ทีเอ็มบีเดินหน้ามุ่งตอบโจทย์ลูกค้า เน้น Get MORE with TMB

ทีเอ็มบีเดินหน้าตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า (Need-based) ง่ายและสะดวก (Simple & Easy) เพื่อให้ลูกค้า “ได้มากกว่า” (Get MORE with TMB) บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ชื่นชอบทีเอ็มบีจนต้องบอกต่อ

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีจะเดินหน้าเพื่อ Make THE Difference อย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์และไม่หยุดตั้งคำถามเพื่อทำในสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของลูกค้า (Need-based) ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ใช้ง่ายและสะดวก (Simple & Easy) สร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้บริการธนาคารที่ตรงกับรูปแบบการประกอบธุรกิจและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่ม “ได้มากกว่า” (Get MORE with TMB) และบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ นิยมใช้บริการของทีเอ็มบีเป็นธนาคารหลัก (Main Bank) อย่างเป็นประจำ มีความชื่นชอบในบริการของทีเอ็มบีจนต้องบอกต่อ โดยตั้งเป้าหมายขึ้นชั้นเป็นธนาคารที่ลูกค้าชื่นชอบและบอกต่อมากที่สุดในประเทศไทย (The Most Advocated Bank in Thailand) ภายในปี 2565

นายปิติกล่าวต่อไปว่า ผู้ใช้บริการธนาคารต้องการที่จะได้รับการดูแลที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการอย่าง  ตรงจุด เช่น ลูกค้าธุรกิจต้องการดำเนินธุรกิจได้ราบรื่นและเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ หมดความกังวลด้านธุรกรรมธนาคาร นอกจากนี้ลูกค้าก็ยังไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น ซึ่งในปัจจุบันธนาคารพบว่า     มีคนที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมธนาคาร คิดเป็นเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมทั้งมีความต้องการที่จะออมและลงทุนให้บรรลุเป้าหมายด้วยความง่ายและสะดวก ซึ่งทีเอ็มบีเป็นผู้ริเริ่มตอบโจทย์ที่ลูกค้าไม่เคยได้รับมาก่อน ให้ลูกค้าได้มากกว่า (Get MORE with TMB) ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ     ที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เช่น “Supply Chain Financing Solutions” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของลูกค้าธุรกิจ, บัญชี “TMB SME One Bank” บัญชีธุรกิจหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ,  บัญชี “TMB All Free” เพื่อใช้ทำธุรกรรมที่ไม่มีค่าธรรมเนียม และบัญชีเพื่อออม “TMB No Fixed” ที่ให้ดอกสูง มีความยืดหยุ่น ถอนเมื่อไรก็ได้ไม่กำหนดยอดคงเหลือขั้นต่ำในบัญชี และระยะเวลาการฝาก

นายปิติกล่าวว่า “ทีเอ็มบีจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำการเป็นธนาคารที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด (Need Based) ง่ายและสะดวก (Simple & Easy) ให้ลูกค้าได้มากกว่า (Get MORE with TMB) เมื่อมาใช้บริการของเราเป็นธนาคารหลักเป็นประจำ ซึ่งลูกค้าจะได้รับทั้ง สิทธิประโยชน์ที่มากกว่า (More Benefits), มีเวลาใช้ชีวิตมากขึ้นสำหรับเรื่องอื่นที่สำคัญ (More Time) และ มีโอกาสที่ดีเพิ่มขึ้น (More Possibilities)”

นายปิติกล่าวด้วยว่า เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทีเอ็มบีจะพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง พัฒนาช่องทางธนาคารและมอบประสบการณ์ที่        ไร้รอยต่อเพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้ง่ายใช้งานได้จริง และนอกจากนี้เราได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรในหลายส่วนเพื่อลดความซับซ้อนให้เป็นองค์กรแบบราบ (Flat Organization) มีระดับชั้นการบังคับบัญชาสั้นลงเหลือเพียง 5 ชั้น พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน และพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทีเอ็มบีมีความคล่องตัวฉับไวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า รวมทั้งการบริหารจัดการข้อมูล Big Data และนำข้อมูลที่มีอยู่มากมายให้สามารถนำมาใช้อย่างเป็นระบบและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะทำให้เราสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงใจลูกค้าอย่างแท้จริงได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังให้ความสำคัญกับการให้คืนสู่สังคม โดยนายปิติกล่าวว่า ทีเอ็มบียังคงจะดำเนินโครงการ ไฟ-ฟ้า เพื่อจุดประกายเยาวชนและชุมชนให้เปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป ตามแนวคิด Make THE Difference ซึ่งในปีที่แล้ว มีเยาวชนกว่า 150,000 คน และคนในชุมชนทั่วประเทศกว่า 50,000 คน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ โดยมีอาสาสมัครทีเอ็มบีทั่วประเทศกว่า 4,000 คน เข้าร่วมส่งต่อพลังแห่งการสร้างความเปลี่ยนแปลง และนอกจากนี้ ทีเอ็มบียังดำเนินกิจกรรม TMB | ING ParkRun เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและช่วยเปลี่ยนให้ผู้อื่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลนี้ได้ช่วยให้เด็กที่ป่วยด้วยโรคหัวใจได้รับการผ่าตัดแล้วกว่า 1,000 คน

ทางด้านนายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าลูกค้าธุรกิจจะเติบโตและมีความแข็งแกร่งได้โดยลูกค้าจะต้องได้รับโซลูชั่นที่ตอบโจทย์และมีที่ปรึกษาที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่งทีเอ็มบีไม่ได้มองเฉพาะธุรกิจของลูกค้าเองเท่านั้น แต่จะสนับสนุนให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า (More Benefits) ด้วย “TMB Supply Chain Financing Solutionsที่สามารถเชื่อมให้ลูกค้าและเครือข่ายคู่ค้าเติบโตไปทั้งระบบ ตั้งแต่การสนับสนุนการทำคำสั่งซื้อ-ขายและทำธุรกรรมธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล ให้ธนาคารเห็นข้อมูลการซื้อ-ขายเพื่อนำมาพิจารณาวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมสำหรับเครือข่ายของลูกค้าได้ รวมไปถึงลูกค้าเองสามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยวิเคราะห์การตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทีเอ็มบี ยังได้พัฒนา ดิจิทัล โซลูชั่น ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจบริหารจัดการธุรกรรมการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีเวลาไปทำสิ่งสำคัญเพื่อธุรกิจได้มากขึ้น (More Time) โดยปัจจุบัน พบว่าต้นทุนการจัดการเงินสด ไม่ว่าจะเป็นการนับ เก็บ และขนเงินสด อาจสูงถึง 1-2% ของยอดขายของแต่ละบริษัท การใช้ทีเอ็มบี ดิจิทัล โซลูชั่น ได้แก่ TMB QR for Business, พร้อมเพย์, โมบายล์แอปพลิเคชัน TMB Business TOUCH และระบบอินเทอร์เน็ต แบงก์กิ้งสำหรับลูกค้าธุรกิจ จะช่วยลดการบริหารเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังมีผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาและคู่คิดทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจและการลงทุน (More Possibilities) ทั้งภายในและต่างประเทศอีกด้วย”

ด้านลูกค้าเอสเอ็มอี นางสาวเทียนทิพย์ นาราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบีกล่าวว่า ”ทีเอ็มบีให้ความสำคัญเรื่องการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเอสเอ็มอีเป็นอย่างมาก โดยพบว่าปัจจุบันจำนวนเอสเอ็มอีไทยที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มีไม่ถึง 50%  โดยสาเหตุหลักคือ การขอสินเชื่อจากธนาคารมีความยุ่งยากจนไม่อยากจะเริ่มต้น หรือการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อก็ต้องใช้เวลา ไม่ทันต่อความต้องการของธุรกิจ รวมไปถึงการเดินบัญชีธุรกิจที่ไม่มีความต่อเนื่องและการมีหลักประกันที่ไม่เพียงพอ ทำให้ขอสินเชื่อได้ยาก ทีเอ็มบีจึงมีความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี ด้วยการยกระดับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ได้มากกว่า (More Benefits) ผ่าน “TMB SME WOW” ที่จะมอบคะแนนสะสมให้ลูกค้าเอสเอ็มอีในทุกธุรกรรมการเงิน ‘ยิ่งใช้ ยิ่งได้’ เป็นสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มจากการทำธุรกรรมตามปกติ ซึ่งตอบโจทย์ด้านธุรกิจ อาทิ สิทธิ์ในการเข้ารับอบรมสัมมนาเพื่อนำความรู้มาใช้ในการพัฒนากิจการ และสิทธิประโยชน์พิเศษในด้านการใช้บริการด้านโลจิสติกส์และการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์รวมทั้งสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ บัตรกำนัลจากศูนย์การค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ หรือโรงแรม

“ทั้งนี้ ทีเอ็มบียังมอบดิจิทัล แบงก์กิ้ง โซลูชั่น เพื่อเอสเอ็มอีให้คล่องตัวและมีเวลามากขึ้น (More Time) ด้วย “TMB Business TOUCH” โมบายล์แอปพลิเคชันแรกที่ออกแบบมาตอบโจทย์ของเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ ทำธุรกรรมการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้คู่กับ “TMB SME One Bank” บัญชีธุรกิจที่โอน รับ จ่าย ข้ามธนาคาร ข้ามเขต ได้ทันที ฟรีค่าธรรมเนียม ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่จำกัดจำนวนเงิน”

นางสาวเทียนทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เนื่องจากเอสเอ็มอีไทยต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันรอบด้าน จากสถิติเราพบว่าในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา  มีธุรกิจเกิดใหม่กว่า 70,000 รายต่อปี แต่มีเพียง 50% เท่านั้นที่ก้าวผ่านปีแรกไปได้ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี จึงมุ่งที่จะเป็นมากกว่าผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เราจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและการเงิน เพื่อช่วยต่อยอดธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้มีโอกาสเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง (More Possibilities) “ยิ่งใช้ ยิ่งเก่ง” ด้วย “TMB SME Advisory” ที่ให้ลูกค้าเอสเอ็มอีสามารถนัดหมายกับสาขาเพื่อขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของธนาคารผ่านทาง VDO Conference โดยเริ่มให้บริการแล้ว 15 สาขา และพร้อมจะขยายบริการเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต รวมทั้ง “โครงการ Lean Supply Chain by TMB” ที่สนับสนุนให้เอสเอ็มอีเพิ่มประสิทธิภาพทั้งซัพพลายเชนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งต่อยอดและสร้างผลลัพธ์ในเชิงธุรกิจได้จริง ส่งผลให้ เอสเอ็มอีสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งแม้ในภาวะการแข่งขันที่สูงและสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว โดยจากการอบรม 11 รุ่น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ทั้งซัพพลายเชนได้คิดเป็นมูลค่ากว่า 850 ล้านบาท”

นายรูว์ ไฮซแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลูกค้ารายย่อย ทีเอ็มบี กล่าวว่า ลูกค้าบุคคลที่ใช้ทีเอ็มบีเป็นธนาคารหลักอย่างเป็นประจำ (Main Bank) จะได้มากกว่า (Get MORE with TMB) เพราะทีเอ็มบีมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าทั้งในด้านการทำธุรกรรม การออม และการลงทุน โดยเราพบว่าในปัจจุบันยังมีคนไทยที่เสียค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมธนาคารเป็นมูลค่ารวมกันมากกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี และ 60% ของประชากรไทย หรือ 42 ล้านคน ไม่มีเงินออมเพียงพอที่จะใช้จ่ายอย่างสบายหลังเกษียณ  ทีเอ็มบีจึงคิดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพี่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า (More Benefits) จากการ “เลือกใช้ เลือกออม” ผ่านบัญชี “TMB All Free” กด โอน จ่าย ฟรี ไม่มีดอกจัน, “TMB TOUCH Mobile App” ทุกเรื่องเงิน ครบ จบ ในทัชเดียว และ “TMB No Fixed” ฝากไม่ประจำ ถอนได้ ดอกเบี้ยสูง และสามารถรับดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มเป็น 1.6% ในเดือนถัดไป เพียงแค่ใช้ “TMB All Free” อย่างน้อย 5 ครั้ง/เดือน ทั้งนี้ ลูกค้าบุคคลจะได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นไปอีก กับ “TMB WOWโปรแกรมสะสมคะแนน WOW จากการทำธุรกรรมเพื่อแลกรับของรางวัลที่หลากหลาย ภายใต้คอนเซปต์ ยิ่งใช้ ยิ่งว้าวด้วยรูปแบบ Gamification ยกระดับการทำธุรกรรมทางธนาคารให้มีสีสันมากขึ้น โดยเป้าหมายระยะยาวคือ ขยายฐานลูกค้าที่ใช้ทีเอ็มบีเป็นธนาคารหลักเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านคน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ และประโยชน์สูงสุดจากการใช้ และการออม กับ ทีเอ็มบี

นายรูว์กล่าวต่อไปว่า ธนาคารยังพบว่า 71% ของคนอายุระหว่าง 15-35 ปี ยอมเสียเวลาไปพบทันตแพทย์มากกว่าไปทำธุรกรรมกับธนาคาร ทีเอ็มบีเข้าใจในความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี จึงไม่หยุดนิ่งที่จะหาวิธีช่วยให้ลูกค้าที่ใช้ทีเอ็มบีเป็นธนาคารหลัก มีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญในชีวิตมากขึ้น (More Time) ด้วย “TMB TOUCH Mobile App” ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีออนไลน์ แบ่งชำระยอดบัตรเครดิต จ่ายบิล เติมเงิน โอนต่างธนาคาร สมัครและใช้บริการพร้อมเพย์ เช็คยอดเงินทันใจ บริหารบัญชีออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ซื้อขายกองทุนรวม รับเงิน และจ่ายเงินด้วย QR Code รวมไปถึงบริการสะสมคะแนน WOW จากการทำธุรกรรม เพื่อแลกของรางวัลที่ตรงใจตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทั้งนี้ เป้าหมายระยะยาวของทีเอ็มบีคือ ทำให้ลูกค้าของทีเอ็มบีได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการทำธุรกรรมออนไลน์ ผ่าน TMB TOUCH Mobile App โดยจะเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้งานจากในปัจจุบัน 35% เป็น 75% ของจำนวนลูกค้าที่แอคทีฟทั้งหมด”

นายรูว์ กล่าวต่อไปอีกด้วยว่า ทีเอ็มบียังทุ่มเทกับการตอบโจทย์ด้านการลงทุนของลูกค้า โดยได้พบว่า ประชากรของไทยเพียง 5% เท่านั้นที่มีการลงทุนกับกองทุนรวม ทีเอ็มบีจึงได้ยกระดับบริการด้านการลงทุนด้วย “TMB Advisory” เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า (More Possibilities) ด้วยการเปิดเสรีภาพด้านการลงทุนให้ลูกค้าทุกคนเข้าถึงความมั่งคั่งด้วยกองทุนตัวท็อปจาก 8 บลจ. ชั้นนำ คัดสรรมาให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ครบจบในที่เดียว พร้อมบริการให้คำแนะนำจัดสรรสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) โดยร่วมมือกับ Amundi ที่ปรึกษาการลงทุนระดับโลก และเพิ่มช่องทางการให้บริการที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่หลากหลายตรงกับความต้องการของลูกค้า เป็นบริการที่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปี 2561 ธนาคารเชื่อมั่นว่า การยกระดับบริการด้านการลงทุน TMB Advisory นี้จะสามารถตอบโจทย์ของลูกค้า ให้ลูกค้าเข้าถึงความมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง ง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องอีกปีหนึ่ง โดยเป้าหมายระยะยาวคือ ยกระดับบริการการลงทุนด้วย TMB Advisory เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของทีเอ็มบีเข้าถึงความมั่งคั่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว