ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ถอดรหัสความสำเร็จ 1 ทศวรรษกับการเติบโตที่ไม่ธรรมดา

ทำอสังหาฯ ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ได้เฟื่องฟู มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ
 
พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล “ผู้บริหารสูงสุดรุ่นใหม่ยอดเยี่ยม” หรือ “Young Rising Star CEO Award” กลุ่มรางวัล Business Excellence จาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไปเมื่อเร็วๆ นี้
 
หลายคนคงไม่แปลกใจกับรางวัลนี้ของเขา เพราะในรอบ 10 ปีนี้ ออริจิ้นมาแรงเหลือเกิน แม้แต่ในช่วง 1-2 ปีหลังที่เป็นขาลงของธุรกิจอสังฯ หา ก็ยังเป็นขาขึ้นของออริจิ้นจนได้
 
แต่แปลกใจมากกว่าว่าเขาทำให้บริษัทโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนยอดขายทะลุ 1 หมื่นล้านบาท กำไรกว่า 3 พันล้านบาท ในช่วงเวลาเพียง 10 ปี ได้ยังไง

มาทำความรู้จักกับ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ พีระพงศ์ จรูญเอก เจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่ ไปพร้อมๆ กัน

ด้วยเงินจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทในปี 2552 เพียงแค่ 10 ล้านบาท เริ่มทำคอนโดโครงการแรกที่สุขุมวิท 109 สูง 8 ชั้น 162 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 197 ล้านบาท จากนั้นพัฒนาต่อปีละ 1-2 โครงการ มูลค่าต่อโครงการก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจาก 200 ล้านเป็น 300 ล้าน แต่พอปี 2555-2557 เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 5-6 โครงการ

ในเวลาประมาณ 5-6 ปี ออริจิ้นปูพรมทำคอนโดต่อเนื่องถึง 17 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 8 พันล้านบาท
 
ปี 2558 ทะยานเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ จากยอดขาย 2,055 ล้านบาทในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 16,637 ล้านบาทในปี 2561 กำไรจาก 386 ล้านบาท เป็น 3 ,337 ล้านบาท และทำกำไร 2,145 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้

แซงผู้ประกอบการรุ่นพี่ไปอยู่อันดับต้นๆ ของบริษัทอสังหาฯ เมืองไทยไปแล้ว
 
ทำอสังหาฯ ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ได้เฟื่องฟู มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ

มาดูกันต่อว่า แล้วพีระพงษ์เป็นใคร
 
พีระพงษ์ หรือ “คุณโด่ง” ไม่ได้มีแบรนด์ของตระกูลมาช่วยต่อยอด ไม่ใช่ผู้เล่นรายใหญ่ทุนหนัก เป็นเพียงอดีตมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่ต้องการทำอะไรเป็นของตนเอง โดยใช้ความรู้จากการเรียน (ปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปริญญาโท บริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ ม. เกษตรศาสตร์)
 
และกู้เงินญาติเพื่อไปเรียนต่อเมืองนอกจนคว้า Master Degree of Engineering, University of New South Wales มารวมกับประสบการณ์การทำงานทางด้านที่อยู่อาศัยมาต่อยอดการทำธุรกิจของตัวเอง
 
Key Success ของออริจิ้น ประกอบด้วย
 
1. ความแม่นยำ ในการหาจุดต่างของทำเลที่ตั้งโครงการเป็น Blue Ocean ที่ไม่ต้องแข่งกับใคร
 
2. ปรับตัวไว เริ่มจากจับกลุ่มตลาดกลาง-ล่าง พอตลาดไม่ดี หนี้สินครัวเรือนสูง ลูกค้ากลุ่มนี้หดหาย ก็พลิกมาจับตลาดบน เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงทันที
 
3. การใช้ outsource เช่น ผู้รับเหมา บริษัทออกแบบ สถาปนิก ฯลฯ ทำให้บริษัทไม่แบกภาระในส่วนนี้
 
4. เป็นบริษัทของคนรุ่นใหม่สไตล์คล้ายกับค่ายอนันดา พีระพงษ์อายุเพียง 44 ปี มีทีมงานส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว อายุเฉลี่ยไม่เกิน 30 ปี ซึ่งต่างจากบริษัทอสังหาฯ รุ่นพี่ทั่วไป ทำให้วัฒนธรรมในการทำงานค่อนข้างทันสมัย และรวดเร็ว
 
5. ใช้โมเดลความสำเร็จของแอลพีเอ็น พี่ใหญ่ในวงการอสังหาฯ อีกราย มาช่วยในเรื่องของการตั้งบริษัทดูแลหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจมากขึ้น
 
6. การเทกโอเวอร์ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด ของ ‘ตระกูลลิปตพัลลภ’ และขยายแบรนด์ “พาร์ค ออริจิ้น” ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าใน ‘กลุ่มตลาดบนและต่างชาติ’ ที่มีกำลังซื้อสูงทันที
 
7. การได้พันธมิตร ”กลุ่มโนมูระ” จากญี่ปุ่นเข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมและโรงแรม นอกจากเป็นการกระจายความเสี่ยงแล้ว ยังทำให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ จากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยทำให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
 
เป็น 7 เหตุผลคร่าวๆ แต่เชื่อว่ายังมีรายละเอียดเบื้องลึกในการบริหารจัดการอีกมากที่ทำให้ ออริจิ้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว
 
และทำให้พีระพงศ์กล้าที่จะตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น TOP 3 ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทยให้ได้ ภายใน 4-5 ปี
.
เป็นแค่เป้าหมายโก้ๆ หรือเติบโตได้จริงๆ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer