่าธุรกิจของเราคืออะไร”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer