“ฝั่งธนฯ เจริญแล้ว” เป็นคำพูดของชาวฝั่งธนฯ วันนี้ ที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจ หลังจากเฝ้ามองการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องของฝั่งกรุงเทพฯ อย่างอดทนมานานหลายทศวรรษ

เป็นความเจริญที่แตกต่างกันมากมายทั้งๆ ที่มีเพียงแม่น้ำเจ้าพระยาคั่นกลาง  

แต่วันนี้ชาวกรุงธนฯ จะมีทั้งรถไฟฟ้า รถใต้ดิน และไอคอนสยาม ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เพิ่งได้รางวัล ‘ออกแบบดีที่สุดในโลก’ จากสภาการค้าปลีกโลกและรางวัลระดับโลกอีกหลายรางวัล กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

พื้นที่ของคลองสานและเจริญนคร ย่าน “ฝั่งธนฯ” ที่เคยเงียบเหงาและอยู่นอกสายตาของผู้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มาตลอด กลับกลายเป็นทำเลทองที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต่างให้ความสนใจ

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของฝั่งธนฯ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาเมื่อระบบขนส่งมวลชนจากฝั่งกรุงเทพฯ ได้เข้ามาเชื่อมต่อถึงกันทำให้การเดินทางสะดวกสบาย และง่ายดายยิ่งขึ้น เป็นเสมือนการปลดปล่อยความแออัดของเรื่องที่อยู่อาศัยจากฝั่งกรุงเทพฯ ให้ลามไหลออกมายังฝั่งธนฯ

จากเดิมที่มีเพียงสะพานข้ามแม่น้ำไม่กี่แห่ง และรถติดมหาศาล  เป็นตัวการสกัดกั้นความเจริญมานาน 

ในปี 2552 รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากตากสินถึงฝั่งธนฯ (สิ้นสุดที่สถานีวงเวียนใหญ่)

ปี 2556 จากสถานีวงเวียนใหญ่ไปสิ้นสุดที่สถานีบางหว้า

ปี 2562 เปิดใช้โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค (หลักสอง) วันนี้คนชานเมืองย่านบางแคสามารถนั่งรถไฟฟ้าสายนี้มาใจกลางกรุงเทพฯ ย่านสีลมได้ในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงด้วยค่าโดยสารประมาณ 42 บาท

ปี 2563 ประมาณกลางปีรถไฟฟ้าสายสีทอง ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่านถนนเจริญนครไปสิ้นสุดที่โรงพยาบาลตากสินก็จะเปิดใช้ แม้จะเป็นสายที่มีระยะทางสั้นที่สุด” “มีสถานีน้อยที่สุด” “ขนาดรถเล็กที่สุด” “บรรจุคนได้น้อยที่สุด” แต่ก็เป็นสายสำคัญที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของราคาที่ดินเช่นกัน

รถไฟฟ้าสายสีทองในอนาคตจะเป็น Feeder Line ที่เชื่อมเข้ากับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง และจะเป็นรถไฟฟ้าสายแรกในประเทศไทยที่เปิดเดินรถโดยใช้ระบบ AGT (Automated Guideway Transit) ทำให้ก่อสร้างบนพื้นที่จำกัดได้ จึงไม่ต้องเวนคืนที่ดินของประชาชน อีกทั้งการเดินรถระบบนี้มีน้ำหนักเบา ส่งผลให้สามารถใช้โครงสร้างเสาขนาดเล็กกว่าระบบเดิม

นอกจากนั้น ตัวรถเป็นระบบล้อยาง ทำให้เวลาเดินรถเสียงจะเงียบกว่ารถไฟฟ้าแบบเดิม ลดผลกระทบด้านเสียง และ AGT ยังเป็นระบบเดินรถแบบไร้คนขับ (Driverless) ที่จะถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในเมืองไทย ควบคุมการเดินรถด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะควบคุมระยะเวลาในการเดินรถได้อย่างแม่นยำและมีความปลอดภัยสูง

ย้อนกลับไปปี 2552 ก่อนที่รถไฟฟ้าจากตากสินจะเชื่อมต่อมาฝั่งธนฯ นั้นมีโครงการคอนโดมิเนียม จ่อขึ้นมาเรียงรายทั้ง 2 ข้างทางมากกว่า 10 โครงการ ส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านบาท  เพื่อรองรับผู้คนที่ต้องเดินทางไปทำงานในเมือง ย่านสีลม, สาทร, สยาม ฯลฯ

ปี 2556 คนย่านเจริญนครก็มีเสนา เฟสท์ คอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกในย่านคลองสาน

ปี 2561 อภิมหาโครงการไอคอน สยาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านคลองสาน ก็เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้ฝั่งธนฯ กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

5 ปีนี้ เจริญนคร คลองสาน โตต่อไม่รอแล้วนะ

ต้องยอมรับว่า ไอคอนสยาม สามารถส่งแรงกระเพื่อมของความเจริญไปทั่วคุ้งน้ำ พร้อมๆ กับเปิดฉากปลุกความคึกคักในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากพื้นที่ริมน้ำของเมืองไทยไม่มีการพัฒนาโครงการใหญ่มานานหลายปี  

ล่าสุด ก็น่าจะเป็นการเปิดตัวโครงการเอเชียทีค ศูนย์การค้าแนวราบริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ 72 ไร่ ในปี 2554 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างซอยเจริญกรุง 72-76 ถนนเจริญกรุง   

อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มเปิดตัวโครงการไอคอนสยาม จนถึงโครงการสร้างแล้วเสร็จ มูลค่าของที่ดินบริเวณถนนเจริญนครบริเวณใกล้เคียงกับไอคอนสยาม สูงขึ้นกว่าสองเท่า จากราคาตารางวาละ 150,000-250,000 บาท เป็นตารางวาละ 300,000-450,000  บาท

ส่วนในตลาดที่อยู่อาศัยมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในฝั่งธนบุรีปี 2561 ถึง 12 โครงการ จำนวน 6,509 ยูนิต และในปี 2562 มี 8 โครงการจำนวน 5,538 ยูนิต 

ทั้งนี้ถ้าพิจารณาโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในปี 2560-2562 เฉพาะที่ตั้งอยู่ใกล้กับไอคอนสยาม บนถนนเจริญนครและคลองสาน 3 โครงการ จำนวน 1,508  ยูนิต ล้วนประสบความสำเร็จอย่างมากในแง่ของยอดขาย โดยมียอดขายรวมเฉลี่ยสูงถึง 95%

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์สะสมของผู้ซื้อในย่านดังกล่าว และนักลงทุนจากย่านอื่นๆ ที่มองเห็นศักยภาพในการเจริญเติบโต และความเป็นทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัย ทั้งในแง่การเดินทางที่สะดวกสบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เทียบเท่ากับฝั่งใจกลางย่านธุรกิจอื่นๆ ของกรุงเทพฯ

ตัวเลขจากบริษัทซีบีอาร์อียังระบุอีกว่า ราคาคอนโดมิเนียมมี 5 ระดับคือ ระดับไฮเอนด์ 150,000-249,999 บาทต่อ ตร.ม. ระดับลักชัวรี  250,000-349,999 บาทต่อ ตร.ม. และระดับซุปเปอร์ลักชัวรี มากกว่า 350,000 บาทต่อ ตร.ม. 3 ราคานี้จะอยู่ในย่านที่ติดริมแม่น้ำ โดยคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีและระดับซุปเปอร์ลักชัวรีจะเป็นโครงการที่มีเครือโรงแรมเป็นผู้บริหารอาคารด้วย

ขณะที่คอนโดมิเนียมในระดับกลาง 100,000-150,000 บาทต่อ ตร.ม. และระดับล่าง ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. มักอยู่ติดริมถนนใหญ่

โรงแรมหรูริมแม่น้ำรอจ่อคิวเปิด

สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยาระบุว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมของธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยามีการเติบโตขึ้นกว่า 20% มีการลงทุนต่อเนื่องทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ โรงแรมระดับ 5 ดาว โครงการมิกซ์ยูส รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ภัตตาคาร ร้านอาหาร เรือนำเที่ยว เรือดินเนอร์กลางคืน ฯลฯ ระบบการเดินทางโดยแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 10-15% เรือด่วนและเรือท่องเที่ยวมีผู้สัญจรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มจากประมาณ 4 หมื่นคนต่อวันเป็น 5 หมื่นคนต่อวัน เพิ่มขึ้นถึงวันละ 10,000 คน หรือปีละ 3,650,000 คน

พร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของโรงแรมริมแม่น้ำในย่านเจริญนคร ฝั่งธนฯ และย่านเจริญกรุง ฝั่งกรุงเทพฯ อย่างเช่น บริษัทยู ซิตี้ ของคีรี กาญจนพาสน์ ที่ได้ประมูลที่ดิน “อาคารศุลกสถาน” หรือโรงภาษีร้อยชักสาม บนที่ราชพัสดุ 5 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เริ่มเดินหน้าดำเนินการเนรมิตอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่า 130 ปีแห่งนี้ให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ในรูปแบบของโรงแรมระดับซุปเปอร์ลักชัวรี คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2568 โดยลงทุนกว่า 4,600 ล้านบาท

เช่นเดียวกับกลุ่มสิริวัฒนภักดี ซึ่งเป็นเจ้าของ อาคารอี๊สต์ เอเชียติ๊ก สีขาวหลังใหญ่ติดกับโรงแรมโอเรียนเต็ล ฝั่งกรุงเทพฯ ที่แม้เจ้าสัวเจริญยังไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะพลิกโฉมสถานที่แห่งนี้ให้เป็นบูทีคโฮเต็ลหรู ตามเป้าหมายเดิมเมื่อไรแต่ปัจจุบันก็มีการเข้าไปซ่อมแซมพื้นที่ภายในแล้ว และคาดว่าอีกไม่นาน ข่าวการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคงเกิดขึ้น เพื่อรองรับการท่องเที่ยวริมน้ำที่ทวีความคึกคักขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เจ้าสัวเจริญยังมีที่ดินแปลงใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำย่านเจริญนคร ซึ่งตามแผนจะพัฒนาเป็นเอเชียทีค 2 ที่มีโรงแรมอยู่ด้วยเช่นกัน

ความเจริญที่กำลังเกิดขึ้นกำลังสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ให้กับคนฝั่งธนฯ จนต้องบอกว่าวันนี้ชาวฝั่งธนฯ ไม่ใช่คนล้าสมัยแล้วนะ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer