โลกการแข่งขัน หลากธุรกิจได้จับมือกันในการนำจุดแข็งของแต่ละแบรนด์มาส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อสร้างจุดต่างในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง เพราะในวันนี้โลกของธุรกิจ 2X2 ไม่ได้เท่ากับ 4 แต่มันมากกว่านั้น เมื่อบิสสิเนสของ 2 ธุรกิจ ที่ร่วมกันนำเสนอผู้บริโภคมาคลิกกับพฤติกรรมของพวกเขาพอดี

ในโลกของโทรคมนาคมไทยก็เช่นกัน ที่ผ่านมาเราจะเห็นทรู คอร์ปอเรชั่น ที่สร้างอาณาจักร Convergence นำเสนอบริการต่างๆ ในเครือทรูบันเดิ้ลเป็นแพ็กเกจให้ลูกค้า มัดรวมพฤติกรรมลูกค้าโดยเฉพาะในโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ทั้ง Mobile Internet และ Fixed Broadband Internet

เพราะในวันนี้ลูกค้าไม่ได้ใช้ Mobile Internet และ Fixed Broadband Internet เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

ส่วนเอไอเอส ได้เริ่มทำ Fixed Broadband Internet เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลทางธุรกิจเช่นเดียวกัน

ในวันที่เอไอเอสได้ลงมาสู่โลกของ Convergence กับการเปิดตลาด Fixed Broadband Internet ที่ลงทุนลงแรงด้วยตัวเอง

ในเวลานั้นมีหลายคนถามว่า แล้วดีแทคจะลงเล่นสงคราม Convergence ผ่าน Fixed Broadband Internet อีกรายด้วยหรือไม่ เพราะทรูและเอไอเอสมี Fixed Broadband Internet ไว้บริการแล้ว

ซึ่งคำตอบที่ได้คือ ดีแทคจะไม่ทำ Fixed Broadband Internet ของตัวเอง

แต่คำว่า ไม่ทำ Fixed Broadband Internet ของตัวเอง ใช่ว่าดีแทคจะไม่เห็นพลังที่สำคัญในธุรกิจ Fixed Broadband Internet ที่เหมือนเป็นอาวุธที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งในการสร้างประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตให้กับลูกค้าที่ลื่นไหลแม้ลูกค้าจะอยู่ที่ไหนก็ตามในประเทศไทย

เพราะในวันนั้นดีแทคกำลังรอโอกาสและเวลาที่เหมาะสมในการจับมือกับพาร์ตเนอร์ในธุรกิจ Fixed Broadband Internet บุกตลาดไปด้วยกัน

และเวลาที่เหมาะสมก็เดินทางมาถึง

ในวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมาดีแทคจึงได้จับมือกับ 3BB เซ็นสัญญา MOU ความร่วมมือระหว่างกันในการให้บริการเครือข่ายมือถือและ Fixed Broadband Internet ร่วมกัน พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2563

พิพัฒน์ ศรีมัธยกุล หัวหน้าฝ่ายพันธมิตร ดีแทค ได้บอกกับเราว่าความร่วมมือในครั้งนี้แม้จะไม่ใช่ความร่วมมือครั้งแรกระหว่างดีแทค กับ 3BB เพราะก่อนหน้านั้นดีแทคเคยใช้สัญญาณ WiFi Hot Sport ของ 3BB เสริมบริการ WiFi ที่ดีแทคเป็นผู้ลงทุนติดตั้งเอง เพื่อให้ลูกค้าดีแทคสามารถเชื่อมต่อ WiFi ฟรีในที่สาธารณะได้มากขึ้น

การเซ็นสัญญา MOU ระหว่างดีแทคกับ 3BB ในครั้งนี้นับเป็นหมากที่สำคัญทั้งคู่ในการนำจุดแข็งที่ตัวเองมีอยู่กันคนละด้านมาแยกกันเดินแต่ร่วมกันตีตลาดด้าน Connectivity ของทั้งคู่ให้เติบโตไปได้อีกไกลในระยะยาว

 

เพราะดีแทคมีเครือข่ายมือถือพร้อมลูกค้า 20.4 ล้านราย แต่ไม่มี Fixed Broadband Internet

ส่วน 3BB มี Fixed Broadband Internet พร้อมลูกค้า 3.3 ล้านครัวเรือน และคอนเทนต์จากบริษัทในเครือ แต่ไม่มีเครือข่ายมือถือ

 

แม้การจับมือกับ 3BB ในครั้งนี้ หลายคนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าจะเป็นการเข้ามาแย้งลูกค้ากันเองระหว่างบริการ dtac@Home ซึ่งเป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายตามบ้าน ผ่านซิมมือถือและกล่องกระจายสัญญาณที่คาดการณ์เปิดให้บริการในปี 2563 หรือไม่

ในทางธุรกิจแล้ว พิพัฒน์ได้บอกกับเราว่า dtac@Home ที่กำลังจะเปิดบริการยังเป็นบริการที่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีของ Fixed Broadband Internet ที่สามารถอัปสปีดความเร็วและแรงกว่าจากการลากสายอินเทอร์เน็ตเข้าไปให้บริการถึงในบ้าน

ส่วน dtac@Home จะเป็นบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย เหมาะกับผู้ใช้งานตามบ้านที่ไม่สามารถลากสาย Fixed Broadband Internet เข้าไปตามบ้านเพื่อใช้บริการได้ เช่น หอพัก บ้านที่คู่สาย Fixed Broadband Internet ยังไม่พร้อมให้บริการ หรือแม้แต่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่ Fixed Broadband Internet ไม่เข้าไปให้บริการ เนื่องจากต้นทุนที่สูงและไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

 

เท่ากับว่าดีแทคมีอาวุธที่ครบมือ ทั้งเครือข่ายมือถือ Mobile Broadband Internet, Fixed Broadband Internet และคอนเทนต์ให้บริการกับลูกค้า เชื่อมโยงประสบการณ์บนโลกอินเทอร์เน็ตได้ทุกมิติ

และยังเป็นการเตรียมพร้อมรองรับเทรนด์ IoT ที่สมาร์ทดีไวซ์ภายในบ้านจะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

 

 “ในต้นปีหน้า ลูกค้าดีแทคจะได้เห็นความร่วมมือระหว่างดีแทคและ 3BB ในแง่มุมของการบันเดิ้ลแพ็กเกจ ซึ่งกันละกัน ก่อนที่จะต่อยอดไปยังบริการอื่นๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำคอนเทนต์ที่ 3BB ให้บริการกับลูกค้าดีแทครวมถึงการแลกเปลี่ยนอินไซด์พฤติกรรมลูกค้าร่วมกัน เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากที่สุด”

 

สำหรับ Marketeer มองว่าการร่วมมือระหว่างดีแทคกับ 3BB ตอบโจทย์ธุรกิจใน 3 ด้านคือ

หนึ่ง-สร้าง Ecosystem ให้กับลูกค้าดีแทคสามารถเชื่อมต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ต เข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ ที่ 3BB มีอยู่แบบไร้รอยต่อทั้งในบ้านและนอกบ้าน

การมีบริการที่หลากหลายจะทำให้ลูกค้าเดิมสามารถใช้บริการได้ภายใน Ecosystem เดียวกัน ยังเป็นการรักษาฐานลูกค้าดีแทคที่เลือกใช้บริการจากความสะดวกและคุ้มค่าผ่านการบันเดิ้ลแพ็กเกจต่างๆ ทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านให้อยู่กับดีแทคต่อไปในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ พิพัฒน์ยังเห็นว่าการแข่งขันในปีหน้าของโอเปอเรเตอร์มือถือทั้ง 3 ราย จะเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน เพราะทั้ง 3 รายมีอาวุธครบมือที่คล้ายๆ กัน ทั้งเครือข่ายมือถือ, Fixed Broadband Internet และคอนเทนต์

ในส่วนของคอนเทนต์พิพัฒน์มองว่าจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ที่สร้างความแตกต่างในการแข่งขัน

ซึ่งการที่ดีแทคได้กลายเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ 3BB จะช่วยให้ดีแทคมีเครื่องมือที่ทรงพลังขึ้นในการหยิบจับมานำเสนอลูกค้า

โดยเฉพาะคอนเทนต์ของ 3BB TV ที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งไม้ตายของ 3BB ในปีหน้าที่จะสร้างจุดต่างจากคู่แข่งด้านคอนเทนต์

เพราะ 3BB TV บริการ IPTV และ Premium Streaming Service ที่ 3BB จับมือกับยักษ์ใหญ่ในวงการ IPTV เกาหลีที่ประสบความสำเร็จในตลาด IPTV ที่ประเทศเกาหลีอย่างมหาศาล

สอง-สร้างฐานลูกค้าใหม่ จากฐานลูกค้าของ 3BB

ในวันนี้ลูกค้า 3BB บางกลุ่มอาจจะมีความรู้สึกว่าแพ็กเกจมือถือของแบรนด์คู่แข่งที่ใช้งานในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่า เพราะลูกค้าไม่ได้ใช้แพ็กเกจในรูปแบบ Convergence ทั้งเครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน เพราะเชื่อมั่นใน Fixed Broadband Internet ที่ 3BB ให้บริการมากกว่า

“แพ็กเกจใหม่ที่ดีแทคนำเสนอร่วมกับ 3BB จะเป็นแพ็กเกจที่ลูกค้า 3BB มองว่าคุ้มค่ากว่าและเข้ามาเป็นลูกค้าดีแทคในที่สุด และในทางกลับกัน 3BB ก็มีโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่จากลูกค้าดีแทคเช่นกัน”

นอกจากนี้ ดีแทคยังมองเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าดีแทคไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น จากความแข็งแกร่งของ 3BB ที่มีฐานลูกค้าต่างจังหวัดจำนวนมาก

“ในปีหน้าจะเห็นสีสันของดีแทคในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น จากการร่วมมือกับ 3BB ในการขยายฐาน และดีแทคยังมีการรองรับการใช้งานลูกค้าต่างจังหวัดด้วยการนำคลื่น 900MHz ซึ่งมีจุดเด่นในการส่งสัญญาณที่ไกล เพื่อมาเติมเต็มประสิทธิภาพของเครือข่ายให้แข็งแรงและครอบคลุมมากขึ้นอีกด้วย”

 

3. ลดต้นทุนในการลงทุนในสิ่งที่ไม่ถนัด

ทิศทางของดีแทคคือโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองทำให้ดีก่อนแล้วจับมือกับพาร์ตเนอร์

และการจับมือกับ 3BB ทำให้ดีแทคไม่ต้องนำเงินจำนวนมหาศาลมาลงทุนด้านเครือข่าย และใช้เวลาพอควรในการศึกษาตลาด หาฐานลูกค้า ก่อนที่ธุรกิจจะคืนทุน

และการลงทุนในธุรกิจที่ดีแทคไม่เคยทำมาก่อนอาจจะทำให้หลุดโฟกัสในจุดแข็งของตัวเองที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือไปได้

“ในโลกธุรกิจวันนี้จะเห็น One Man Show น้อยลงแต่จะเห็นภาพการจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่ใช่ที่จะทำให้ธุรกิจก้าวไปได้เร็วกว่ามากขึ้น”

เพราะดีแทคจะไม่หยุดและต้องวิ่งเร็วกว่าเดิม



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน