ในโลกของเล่นเด็ก คุณรู้จักของเล่นแบรนด์ไหนบ้าง เลโก้ บาร์บี้ เมกาบล็อก ฮอตวิลล์

แต่ถ้าถามว่าแบรนด์ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กล่ะ คุณรู้จักแบรนด์อะไร

ชื่อ Plan Toys รู้จักบ้างหรือเปล่า

บางคนอาจจะรู้จัก และบางคนอาจจะสงสัยว่า Plan Toys คือใคร

และถ้าเราใบ้อีกนิดว่า Plan Toys คือของเล่นไม้ยางพาราที่มีอายุมากกว่า 39 ปีล่ะ

คุณเริ่มคุ้นบ้างแล้วใช่ไหม ว่าตอนเด็กเคยเล่นเหมือนกัน แต่ถ้าคุณจะไม่รู้จัก Plan Toys ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แม้ Plan Toys จะเป็น Thai Brand ก็ตาม แต่ตลอด 39 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2524 ที่ก่อตั้งบริษัท Plan Toys แทบที่จะไม่สร้าง Brand Awareness ให้เราคนไทยได้เห็นเท่าไรนัก

ทางกลับกัน Plan Toys กลับเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป ในฐานะของเล่นไม้เสริมพัฒนาการเด็กที่ปลอดภัย

จน Plan Toys ได้ไปเปิดบริษัทอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เบลเยียม ซึ่งสองประเทศนี้เป็นการเปิดแบบลงทุนร่วมกับนักธุรกิจท้องถิ่น ส่วนอเมริกาเป็นบริษัทย่อยที่ Plan Toys เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด

แต่ความแข็งแกร่งในต่างประเทศเป็นหลัก ตลาดไทยเป็นรอง ในเวลานี้อาจจะไม่ส่งผลดีกับธุรกิจมากนัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และยังไม่มีทีท่าที่จะอ่อนตัวลง

เพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่ได้กลับมาเป็นเงินไทยจะลดลง
เมื่อดูรายได้ของแบรนด์ Plan Toys ที่จดทะเบียนในนาม บริษัท แปลน ครีเอชั่นส์ จำกัด พบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Plan Toys มีรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

รายได้ที่ลดลงของ Plan Toys นอกจากปัจจัยค่าเงินบาท และการชะลอตัวของเศรษฐกิจอเมริกาและญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าหลักแล้ว

Marketeer ยังมองว่าธุรกิจของ Plan Toys ยังมีความท้าทายอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ที่ในวันนี้ Plan Toys มีสัดส่วนรายได้เพียง 5% ของรายได้ธุรกิจเท่านั้น

แล้วทำไม Plan Toys ถึงไม่ทรงพลังในตลาดประเทศไทย

 

1. ตลาด Education Toys ในไทยมีสัดส่วนเพียง 10% ของตลาดของเล่นรวม

ที่ผ่านมา Plan Toys เน้นทำตลาดในต่างประเทศเป็นหลัก จากการเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับของเล่นเสริมพัฒนาการที่มีความปลอดภัยในการเล่น และมีกำลังมากพอในการจ่ายเงินเพื่อซื้อของเล่นที่มีคุณภาพให้กับลูก

ส่วนประเทศไทยตลาด Education Toys ของเล่นเสริมพัฒนาการ ถือเป็นตลาดที่ค่อนข้างเล็ก ด้วยมูลค่าตลาด 1,000 ล้านบาท จากตลาดของเล่นทั้งหมด 10,000 ล้านบาท

และค่านิยมในการซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการของผู้ปกครองไทย ยังคงนิยมซื้อของเล่นประเภทบล็อกตัวต่อ หรือเลโก้ เป็นหลัก จากการที่ของเล่นในรูปแบบนี้ได้ Education ตลาดไทยมาอย่างยาวนานว่าสามารถเสริมสร้างพัฒนาการและจินตนาการให้กับเด็ก

ซึ่งความจริงแล้วของเล่นเสริมพัฒนาการให้กับเด็กมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่างๆ แต่ละช่วงวัย

 

2. ของเล่นไม้จากจีนชิงส่วนแบ่งตลาดล่าง ของเล่นตามห้างแย่งตลาดบน

นอกจากนี้ ความท้าทายที่สำคัญในตลาดประเทศไทยอีกประการหนึ่งคือ การที่ของเล่นไม้จากจีนที่มีราคาที่ถูกกว่าเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้บริโภคที่เซนซิทีฟด้านราคา และมองว่าของเล่นไม้จากจีนก็สามารถเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกได้เช่นกัน แม้ของเล่นจากจีนจะมีความทนทานที่น้อยกว่าก็ตาม

นอกจากของเล่นไม้จากจีน ในตลาดประเทศไทย Plan Toys ยังมีคู่แข่งคนสำคัญคือแบรนด์ Wonderworld Toys ซึ่งเป็นของเล่นไม้ในระดับราคาเดียวกัน Plan Toys และมีจุดขายเหมือนกันคือของเล่นไม้ที่มีความปลอดภัย

แต่ Wonderworld Toys ได้เน้นการรุกตลาดผ่านห้างสรรพสินค้าในแผนกของเด็กเล่น และมีการวางสินค้าตัวอย่างให้เด็กทดลองเล่น และอ้อนให้ผู้ปกครองซื้อให้ในอนาคต

ส่วน Plan Toys ทำตลาดในประเทศไทยผ่าน Distributor ให้เป็นผู้กระจายสินค้าเป็นหลัก ซึ่งทำให้ช่องทางในการจำหน่ายของเล่น Plan Toys อาจจะไม่เข้มข้นเท่า Wonderworld Toys ซึ่งเป็นคู่แข่งทางตรง

นอกจากนี้ สำหรับตลาดของเล่นตลาดบนไม่ใช่ว่าจะแข่งกับของเล่นไม้ที่ตลาดโดยตรง แต่ยังต้องแข่งขันกับของเล่นระดับพรีเมียมอื่นๆ มากมาย ทั้งในกลุ่ม Education Toys และของเล่นทั่วๆ ไปด้วยเช่นกัน

 

3. กลุ่มเป้าหมายเด็กเล็กเป็นหลัก

Plan Toys เป็นของเล่นไม้ที่เจาะกลุ่มเด็กก่อนปฐมวัย และปฐมวัย นับตั้งแต่ ุ6 เดือน-5 ขวบ เป็นหลัก เนื่องจากจุดประสงค์ของแบรนด์เน้นการสร้างพัฒนาการที่ดีจากการเล่นของเล่นให้กับเด็ก

การที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ช่วงอายุไม่กว้างมากนัก ประกอบกับอัตราการเกิดของเด็กไทยมีน้อยลง

จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยพบกว่า จำนวนเด็กอายุแรกเกิด-5 ปี ที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านทั่วประเทศปีที่ผ่านมีจำนวน 4.06 ล้านคน และเป็นจำนวนเด็กที่ลดลงในทุกๆ ปี จากอัตราการเกิดของเด็กที่น้อยลงไปทุกปี

โดยปี 2560 มีจำนวนเด็กแรกเกิด-5 ปีที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านทั้งสิ้น 4.22 ล้านคน

การที่ตลาดของเล่นเด็กในประเทศไทยถูกบีบด้วยอัตราการเกิดที่น้อยลง ที่ผ่านมา Plan Toys ได้หาทางออกด้วยการขยายไลน์อัปจากของเล่นเด็กสู่โต๊ะเขียนหนังสือเด็กเล็กด้วย

ไปพร้อมๆ กับหาโอกาสในตลาดต่างประเทศ ที่เป็นตลาดใหม่ๆ อย่างเช่นการเข้าไปศึกษาตลาดในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตของชนชั้นกลางมาก เป็นต้น

 

3. Brand Awareness ในไทยไม่แข็งแกร่ง

ความท้าทายอีกประการหนึ่งของ Plan Toys ในตลาดประเทศไทยคือ Awareness ของแบรนด์ที่อยู่ในใจของคนไทย

เพราะตลอด 39 ปีที่ผ่านมา Plan Toys แทบไม่ได้ออกมาสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์เท่าไรนัก

นอกจากปล่อยให้ของเล่นเล่าเรื่องด้วยตัวมันเอง

ซึ่งความจริงแล้ว Plan Toys เป็นแบรนด์ที่มีเรื่องเล่าที่จะใช้ในการสื่อสารที่สร้างเป็น Story Telling ได้หลากเรื่องราวก็ตาม

ส่งให้วันนี้ผู้ปกครองและครอบครัวที่มีเด็กบางครอบครัวเคยคุ้นชื่อ Plan Toys แต่ไม่รู้ว่าคือแบรนด์ของเล่นประเภทไหน และลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มในเว็บไซต์ก็มีแต่ภาษาอังกฤษ

บางครอบครัวรู้จักและเคยเห็นของเล่นไม้ของ Plan Toys จากห้างสรรพสินค้า สนามเด็กเล่นในร่ม และอื่นๆ แต่ไม่รู้ว่าของเล่นไม้ที่ลูก-หลานเล่นอยู่คือแบรนด์ Plan Toys

บางครอบครัวรู้จักทั้งแบรนด์และของเล่น แต่ไม่รู้ว่าจุดเด่นที่แตกต่างของ Plan Toys คืออะไร อย่างเช่นเรื่องความปลอดภัยจากกรรมวิธีในการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเป็นแบรนด์ของเล่นจากไม้ยางพาราแบรนด์แรกๆ ของโลก 

แต่ในปีที่ผ่านจะเห็นว่า Plan Toys เริ่มหันมาสร้าง Brand Awareness กับผู้ปกครองและเด็กๆ ไทยยิ่งขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมนิทรรศการเล่นได้ – Forest of Play ร่วมกับสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

เมื่อพูดถึง Story Telling ของ Plan Toys เราอยากจะขอเล่าให้อ่านว่า ทำไมเราถึงมองว่า Plan Toys มีเรื่องราวที่น่าสนใจตลอด 39 ปีในธุรกิจ

ถ้าเราบอกคุณว่า Plan Toys เป็นแบรนด์ที่เกิดจากกลุ่มแปลน กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มสถาปัตย์ที่อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมในประเทศมาอย่างยาวนาน อย่างเช่นตึกใบหยก 2 ก็เป็นในผลงานของกลุ่มนี้

โดยกลุ่มแปลนกรุ๊ป มีผู้ร่วมก่อตั้ง 7 คน ได้แก่

วิฑูรย์ วิระพรสวรรค์

ครองศักดิ์ จุฬามรกต

ธีรพล นิยม

อำพล กีรติบำรุงพงศ์

เดชา สุทธินนท์

สันติพงษ์ ธรรมธำรง

และพิมาย วิระพรสวรรค์

ผู้ก่อตั้งทั้ง 7 ของแปลน กรุ๊ป มีจุดมุ่งหมายร่วมกันว่า การทำธุรกิจของพวกเขาไม่ได้มองไปที่ตัวเองเป็นหลัก แต่ต้องมอบสิ่งอื่นๆ กลับไปให้สังคมด้วย

แม้ในจุดเริ่มต้นของแปลนกรุ๊ปจะเน้นไปยังงานสถาปัตย์ตามที่ได้เรียนมา และมีบริษัทแรกที่ตั้งภายใต้กลุ่มแปลนกรุ๊ป คือ แปลน อาคิเต็ค

แต่กลุ่มแปลนกรุ๊ปก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ก่อตั้งได้ต่อยอดไอเดียและความถนัดของตัวเองไปยังธุรกิจใหม่ๆ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในแวดวงสถาปัตยกรรม

และจากสัญญาทางใจเหล่านี้เอง วิฑูรย์ วิระพรสวรรค์ ผู้มีความเชื่อว่า สังคมจะดีได้ต้องเริ่มจากตัวเรา เพื่อขยายไปยังครอบครัว ชุมชน และประเทศในที่สุด และจุดเริ่มต้นที่ดี จะต้องเริ่มจากวัยเด็ก

จากความเชื่อของวิฑูรย์ ประกอบกับความถนัดในด้านอินดัสเตรียล ดีไซน์ ซึ่งเป็นวิชาที่เรียนจบมาจากคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วิฑูรย์ได้เลือกที่ต่อยอดธุรกิจของแปลนกรุ๊ปไปที่ของเล่นไม้เพื่อเสริมพัฒนาการเด็ก และตั้งชื่อของเล่นนี้ว่า Plan Toys ขึ้นมาในปี 2524 ที่มาพร้อมกับ

ไอเดียทุกอย่างเริ่มต้นจากยางพาราต้นเดียว

ธุรกิจของ Plan Toys เริ่มต้นจากการมองเห็นต้นยางพาราในภาคใต้ที่หมดอายุจากการกรีดยาง ที่ชาวสวนยางจะต้องตัดทิ้งเพื่อปลูกต้นใหม่ทดแทน

ซึ่งในเวลานั้น ต้นยางพาราที่หมดอายุ เป็นสิ่งที่ไม่มีค่า ชาวสวนยางจะทิ้งแบบไม่เหลียวแล หรือนำมาเผาเพื่อกำจัด ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะต่างๆ ตามมา

วิฑูรย์มองเห็นว่าต้นยาพาราที่หมดอายุสามารถนำเนื้อไม้มาทำเป็นของเล่นเด็กได้ จึงออกแบบของเล่นเด็กในรูปแบบต่างๆ ออกมาจำหน่ายเป็นรายแรกๆ ของโลกในชื่อ Plan Toys ตามที่เรากล่าวมา

ในจุดเริ่มต้นของธุรกิจ Plan Toys แทบจะไม่มีต้นทุนจากวัตถุดิบที่เป็นไม้ยางพารา จากการเป็นสิ่งที่ชาวสวนยางต้องตัดทิ้งอยู่แล้ว และชาวสวนยางยินดีที่ให้ฟรีๆ หรือขายให้ในราคาที่ต่ำมากถ้ามาขนไปด้วยตัวเอง

เมื่อธุรกิจ Plan Toys ไปได้ดีวิฑูรย์จึงได้เลือกที่จะตั้งโรงงานที่จังหวัดตรัง เพื่อใกล้แหล่งวัตถุดิบ เนื่องจากตรังเป็นจังหวัดที่มีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก

และการไปเปิดโรงงานต่างจังหวัดทำให้ค่าแรงในการจ้างงานต่ำกว่าค่าแรงในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมด้วย

หลังจากที่ Plan Toys ดำเนินธุรกิจไปสักพักใหญ่ๆ วิฑูรย์มองเห็นว่าที่ผ่านมาปัญหาของเนื้อไม้ยางพาราคือ เป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีแป้งในเนื้อไม้สูง และแป้งในเนื้อไม้เหล่านี้จะดึงดูดพวกปลวก มอด และอื่นๆ มากินเนื้อไม้เป็นอาหาร

และการที่จะทำให้เนื้อไม้คงสภาพอยู่ได้ต้องใช้สารเคมี และการใช้สารเคมีกับของเล่นเด็ก จะทำให้เกิดผลเสียกับเด็ก และพนักงานในโรงงานที่ต้องจับไม้เพื่อผลิตของเล่นเด็กทุกวันได้ ผลเสียจะเกิดกับเด็กและพนักงานของ Plan Toys โดยไม่รู้ตัว

วิฑูรย์จึงเริ่มมองหาโซลูชั่นในการรักษาเนื้อไม้ยางพาราโดยไม่ต้องใช้สารเคมี และวิจัยและพัฒนาจนสามารถรักษาเนื้อไม้โดยไม่ใช้สารเคมีได้ พร้อมกับนำสีและกาวที่ปลอดภัยมาใช้ในการผลิตของเล่น จนกลายเป็นสินค้า Plan Toys ในปัจจุบัน

นอกจาก Plan Toys จะมีของเล่นเด็กที่ทำมาจากไม้ยางพาราแล้ว วิฑูรย์ยังได้มีแนวทางในการนำขยะที่เกิดจากการผลิตของเล่น นั่นก็คือ “ขี้เลื่อย” มาผ่านกระบวนการอัดด้วยความร้อน และทำเป็นของเล่นเด็กภายใต้ชื่อ Plan Wood ออกมาจำหน่ายด้วย

แต่การนำขี้เลื่อยมาชุบชีวิตให้มีคุณค่าอีกครั้ง วิฑูรย์ยังมองว่าต้นยางพาราที่หมดอายุหนึ่งต้นยังมีรากต้นยางพาราที่ยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

เขาจึงได้เปิดโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตรังเพื่อนำรากต้นยางพารามาผลิตเป็นไฟฟ้าใช้ในโรงงานและจำหน่ายอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ธุรกิจ Plan Toys ที่เราได้อ่านมานี้ แม้หลายคนจะมองว่า ธุรกิจทำไมกำไรไม่มากนักเมื่อเทียบกับยอดขาย

การที่ Plan Toys มีกำไรสุทธิที่น้อยมาจากแนวทางธุรกิจของวิฑูรย์ที่ได้แบ่งผลกำไรออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรกให้กับการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เช่น การพัฒนาสินค้าสำหรับเด็กที่บกพร่องในด้านต่างๆ

ส่วนที่สองให้กับพนักงานผ่านสวัสดิการต่างๆ

และสุดท้ายคือส่วนของผู้ถือหุ้น

เพราะการธุรกิจที่อยู่รอดได้นั้นจะต้องประกอบด้วยกันหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การขายสินค้าเพื่อกำไรกลับมาให้กับธุรกิจและผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว

 

cr. ภาพจากเฟซบุ๊ก Plan Toys



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer