เวลากาแฟ โดย วิรัตน์ แสงทองคำ

เวลากาแฟ ณ ที่ใดๆ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ทว่าบางครั้งบางคราว กระตุ้นจินตนาการเตลิดไปไกลทีเดียว

โดยเฉพาะ ณ คาเฟ่อิสระ ไม่เพียงแค่ตื่นเต้นเป็นพิเศษ ที่ที่มีเรื่องราวผู้คนกับช่วงเวลาครุ่นคิด สนทนา แลกเปลี่ยน-ผนึกพลัง ความรู้ และความเชื่อ… หากมีภาพ “ชิ้นส่วน” เล็กๆ ที่น่าทึ่ง แต้มแต่งสีสัน ให้เรื่องราวคลี่คลาย บางมิติมีพัฒนาการเป็นภาพใหม่ๆ เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน

ดังเรื่องราวประหนึ่งบทพากย์พิสดาร “เวลากาแฟ ล่องใต้” (โปรดชมคลิปประกอบ)  

“ล่องใต้” ครานี้ แตกต่างจากปีก่อน แม้ในช่วงเดียวกัน-ฤดูกาลเขียวชอุ่ม ชุ่มฉ่ำ อุดมไปด้วยพืชผักและผลไม้ จากท่องเที่ยวแบบ Slow life ใช้เวลาเกือบทั้งคืนในตู้นอนรถไฟ (รถไฟไทยยังคงวัตรปฏิบัติ…ชีวิตยังช้าไม่พอ ขาไปแถมให้เกือบ 2 ชม.) มาเป็นสายการบิน Low cost ตั๋วราคาถูกกว่าตู้นอนรถไฟชั้น 1 ซึ่งตรงเวลา ไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึงจุดหมาย

จากบนฟ้าในวันฟ้าเปิด พอมองเห็นเส้นทางบินเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ เมื่อผ่านชุมพร พื้นแผ่นดินด้านล่างดูเขียวครึ้มมากขึ้น ไม่แน่ใจว่าเป็นพืชเศรษฐกิจใด แต่พอคาดเดาได้ คงเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ของยางพารา-ปาล์ม ขณะที่จินตนาการไปถึงกาแฟอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยเชื่อมโยงกับตำนานกาแฟไทย ซึ่งเริ่มขึ้นที่นี่มานานก่อนที่ใด คาดว่าพื้นที่เพาะปลูกคงจะลดลงไปมากแล้ว จนผู้คนผู้คุ้นเคยกับคาเฟ่ยุคสมัย คิดว่ามีแต่กาแฟภูดอยภาคเหนือ

ครั้งที่แล้วมีเวลาแค่ลิ้มลองกาแฟพื้นๆในสวนสละ ครานี้ตั้งใจใช้ “เวลากาแฟ@คาเฟ่” ให้มากขึ้น ด้วยเชื่อว่า คาเฟ่ คือที่ที่เป็นหมุดหมายปลายทางซึ่งสามารถจินตนาการ ย้อนรอย กลับไปยังวงจรอันบรรจบเชื่อมต่อเป็นภาพใหญ่ ภาพใหม่

อย่างที่ได้สัมผัส  พอจะจับชีพจร สะท้อนกระแสได้ว่า ภาพคาเฟ่แดนใต้ เคลื่อนไหวคึกคัก เดินหน้าไปไกลเช่นกัน

เราดั้นด้นไปยังต้นธารชุมทางแม่น้ำตาปี อาณาบริเวณ อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดน “ขุนเขาแห่งป่าฝน” ท่ามกลางเทือกเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน ด้วยภูเขาหินปูนยอดแหลมระเกะระกะท่ามกลางผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดภาคใต้ สลับฉากกับการสัมผัสวิถีเมือง ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ดูเป็นภาพจำลองกรุงเทพฯ อย่างสมจริงมากกว่าหัวเมืองใหญ่ใดๆ ในประเทศ เมืองซึ่งเติบโตมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม จากจุดเชื่อมเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ถึงสุดแดนใต้และข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย ใน หาดใหญ่-เมืองเก่าได้ก้าวสู่ยุคใหม่ ในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและจุดเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้

คาเฟ่ยุคสมัยกับหาดใหญ่ ย่อมสัมพันธ์กันมิพักสงสัย ทว่าใครจะคาดว่า ณ เส้นทางขุนเขาแห่งป่าฝน ก็เป็นเช่นนั้นด้วย

ที่แห่งหนึ่ง พยายามเปิดตัวให้โดดเด่น มองเห็นแต่ไกลพอสมควร  ริมเส้นทางยานยนต์ไม่พลุกพล่านแต่มักทำ “เวลากาแฟ” ที่นั่นเดินไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพร  อีกแห่งซ่อนตัวอยู่ในเมืองซึ่งจราจรจอแจ ครั้นเมื่อเข้าถึงเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ค่อนข้างเงียบสงบ บรรยากาศ ”เวลากาแฟ” จึงเป็นไปอย่างที่ควร

ทั้งสองเป็น “ชิ้นส่วน” ภาพสะท้อนคาเฟ่ยุคสมัยแห่งภาคใต้เพิ่งปะทุ ปะทะขึ้นเมื่อ 3-4 ปี ตามกระแสในเมืองใหญ่และหัวเมือง เช่น ปรากฏการณ์ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ในหัวเมืองใหญ่ภาคเหนือ-เชียงใหม่… เป็นไปตามจังหวะ ห้วงเวลาแห่งกระแสคลื่นซึ่งซัดกระหน่ำ ขยายวงอย่างไม่หยุดหย่อนจากเมืองสมัยใหม่ทั่วโลก

ดังเทคนิคภาพยนตร์ ภาพดูจะไม่เชื่อมโยงนักกับตำนานกาแฟไทยภาคใต้ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นเมื่อ 6 ทศวรรษก่อน โดยตัดฉับสลับฉากไปอีกยุคอย่างตื่นเต้น

สำหรับคอกาแฟผู้ช่างสังเกตสังกา ย่อมมองเห็น “บางสิ่ง”ที่น่าสนใจ  แม้ว่ามิได้ตั้งใจสื่อสารอย่างโจ่งแจ้ง ไม่เหมือนเรื่องราวเรื่องเล่าบางตอนก่อนหน้า  อย่าง Takk@Manchester UK ตั้งใจสื่อสารอย่างจริงจังกับ “คอกาแฟ” ตามแบบฉบับ “กาแฟคลื่นลูกที่สาม (Third wave of coffee )” ให้ภาพสัมพันธ์อย่างแนบแน่น ต่อเนื่อง จากแหล่งปลูกกาแฟเฉพาะเจาะจง ไปจนถึงโรงคั่วขนาดเล็ก (หากสนใจโปรดกลับไปอ่าน “พลังใหม่ ความคิดใหญ่)

จากคลิป (เวลากาแฟ ล่องใต้ )… คนตาไวย่อมเห็นภาพ บรรจุภัณฑ์กาแฟ ประหนึ่งเป็นของตกแต่งคาเฟ่ ขณะพยายามสื่อสารเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างอย่างแยบยล อยู่ที่ว่าใครจะรู้ ใครใคร่พิจารณา หรือถามไถ่

จากคาเฟ่ หาดใหญ่ ประเทศไทย แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมโยงไปยังแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าระดับโลก จากตอนใต้ประเทศเอธิโอเปีย แห่งแอฟริกา ไปจนถึงย่านตะวันออกประเทศเอลซัลวาดอร์แห่งอเมริกากลาง ความเชื่อมโยงนั้นผ่านผู้ค้าและโรงคั่ว เริ่มต้นขึ้นที่กรุงเทพฯ อย่างรายนี้ (Bluekoff) เพิ่งก่อตั้งไม่ถึง 2 ทศวรรษ ณ จุดเริ่มต้นการเติบโตและพัฒนาไปตามห่วงโซ่ธุรกิจกาแฟยุคใหม่ ด้วยแรงกระตุ้นพัฒนาการอีกขั้นกาแฟภาคเหนือของไทย

ผมใช้ “เวลากาแฟ” ที่นี่เนิ่นนานพอควร ทั้งที่มาจากแอฟริกาและอเมริกากลาง ด้วยวิธีคลาสสิก ทำแบบ Pour-Over หรือ Filter Coffee จากเครื่องมือมีดีไชน์อย่างเข้าถึงผลิตภัณฑ์แห่งญี่ปุ่น

จาก เขาสก ดินแดนภาคใต้ตอนกลาง กับเอสเพรสโซ่ แบบเร่งรีบ ทำจากกาแฟอาราบิก้าภาคเหนือของไทย ฝีมือชงโดยชายหนุ่มเจ้าของคาเฟ่ ซึ่งตั้งใจใช้ภาพตนเองเป็นแบรนด์ ชายหนุ่มผู้หลงใหลกาแฟ ตั้งใจโชว์บรรจุภัณฑ์กาแฟซึ่งชื่นชอบไว้อย่างโดดเด่นเช่นกัน ดูเหมือนหัวใจของเขาจะลิงโลดพอควร ด้วยนานๆ จะได้พบและสนทนาแม้เพียงสั้นๆ กับคอกาแฟผู้ผ่านทางคนหนึ่ง ซึ่งพอจะรู้เรื่องและสนใจเรื่องเดียวกันบ้าง

ที่นั่นได้มองเห็นความสัมพันธ์สำคัญ แม้อาจเพียงเป็นความคิด สิ่งหนึ่ง-บรรจุภัณฑ์กาแฟไทย เห็นภาพผู้จัดหากาแฟรายใหม่ๆ อย่างรายนี้ (SOS) เพิ่งก่อตัวขึ้น เพื่อสรรหากาแฟภาคเหนือชั้นดีอย่างเฉพาะเจาะจง อ้างอิงกับการประกวดกาแฟระดับชาติ ทริปเชียงใหม่ล่าสุด ผมเองได้ซื้อกาแฟ “ขุนช่างเคี่ยน” ภายใต้บรรจุภัณฑ์นี้

อีกสิ่งหนึ่ง-เชื่อมโยงไปไกล ด้วยบรรจุภัณฑ์คาเฟ่ต้นแบบ “กาแฟคลื่นลูกที่ 3”- BLUE BOTTLE จากเครือข่ายคาเฟ่อันโด่งดัง จากจุดกำเนิด San Francisco ไปปักต่างแดนครั้งแรกที่ Tokyo ผมเองได้ไปสัมผัสมาแล้วเช่นกัน เมื่อปีก่อน (เคยพาดพิงไว้สั้นๆ ในตอน รายทางกับกระแส @Tokyo” )

นั่นน่าจะเป็น “ชิ้นส่วน” พอจะอนุมานว่า เป็นภาพเคลื่อนไหวอันคึกคัก ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) กาแฟยุคใหม่ ค่อยๆ สถาปนาให้ยั่งยืนยิ่งขึ้นในสังคมไทย ด้วยภาพใหม่ๆ พวก Startup หลากหลายกำลังโลดแล่น

“เวลากาแฟ” ทริป “ล่องใต้” ไปไกลกว่าที่คิดจริงๆ


อ่านทุกเรื่องของ “เวลากาแฟ”


วิรัตน์ แสงทองคำ คอลัมนิสต์ ธุรกิจอิสระ ด้วยวัตรปฏิบัติ 4 ทศวรรษกับผลงานนับพันชิ้น งานบางส่วนปรากฏใน https://viratts.wordpress.com/และ https://www.facebook.com/วิรัตน์-แสงทองคำ เบื้องหลังฉาก “เวลากาแฟ” ดำเนินไปเป็นกิจวัตร ด้วยเรื่องราวและความคิดที่แตกต่าง เพิ่งจะเปิดสู่วงกว้างครั้งแรก@Marketeer online



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer