แฟนต้า เปิดประวัติ แฟนต้า น้ำซ่าหลากสีแบรนด์ใหญ่ที่มีจุดเริ่มต้นจากไอเดียกู้วิกฤติ

ต่อให้พยายามเลี่ยงแค่ไหนหรือเตรียมพร้อมไว้ดีอย่างไร ธุรกิจก็อาจพบจุดสะดุดได้ ยิ่งถ้าเกิดจากปัจจัยภายนอก คงไม่ง่ายกว่าจะฝ่าไปได้ เพราะเป็นปัญหาที่กระทบต่อทั้งระบบ แต่หากประคองจนรอดมาได้ อาจเป็นการออกตัวครั้งใหม่ที่สดใสกว่าเก่า เหมือนกับ Fanta ที่เปลี่ยนความขาดแคลนช่วงสงครามให้เป็นโอกาสสร้างธุรกิจ

Fanta 2

ความน่าสนใจของแบรนด์อายุเกือบ 8 ทศวรรษยังอยู่ที่ นี่คือน้ำอัดลมหลากสีเบอร์ต้นๆ ในตลาดมาอย่างยาวนาน มีเกือบร้อยรสชาติ และเป็นการตอกย้ำความเป็นคู่ปรับของ Coca-Cola กับ Pepsi อีกด้วย

 

แฟนต้า เปลี่ยนวิกฤตช่วงสงครามเป็นโอกาสสร้างแบรนด์

ประวัติของ Fanta นั้นผูกติดอยู่กับ Coca-Cola สงครามโลกครั้งที่ 2 และเยอรมนี เริ่มจากการเป็นโรงงานใหญ่ของ Coca-Cola ในเยอรมนี ซึ่งผลิตน้ำอัดลมชื่อเดียวกันป้อนตลาดเยอรมนีรวมถึงหลายประเทศในยุโรป มาตั้งแต่ปี 1929

ตำแหน่งผู้นำตลาดของแบรนด์น้ำดำสัญชาติอเมริกันในชาติมหาอำนาจยุโรปขณะนั้นถือว่ามั่นคงมาก เพราะเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของทั้งประชาชนและคนในรัฐบาลพรรคนาซี

Fanta Olympic โอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงเบอร์ลิน ปี 1936 ที่ Coca-Cola เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ 

ความนิยมของ Cola-Cola ในเยอรมนีถึงขีดสุดในยุค 30 ด้วยการเป็นสปอนเซอร์หลักของโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุง เบอร์ลิน ปี 1936 ซึ่งนักกีฬาชาติเจ้าภาพกวาดเหรียญทองได้อย่างมากมาย

ทว่าแนวโน้มการเข้าสู่สงครามโลกของเยอรมนีในฐานะแกนนำฝ่ายอักษะ ก็ทยอยส่งผลต่อ Coca-Cola เริ่มจากการถูกใส่ร้ายว่าเป็นบริษัทที่หนึ่งในผู้บริหารเป็นชาวยิว ซึ่งถูกชาวเยอรมันต่อต้านอย่างหนักฉุดให้ยอดขายตก

ฝันร้ายของ Coca-Cola มาถึงในปี 1940 เมื่อเยอรมนีกับสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามเต็มตัว และต่างมีฐานะเป็นแกนนำของฝ่ายตน รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของนาซีจึงสั่งห้ามนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบทั้งหมดจากสหรัฐฯ รวมถึงน้ำเชื่อมจากบริษัทแม่ของ Coca-Cola ด้วย

Max-keith Fanta Max Keith

Max Keith ผู้บริหารของ Coca-Cola ในเยอรมนีซึ่งมีโรงงานอยู่ในความดูแลมากมาย ได้ตัดสินใจผสมน้ำเชื่อมขึ้นมาใหม่ จากหางนม แอปเปิ้ล และน้ำตาลจากหัวบีต (Beet Sugar) ซึ่งนี่เองถือเป็นปีแรกที่ Fanta เริ่มกิจการ

Fanta First Fanta ในการผลิตครั้งแรก 

น้ำอัดลมแบรนด์น้องใหม่สมัยสงครามโลก ซึ่งชื่อกร่อนมาจากคำว่า Fantasie ที่หมายถึงจินตนาการในภาษาเยอรมัน หลัง Keith บอกกับหนึ่งในฝ่ายขายว่า “ให้ลองใช้จินตนาการดูว่าจะใช้ชื่ออะไร” ไม่ได้แค่อยู่รอดได้ในช่วงสงคราม แต่ยังทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย

เพราะรสชาติดีกว่าคู่แข่งทั้งหมดถึงขนาดที่ว่าแม่บ้านนำไปใช้ใส่ในซุปเพื่อทดแทนความหวานของน้ำตาลที่เป็นของหายากในเวลานั้น  

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง Coca-Cola เยอรมันก็ต่อติดกับบริษัทแม่ในสหรัฐฯ อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่านอกจากกลับมาผลิต Cola-Cola ตามเดิมแล้ว Fanta ก็ยังเดินเครื่องผลิตต่อไป โดยถัดมาช่วงกลางยุค 50 Cola-Cola ส่ง Fanta รสส้มเป็นทัพหน้าในการรุกตลาดน้ำอัดลมหลากสี

Sicily Fantaสวนส้มในเกาะ Sicily 

ซึ่งมีต้นแบบและผลิตครั้งแรกจากส้มในเกาะ Sicily ของอิตาลี เพื่อสู้กับ Pepsi ซึ่งภายหลังส่ง Miranda ตามออกมา  

 

Color Fanta

ปัจจุบัน Fanta เป็นแบรนด์น้ำอัดลมหลากสีเบอร์ต้นๆ ของโลก ซึ่งแทบไม่เคยหลุดจาก Top 10 เลย โดยเป็นแบรนด์เครื่องดื่มแบบไร้แอลกอฮอล์ อันดับ 9 ของโลก มูลค่าอยู่ที่ 3,548 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 109,000 ล้านบาท) ทิ้งห่าง Miranda ที่ไม่เคยขึ้นถึง Top 10 เลย โดยปีนี้ตกจากอันดับ 18 ลงไป 20

 

ความดังในญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ร่วมช่วงสงคราม

Fanta มีจำหน่ายอยู่ทั่วโลก ซึ่งหากนำรสชาติของทุกประเทศมานับรวมกันจะมีมากถึงเกือบ 100 รสชาติ โดยญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ Fanta ประสบความสำเร็จในการทำตลาด ด้วยรสชาติมากมายหลายสิบรส นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำรสชาติไปผสมในขนมขบเคี้ยวอีกด้วย

fanta snackขนมขบเคี้ยวรส Fanta ในญี่ปุ่น 

อีกประเด็นน่าสนใจของ Fanta ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ดังในธุรกิจอื่นด้วยคือ ความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลนาซีเยอรมันช่วงสงคราม โดยขณะที่ Fanta เป็นเครื่องดื่มยอดฮิตสมัยฮิตเลอร์เรืองอำนาจ Hugo Boss แบรนด์แฟชั่นหรูในปัจจุบัน เคยออกแบบและทำชุดทหารส่งให้กองทัพนาซี

Hitler Volk Fanta

ส่วนแบรนด์รถ Volkswagen ก็ตั้งต้นธุรกิจจากนโยบายของฮิตเลอร์ ที่อยากให้ชาวเยอรมันมีรถสมรรถนะดี ราคาเข้าถึงได้ ตรงตามความหมายของชื่อที่ว่า “รถของมวลชน”/timeline.fanta, brandfinance, wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน