ชวาร์สคอฟ-ลอรีอัล เปิดศึกร้านทำผม ระลอกใหม่

 ศึกร้านทำผม

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในโลกของคอนซูเมอร์ว่าหนักแล้ว การแข่งขันในโลกของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะระดับโปรเฟสชันแนลในร้านซาลอน ร้านเสริมสวยก็หนักไม่แพ้กัน

 

ตลาดเส้นผมซาลอนเติบโตครั้งแรกในรอบหลายปี

ในวันนี้ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในกลุ่มโปรเฟสชันแนล มูลค่า 4,000 ล้านบาท คาดการณ์ปีนี้จะเติบโต 5% และเป็นปีแรกในรอบหลายๆ ปีหลังจากที่ตลาดมีการเติบโตจากที่ทรงตัวมานาน

ธีรศักดิ์ ไตรทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล (ประเทศไทย) เคยฉายภาพไว้ว่าการเติบโตของตลาดโปรเฟสชันแนลในปีนี้มาจากมูลเหตุ 3 ประการ ได้แก่

1.การขยายตัวของร้านเสริมสวย จาก 30,000 ร้านทั่วประเทศ เป็น 40,000 ร้าน

2.ผู้บริโภคใช้บริการในร้านทำผมมากขึ้น จากสภาพคล่องทางการเงินที่เริ่มกลับมาคล่องมือ โดยผู้หญิง เข้าร้านทำผมเพื่อสระไดร์ 2-3 วันต่อครั้ง /ทำสีผม ทุก 3 เดือน /ทำสีผมปิดผมขาวทุก 3 อาทิตย์-1 เดือน /ดัดผม 6 เดือน -1 ปี ส่วนผู้ชาย นิยมเข้าร้านทำผม 1-2 เดือนต่อครั้ง

และ3.ร้านเสริมสวยบางร้านเห็นถึงประโยชน์ในการเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์โลคอลแบรนด์จากไทย และจีนมาใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของอินเตอร์แบรนด์ โดยที่ผ่านมาสัดส่วนผลิตภัณฑ์โลคอลแบรนด์มีสัดส่วน 50% อินเตอร์แบรนด์ 50% ในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผมโปรเฟสชันแนลทั้งหมด

แต่ถ้าแยกย่อยออกไปเป็นเซ็กเมนต์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ โปรเฟสชันแนลแบ่งเป็น 4 เซ็กเมนต์หลักๆ ได้แก่

1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำสีผม มีสัดส่วน 35% ของตลาดรวม เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาด และยังเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จากคนไทยนิยมทำสีผมเพื่อเสริมบุคลิก และปกปิดผมขาว

ซึ่งอนาคตตลาดทำสีสำหรับปิดผมขาวจะมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ จากอัตราการเพิ่มสูงขึ้นของประชากรสูงวัยในประเทศไทย

2.ผลิตภัณฑ์ดัดมีสัดส่วนประมาณ 30% เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตรองลงมาจากผลิตภัณฑ์ทำสีผม ซึ่งการเติบโตนี้มาจากพฤติกรรมคนไทยโดยเฉพาะผู้ชายนิยมดัดให้ผมมีวอลุ่มผมตามสไตล์เกาหลีมากขึ้นถึง 50% จากในอดีต

3.กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยายืดผมเป็นกลุ่มที่เติบโตลดลงจาก 40% ในหลายปีที่ผ่านมา เหลือเพียง 29% จากพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนความเชื่อว่าผมที่ผ่านการยืดจะตรงสวยมีน้ำหนัก และทำให้ผู้หญิงผมตรงหลายคนหันไปยืดผมเพราะต้องการให้ผมมีน้ำหนักมากขึ้น

4.ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลเส้นผม หนังศีรษะและผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม 6% เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนน้อยที่สุดในตลาด

โปรเฟสชันแนลแข่งขันเอาใจช่างทำผม

ในวันนี้ตลาดโปรเฟสชันแนลแม้จะมีคู่แข่งเป็นค่ายยักษ์ใหญ่ไม่กี่ราย โดยมีผู้แข่งขันรายใหญ่คือ ลอรีอัล โปรเฟสชันแนลเป็นเบอร์ 1 ในตลาด ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล ที่เป็นเบอร์ 2 ที่ก็ขับเคี่ยวกันอย่างตาต่อตาฟันต่อฟันในการเทคแคร์ดูและร้านทำผมและช่างทำผม

ตลาดนี้จะรอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าของร้านและช่างทำผมที่จะหยิบผลิตภัณฑ์ไหนมาใช้ หรือเชียร์อัพให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากค่ายไหน เพราะร้านทำผมส่วนใหญ่จะมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายไม่จำกัดเพียงแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง

เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่เมื่อเข้าใช้บริการร้านทำผมจะไม่ระบุแบรนด์ผลิตภัณฑ์ และไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ช่างทำผมทำให้นั้นเป็นของแบรนด์อะไร แต่จะเลือกเกรดของผลิตภัณฑ์จากระดับราคาที่ช่างทำผมตั้งไว้ เช่นดัดน้ำยา 3,000 บาท ดัดน้ำยา 5,000 บาท เป็นต้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะผู้บริโภคไม่ทราบถึงความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในแต่ละตัว แต่จะมองที่ผลลัพธ์ของการทำผม และความพึงพอใจในบริการของช่างทำผมและร้านทำผมแต่ละร้านมากกว่า

ความสำคัญของการแข่งขันในตลาดนี้ นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ Positioning ของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของร้านทำผมแล้ว ยังต้องรวมถึง Relation Ship ที่ดีกับเจ้าของร้าน และช่างทำผม ในแง่การให้ความรู้ในเทคนิคการทำผมผ่านกิจกรรมต่างๆ  รวมถึงพาร้านทำผมที่มียอดการสั่งซื้อตามเป้าไปดูงานในต่างประเทศเพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ

การขยายเครือข่ายร้านเสริมสวยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ด้วยการคัดเลือกร้านเสริมสวยที่มีโพเทนเชียล เช่น ร้านที่มีช่างในร้านมากกว่า 2 คน และเก็บค่าบริการทำสีมากกว่า 1,000 บาท  เพื่อส่งทีมเซลล์ไปแนะนำผลิตภัณฑ์ในร้านเสริมสวย

และเชื่อมสัมพันธ์กับร้านค้าส่ง ซึ่งเป็นร้านที่ส่วนใหญ่ร้านทำผมรายย่อยจะเข้าซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงแนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับร้านเสริมสวยร้านเล็กๆ ที่มีอยู่จำนวนมหาศาลในประเทศ เป็นต้น

ลอรีอัล ผู้นำด้านพรีเมียม-แมส

การเป็นเบอร์ 1 มาอย่างยาวนานในประเทศไทยของลอรีอัล นอกเหนือจากกลยุทธ์การตลาดเข้าถึงร้านค้าและกิจกรรมการตลาดต่างๆ รวมถึงการสะสมยอดสั่งซื้อแลกกับการดูงานและท่องเที่ยวในต่างประเทศเหมือนกับแบรนด์อื่นๆ แล้ว

ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล มีความได้เปรียบตรงภาพลักษณ์แบรนด์จากการนำแบรนด์ เคเรสตาส (Kerastase) ที่ ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่มีจุดเด่นด้านการบำรุงผม เข้ามาทำตลาดภายใต้ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล ทำให้ร้านทำผมระดับไฮเอนด์นิยมนำเคเรสตาสเข้ามาให้บริการลูกค้า เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับร้าน

นอกจากนี้ ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล ยังใช้เฟซบุ๊กเพจ L’Oréal Professionnel Thailand เป็นเครื่องมือในการอัพเดทเทรนด์ทรงผมใหม่ๆ พรีเซ็นต์ผ่านพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง สื่อให้เห็นถึงความเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นด้านผม ให้ช่างทำผมและบุคคลทั่วไปเข้ามาอัพเดทเทรนด์ได้ง่ายๆ  และดึงดูดบุคคลทั่วไปเข้ามาชม เพื่อนำสิ่งที่เห็นจากการอัพเดทเทรนด์เหล่านี้ไปบอกกับช่างทำผมอีกที

 

ชวาร์สคอฟเปิดเกมขับเคี่ยวด้วย 2 แบรนด์ใหม่

ในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ กลุ่มโปรเฟสชันแนลในประเทศไทย ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเบอร์ 2 ไล่ตามเบอร์ 1 อย่างลอรีอัล โปรเฟสชันแนลมาอย่างยาวนาน

การเป็นเบอร์ 1 ในตลาดแซงหน้าลอรีอัลไปได้นั้นคือความท้าทายของ ธีรศักดิ์ ไตรทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล (ประเทศไทย) โดยเขาวางเป้าหมายไว้ว่าจะสามารถขึ้นเป็นเบอร์ 1 ภายในปี 2566 หรือ 5 ปีนับจากนี้

การเป็นเบอร์ 1 ได้นั้น ธีรศักดิ์ มั่นใจว่าส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์ในการซื้อลิทธิ์แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอันดับต้นๆ ของโลกเข้ามาทำตลาดภายใต้เครือข่ายของ ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล เพื่อขยายพอร์ตฟอลิโอให้กว้างและครอบคลุมที่สุด

ล่าสุดชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล บริษัทแม่ไปซื้อสิทธิ์แบรนด์ Joico และ Zotos จากชิเชโด ทำตลาดในเอเชียและอเมริกาใต้ จาก3 ปีที่ผ่านมาชวาร์สคอฟ เคยซื้อผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมแบรนด์Sexy Hare และ แบรนด์ Pravana ที่โดดเด่นในกลุ่มทำสีผมสีแรงๆ มาทำตลาดก่อนหน้านั้น

การซื้อ 2 แบรนด์นี้เข้ามาทำตลาด ธีรศักดิ์ เชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับกลุ่มชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล และค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นเบอร์ 1 ได้ไม่ยาก และทำให้ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล ขึ้นส่วนแบ่งอันดับหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์สี และผลิตภัณฑ์ดัด แซงหน้ากลุ่ม ลอรีอัล ได้ในปีนี้

เพราะในประเทศไทย Joico และ Zotos คือเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ที่มี Positioning ที่แตกต่างกัน โดย Joico โดดเด่นในเรื่องของสีทำผมกลุ่มกึ่งแฟชั่น ส่วน Zotos โดดเด่นเรื่องน้ำยาดัดที่คงความเป็นเบอร์ 1 ในตลาสดน้ำยาดัดมานานกว่า 30 ปี และสีทำผมสีเรียบๆ ที่มีบุคลิกเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนชวาร์สคอฟ ผลิตทำสีจะเน้นความเป็นแฟชั่น

สำหรับการตลาดในปีนี้ ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล ให้ความสำคัญกับการโปรโมท Joico และ Zotos ผ่านการสร้างความรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ผ่านผู้ทรงอิทธิพลในวงการช่างทำผมให้เป็นกระบอกเสียง และแนะนำเทคนิคการทำผมจากผลิตภัณฑ์ Joico และ Zotos

รวมถึงให้ความรู้ช่างทำผมผ่านแอปพลิเคชั่น House of Color สำหรับช่างทำผม และ Essential Look สำหรับอัพเดทแฟชั่น และสร้างแรงบันดาลใจให้กับช่างทำผมอีกด้วย

 

อ่านคอนเทนต์อื่นๆ เพิ่ม Marketeeronline.co


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer