เศรษฐีหุ้นไทย อัพเดทล่าสุด 2562 ใครเป็นใคร รวยแค่ไหน มาดูกัน
แค่อันดับ 1 ก็ตื่นเต้นแล้ว เพราะเป็น “แชมป์ใหม่” ที่โค่นแชมป์เก่า 6 ปีซ้อน ลงไปอยู่ที่สองในปีนี้ นอกจากนี้ เมื่อรวมความมั่งคั่งของ TOP10 เศรษฐีหุ้นไทยในปีนี้ พบว่ามีมูลค่าประมาณ 5.04 แสนล้านบาท ในภาพรวมแล้วถือว่าจับมือกันรวยเพิ่มขึ้น 26.8%

แชมป์ เศรษฐีหุ้นไทย ปีนี้ คือ สารัชถ์ รัตนาวะดี ระดับความรวยประมาณ 1.21 แสนล้านบาท โดยรวยจากหุ้นตัวเดียวเลย คือ GULF หุ้นธุรกิจโรงไฟฟ้า ที่เพิ่งเข้าตลาดมาไม่ถึง 2 ปี จากราคา IPO ที่ 45 บาท ณ เดือน ก.ย. ปีนี้ ราคาทะยานมาถึง 160 บาท โดยเขาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ของ GULF
อันดับ 2 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ อดีตแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกัน 6 สมัย (ตั้งแต่ 2556-2561) เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ถือหุ้นหลักอยู่ 3 ตัว ได้แก่
BDMS, BA และ NTV หุ้นโรงพยาบาลนนทเวช มูลค่าหุ้นรวมกันราว 6.61 หมื่นล้านบาท รวยลดลง 1.1 หมื่นล้านบาท หรือ 14.29% เนื่องจากราคาหุ้นตกทุกตัว โดยเฉพาะ BA
อันดับ 3 ทายาทอาณาจักรโอสถสภา นิติ โอสถานุเคราะห์ ทะยานขึ้นมาจากอันดับ 7 มูลค่าหุ้นที่ถือรวม 4.86 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.66 หมื่นล้านบาท หรือ 52.08%
หลักๆ รวยจากการถือหุ้น บมจ. โอสถสภา (OSP) ซึ่งเข้าตลาดเมื่อ ต.ค. ปีที่แล้ว โดยเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ใน OSP บวกกับหุ้นที่ถือจากปีที่แล้วอย่างหุ้นโฮมโปร (HMPRO) ก็ราคาขึ้นอีกด้วย
เศรษฐีหุ้นไทย
ต่อด้วยอันดับ 4 คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) พุ่งมาจากอันดับ 9 โดยหุ้นหลักที่ถือคือ BTS และ VGI หุ้น บมจ. วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย ราคาปรับตัวสูงขึ้น รวมมูลค่าหุ้น 4.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.47 หมื่นล้านบาท หรือ 51.84%
อันดับ 5 สมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของ บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) หล่นจากอันดับ 3 โดยมูลค่าหุ้นที่ถือ 4.21 หมื่นล้านบาท ลดลง 125 ล้านบาท หรือ 0.30%
อันดับ 6 เป็น “หน้าใหม่” ในทำเนียบ TOP10 ได้แก่ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ กรรมการกลุ่มบริษัท ทีโอเอ (TOA) ซึ่งเข้าลงทุนเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ โดยอ้อม (Backdoor Listing) ใน บมจ. สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย (SMM) เมื่อเดือน ก.ค. ปีนี้ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ. สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK)
โดยเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (มาก) ใน STARK ความรวยจากหุ้นที่ถือ 4.11 หมื่นล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 3.42 หมื่นล้านบาท หรือ 495.60%
ส่วนอันดับ 7 และ 8 ได้แก่ สอง เศรษฐีหุ้นไทย เจ้าของ บมจ. เมืองไทยแคปปิตอล (MTC) ดาวนภา เพ็ชรอำไพ แม้จะร่วงลงมาจากอันดับ 5 แต่ความรวยไม่ได้ลดลง โดยหุ้น MTC ที่ถือมีมูลค่า 4.1 หมื่นล้านบาท รวยขึ้น 6,300 ล้านบาท หรือ 18.13%
ส่วน ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ร่วงจากอันดับ 4 ลงมาอยู่อันดับ 8 โดยถือครองหุ้น MTC รวม 4.08 หมื่นล้านบาท รวยขึ้น 5,449 ล้านบาท หรือ 15.40%
อันดับ 9 พิชญ์ โพธารามิก ทายาทคนเดียวของอดีต รมต. อดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้ง บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ถูกเบียดลงมาจากอันดับ 8 โดยถือ JAS รวม 3.26 หมื่นล้านบาท รวยขึ้น 3,677 ล้านบาท หรือ 12.72%
และอันดับ 10 อนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) หล่นฮวบมาจากอันดับ 6 ทั้งที่ความรวยลดลงแค่ 5,431 ล้านบาท หรือ 16.51% โดยมูลค่าหุ้นที่ถือ (ณ เดือน ก.ย. ปีนี้) ราว 2.75 หมื่นล้านบาท
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ปีนี้เป็นปีแรกที่เจ้าสัวเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทย โดยชิมลางที่อันดับ 23 มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองคนละ 1.03 หมื่นล้านบาท
จากการนำ บมจ. เครือไทย โฮลดิ้งส์ (SEG) Holding Company ของกลุ่มสิริวัฒนภักดีเข้าลงทุนในธุรกิจประกัน “อาคเนย์” ที่เข้าซื้อขายในตลาดฯ ปลายเดือน ก.ค. ปีนี้ โดยทั้งคู่เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ในสัดส่วนเท่ากันที่ 37.38%
นับเป็นครั้งแรกที่ปรากฏชื่อของทั้งคู่อย่างเป็นทางการในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในตลาดฯ …ต้องรอดูว่าเมื่อไหร่ที่ทั้งคู่จะมีชื่อติดทำเนียบ TOP10 เศรษฐีหุ้นไทย ซึ่งคงไม่นาน
เพราะการจัดอันดับปีนี้ยังไม่รวมการถือหุ้น บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) Holding Company ที่ถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ของ “ทีซีซี กรุ๊ป” ที่เข้าตลาดฯ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมูลค่า IPO รวมราว 1.86 แสนล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย
โดยเจ้าสัวเจริญเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ส่วนคุณหญิงวรรณาเป็นอันดับ 3 ในหุ้น AWC
….จึงเป็นไปได้ว่า อันดับเศรษฐีหุ้นไทย 10 คนแรกในปีหน้า อาจเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง
ที่มา: การจัดอันดับ: วารสารการเงินการธนาคาร
Website : Marketeeronline.co /
