โมเดลในการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวให้เติบโตควบคู่ไปกับการเป็นเมืองเศรษฐกิจในโลกนี้ มีตัวอย่างให้เราเห็นหลายเมือง เช่น ที่ลอสแองเจลิสหรือที่ไมอามีในสหรัฐอเมริกา

เมื่อมองกลับมายังประเทศไทยเมืองที่เหมาะแก่การเป็น Business Travel Destinations คงหนีไม่พ้นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทยอย่าง พัทยา

(ภาพจาก: https://www.eeco.or.th)

ด้วยความโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง การเป็นเมืองท่องเที่ยวติดทะเล อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเศษ สามารถเดินทางด้วยรถยนต์โดยใช้มอเตอร์เวย์หรือทางยกระดับบูรพาวิถีได้อย่างสะดวกสบาย

ที่สำคัญภายใน 4-5 ปีข้างหน้า ทุกคนยังสามารถเดินทางไปพัทยาได้ภายใน 30 นาที ด้วยรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 5 จังหวัด ตามแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

และถ้าหากพลิกแผนโรดแมปของ EEC ดูกันชัดๆ บทบาทของ “เมืองพัทยา” นอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำแล้ว ยังถูกวางให้เป็น เมืองเศรษฐกิจสำคัญ เป็นจุดรวมของศูนย์ประชุมเพื่อเจรจาธุรกิจ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงสินค้านานาชาติ ไปพร้อมๆ กับการเป็นศูนย์บริการทางการแพทย์นานาชาติอีกด้วย

พัทยามหานคร

แนวทางในการพัฒนาเมืองพัทยาสู่ความเป็นมหานครนั้นถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจมาก ด้วยชื่อเสียงของพัทยาเอง ที่ไม่ว่าจะถามนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันตกหรือคนเอเชียเอง นอกจากกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศแล้ว จังหวัดต่อไปที่พวกเขาต่างรู้จัก คำตอบคงหนีไม่พ้น ‘พัทยา’ คงเหมือนที่เราแค่ได้ยินชื่อของไมอามีก็พอจะนึกออกว่าบรรยากาศและบ้านเมืองของที่นั่นเป็นอย่างไร

และอันที่จริงการแบ่งพัทยา เหนือ-กลาง-ใต้ ไม่ใช่แค่การแบ่งตามภูมิศาสตร์หรือทำเลที่ตั้ง แม้ในปัจจุบันความเจริญของทั้ง 3 โซนจะใกล้เคียงกัน แต่ก็ยังหลงเหลือคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันหากมองในด้านของการอยู่อาศัย

พัทยาใต้ – ดินแดนของนักท่องเที่ยว ถือเป็นสีสันยามค่ำคืนของพัทยาเพราะมีทั้งวอล์กกิ้งสตรีทและท่าเรือบาลีไฮบริการนักท่องเที่ยวข้ามไปยังเกาะต่างๆ ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่จึงถูกจับจองเป็นธุรกิจโรงแรมที่พัก ซึ่งมีตั้งแต่โลคอลไปยันเชนโรงแรมหรู

พัทยากลาง – ไม่ทิ้งความเป็นเมืองท่องเที่ยว เพราะเป็นโซนที่คาบเกี่ยวกับพัทยาใต้แบบอึดใจเดียว แต่ในโซนนี้สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือแหล่งช้อปปิ้งอย่างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นที่พักอาศัยและร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดของคนพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

ส่วน พัทยาเหนือ ถือเป็นไพรม์โลเคชั่นในการอยู่อาศัย เพราะหากเทียบความพลุกพล่านของนักท่องเที่ยว น้อยกว่าทางโซนใต้และกลางระดับหนึ่งเลย รวมถึงเรื่องของการเดินทางจากกรุงเทพฯ ก็ถือว่าเป็นโซนที่สะดวกที่สุดไม่ต้องเหนื่อยไปกับการจราจรในตัวเมืองพัทยาที่ทุกคนรู้ว่าติดหนักไม่แพ้กรุงเทพฯ

ไพรม์โลเคชั่นในการอยู่อาศัย เท่ากับ ไพรม์โลเคชั่นของธุรกิจอสังหาฯ

จึงไม่แปลกที่ โซนพัทยาเหนือ จะถูกยกให้เป็นไพรม์โลเคชั่นของธุรกิจอสังหาฯ อย่างคอนโดมิเนียมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สำหรับปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่มาพักในระยะกลางไปจนถึงระยะยาวที่ต้องการความสงบและการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว มากกว่านักท่องเที่ยวทริปสั้นๆ ที่มักเลือกโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ใกล้แหล่งท่องเที่ยวไปมาสะดวก

แม้จะเป็นย่านที่สงบแต่ราคาที่ดินในโซนพัทยาเหนือก็ไม่ได้ถูกไปกว่าย่านอื่นของพัทยา รวมถึงเจ้าของที่ดิน หรือ Landlord มองเห็นถึงศักยภาพของทำเลในอนาคต ยิ่งทำให้ที่ดินสวยๆ ที่เหมาะแก่การทำโครงการอสังหาฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยเช่นกัน

“จะเห็นได้ว่าด้วยปัจจัยหลายๆ ด้านที่ส่งเสริมให้พัทยามีแนวทางในการพัฒนาเมืองสู่ความเป็น Business Travel Destinations เป็นเมืองที่มีความพร้อมทั้งการท่องเที่ยว พักผ่อน ธุรกิจ และการอยู่อาศัย รวมถึงเชื่อมต่อไปยังเขตเศรษฐกิจอื่นๆ อย่างกรุงเทพฯ ระยอง ฉะเชิงเทรา ได้อย่างไม่ติดขัด”

ทำความรู้จักโครงการ Once Pattaya คอนโดระดับลักชัวรี
บนพื้นที่มิกซ์ยูส “คนอยู่สบาย คนอยากลงทุนก็มีอนาคต”

สำหรับตัว โครงการ Once Pattaya เป็นคอนโดระดับลักชัวรี มีราคาค่าตัวพื้นที่ต่อตารางเมตรเฉลี่ย 123,000 บาท

โดยตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนพัทยาสาย 3 โซนพัทยาเหนือ ห่างจากห้างสรรพสินค้า Terminal 21 เพียง 850 เมตร และห่างจากชายหาด 1.6 กิโลเมตร เป็นโครงการแบบ High-Rise สูง 32 ชั้น ยูนิตรวม 427 ยูนิต ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 28-59.80 ตารางเมตร บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ

และพื้นที่โดยรอบยังจะถูกพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสในอนาคต โดยจะมีโรงแรมเชนระดับโลกอยู่ข้างๆ พร้อมพื้นที่พาณิชย์สำหรับร้านค้าและบริการ

สำหรับตัวโครงการ Once Pattaya เปิดขายเป็นเเบบ Fully Furnished ตกแต่งครบ* พร้อมอยู่ทุกยูนิต พร้อมที่จอดรถทั้งหมด 112 คัน โดยตัวโครงการยังได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเพื่อตอบโจทย์วันพักผ่อน รวมถึงการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มรูปแบบ  (*ไม่รวมฟูกที่นอน)

Infinity Edge Swimming Pool

ไฮไลต์อยู่ที่ Infinity Edge Swimming Pool สระว่ายน้ำลอยฟ้าบนชั้น 31 ระบบ JACUZZI+KIDS POOL และมีเส้นขอบฟ้าที่ตัดท้องทะเลพัทยาเป็นแบ็กกราวด์

รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) จัดเต็มครบทั้งโครงการ เช่น KIDS PLAY ROOM / SKY FITNESS WITH FLYING YOGA / VANILLA SKY BAR & LOUNGE / SKY GARDEN & BBQ AREA / SERENE GARDEN-WELLNESS GARDEN & TRAIL / PLAYSCAPE / SHUTTLE BUS  และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ด้วยความที่ทาง ออเนอร์ กรุ๊ป (Honour Group) ผู้ประกอบการอสังหาฯ เจ้าของโครงการ Once Pattaya มีประสบการณ์ในการบริหารโรงแรมชั้นนำในพัทยาอย่าง เดอะไซมีส พัทยา, โรงแรม ที พัทยา, โรงแรม เอ็กซ์คิว พัทยา

ยังคงเชื่อมั่นว่าตลาดอสังหาฯ ในพัทยายังโตต่อได้อีกจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและการยกระดับการคมนาคม เพียงแต่ต้องมองหาจุดแตกต่าง รวมถึงมีความเข้าใจลูกค้าอย่างถูกต้อง ซึ่งมั่นใจว่าตนมีประสบการณ์จากการเป็นดีเวล็อปเปอร์ท้องถิ่นทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาฯ ที่พัทยามานาน ถือเป็นข้อได้เปรียบ

และการดึงเอาเชนโรงแรมชั้นนำมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกเข้าใช้บริการระดับเดียวกับโรงแรมได้ในขณะที่พักอาศัย (Branded Hotel)

รวมถึงการจัดตั้งบริษัททำหน้าที่เป็นผู้จัดการดูแลห้องพักสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเป็นเจ้าของห้อง และเปิดให้ลูกค้า นักท่องเที่ยวสามารถเช่าอยู่ระยะสั้น 1 เดือน ถึง 1 ปี

โดยราคาคาดการณ์ห้องสตูดิโอจะสามารถปล่อยเช่าได้ในเรตราคา 10,000-15,000 บาท/เดือน แบบ 1 ห้องนอนราคา 17,000-19,000 บาท/เดือน และ 2 ห้องนอน 20,000-25,000 บาท/เดือน Yield อยู่ที่ประมาณ 4%

นอกจากนั้น ยังมีโปรเเกรมพิเศษที่ชื่อว่า “Worry Free Package” ที่ช่วยให้ลูกค้าซื้ออยู่รวมถึงลูกค้าลงทุนอุ่นใจหมดกังวล เพราะหากโครงการไม่ผ่าน EIA หรือยกเลิกสร้าง รวมถึงลูกค้ากู้ไม่ผ่าน “สามารถคืนเงิน*” ได้ทั้งหมด *ภายใต้เงื่อนไขบริษัท

อีกทั้งยังมีตัวเเทนจากโครงการในการช่วยเหลือเรื่อง “ขายต่อ-ปล่อยเช่า” บริหารจัดการเเละให้คำปรึกษาเพื่อสร้างกำไรสูงสุดให้กับเจ้าของห้อง

เจาะอินไซต์นักท่องเที่ยวสายอยู่ยาว

“ชอบ Branded Hotel และ One Bedroom ขายดีสุด” แน่นอนว่านักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ หรือเลือกพัทยาเป็นสถานที่พักผ่อนยาว ตั้งแต่ 1 เดือนไปจนถึง 1 ปี มักเลือกเช่าคอนโดแทนการเลือกพักโรงแรมเพราะค่าใช้จ่ายคุ้มกว่า

แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ยังคงต้องการได้รับบริการระดับโรงแรม อย่างเช่น อาหารเช้า บริการทำความสะอาดห้องพัก รวมถึง Concierge ที่คอยให้คำปรึกษา ซึ่งผู้ที่พักอาศัยในโครงการ Once Pattaya สามารถเลือกใช้บริการเหล่านี้เพิ่มเติมได้จากโรงแรมที่อยู่ในบริเวณโครงการ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มทั้งในแบบรายครั้งและรายเดือน

และขนาดไซส์ห้องยอดนิยมได้แก่ One bedroom ขนาดกลางตั้งแต่ 35 ตารางเมตรไปจนถึง 50 ตารางเมตร สำหรับลูกค้าที่มาเข้าพัก มาทำธุรกิจคนเดียว ส่วนห้อง 2 Bedroom ขึ้นไปเหมาะกับครอบครัวที่เลือกมาพักผ่อนที่พัทยาแบบระยะยาว

กลุ่มเป้าหมายของโครงการเลือกขายให้กับ End User เป็นหลัก หากวัดจากยอดขายก่อนวันเปิดตัว สัดส่วนลูกค้าคนไทย 80% ต่างชาติ 20% และการที่มีบริการบริหารห้องพักเพิ่มขึ้นมานั้นก็เพื่อรองรับในส่วนของลูกค้าลงทุนที่อาจไม่มีเวลาดูแลห้อง

“คิดภาพง่ายๆ คือหากคุณเป็นผู้บริหารที่ทำงานอยู่ในโซน EEC และเลือกเป็นเจ้าของห้องที่โครงการ Once Pattaya หลังจากนั้น 3 ปี ได้เลื่อนตำแหน่งและถูกย้ายให้ไปทำงานในกรุงเทพฯ แต่ยังไม่อยากขายห้องที่มีอยู่ก็สามารถเลือกใช้บริการบริหารห้องจากทางโครงการเพื่อเพิ่มรายได้ได้อีกทาง และเมื่อมีเวลาวันหยุดพักร้อนต้องการกลับมาพักผ่อนที่พัทยาก็สามารถกลับมาอยู่ห้องที่ตนเองเป็นเจ้าของ”

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Once Pattaya ได้ที่: http://bit.ly/2EVTkhV หรือ โทร.061-653-6599

แผนที่ Sales gallery 

#ONCEPATTAYA #พัทยา #คอนโดพัทยา #HONOURTHAILAND #CondoPattaya #Pattaya #Mixeduse



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer