บุกโรงงาน Wacoal กับเบื้องหลังการทำยกทรง 1 ตัว ที่ต้องใช้ส่วนประกอบมากกว่า 30 ชิ้น !

สายการผลิตและเครื่องจักรคือสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครนักอยากจะเปิดเผย เพราะมันถือเป็นหัวใจสำคัญและความลับทางการค้าของธุรกิจที่มาพร้อมกับเงินลงทุนจำนวนมหาศาล

ซึ่งถ้าหากคุณไม่ใช่สาวโรงงานหรือเป็นพนักงานที่เกี่ยวข้อง การเข้าไปดูกระบวนการผลิตในนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป ที่เราจะเข้าไปหาข้อมูลแบบอินไซต์มาให้กับคนอ่าน Marketeer ; – )

เพราะวันนี้เราได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานของแบรนด์ชุดชั้นในที่มี Market Share อันดับ 1 ของประเทศอย่าง ‘Wacoal’ ซึ่งเป็นโรงงานที่ตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 3 มานานกว่า 48 ปี เพื่อผลิตสินค้าจำหน่ายในประเทศและรับจ้างผลิตให้กับกลุ่มวาโก้ในต่างประเทศ

ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าชุดชั้นใน 1 ตัว ซ่อนส่วนประกอบมากกว่า 30 ชิ้นไว้ตรงไหนบ้าง ?

ทำไมชุดชั้นในที่ผลิตตอนเช้าถึงสามารถส่งให้ถึงร้านค้าในห้างฯ ได้ทันในตอนบ่ายได้ ?

กระบวนการการส่งสินค้า 120,000 ตัว/วัน นั้นเป็นยังไง ?

หรือแม้แต่ตอนนี้ผู้หญิงไทยมีหน้าอกคัพไหนเยอะที่สุด ?

ให้ภาพและข้อความที่ด้านล่างนี้ของเรา พาคุณเข้าไปในโรงงานกันเลยดีกว่า

ก่อนจะเข้าไปดูข้างใน ต้องเล่าให้ฟังกันก่อนว่าโรงงานแห่งนี้ไม่ได้ผลิตแค่เพียงชุดชั้นในแบรนด์ Wacoal เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแบรนด์สินค้าแฟชั่นแบรนด์อื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) และอีกหลาย ๆ แบรนด์ที่มี บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่าย

หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเสื้อผ้าทั้งหลายที่เราเห็นกันในงานสหพัฒน์นั่นแหละ

สำหรับแบรนด์ Wacoal โรงงานแห่งนี้คือฐานการผลิตที่สำคัญ ที่ส่งสินค้าเพื่อขายในประเทศ 80% และนอกประเทศอย่างกลุ่มอาเซียน ญี่ปุ่น และอเมริกาอีก 20%

ซึ่งนอกจากปัจจัยในเรื่องของค่าแรง อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทแม่อย่าง Wacoal ประเทศญี่ปุ่นเลือกไทยเป็นฐานการผลิตแล้วส่งสินค้ากลับไปขายยังประเทศตัวเอง นั่นก็เพราะว่าคำว่า ‘Made In Thailand’ ที่อยู่บนป้าย เป็นคำที่น่าเชื่อถือในสายตาของคนญี่ปุ่นนั่นเอง

Pattern คือต้นแบบที่สำคัญในการทำเสื้อผ้า และด้วยความเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การขึ้น Pattern ยกทรงของ Wacoal จึงไม่ใช่การวาดมืออย่างที่เราเคยเห็นกันทั่วไป

แต่เป็นการวาดบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และส่งข้อมูลมายังเครื่องทำ Pattern เป็นเหมือน Printer เมื่อวาดเสร็จ ตัวเครื่องก็จะทำการไดคัทตัดออกมาเป็นชิ้นๆ ให้โดยอัตโนมัติ เพื่อส่งไปยังแผนกต่อไป

โดยเจ้าหน้าที่ ๆ ดูแลการทำ Pattern ยังเล่าให้เราฟังเพิ่มเติมอีกว่า “ก่อนจะส่งข้อมูลมาให้เครื่องทำ Pattern ทีมงานต้องเช็คความคมของใบมีดและหัวปากกาก่อนทุกครั้ง เพราะ Pattern ที่ออกมา จะคลาดเคลื่อนจากแบบในคอมพิวเตอร์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”

หลังจากนั้นตัว Pattern ก็จะถูกส่งต่อมายังแผนกคอมพิวเตอร์เกรดดิ้งเพื่อวางมาร์ค และพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษใช้วางบนตัวผ้า ให้รู้ว่าผ้าชิ้นนี้คือส่วนไหนต้องตัดที่ตำแหน่งใดบนผ้า

เครื่องตัดผ้าอัตโนมัติ

หน้าจอที่เราเห็นในรูปก็คือรอย Mark บนกระดาษที่เครื่องตัด เครื่องตัดก็จะตัดโดยอัตโนมัติตามข้อมูลการวางมาร์ค

จนเมื่อตัดเสร็จก็กลายมาเป็นภาพอย่างที่เห็น

และนี่ก็คือชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่จะนำไปประกอบในแผนกเย็บ

และนี่ก็คือแผนกเย็บ ที่มีเครื่องจักรหลายร้อยตัว เพื่อเอาไว้ประกอบชิ้นส่วนที่ส่งมาจากแผนกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวผ้า, ฟองน้ำชั้นใน, Accessories หรือป้ายราคาเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นยกทรงที่สมบูรณ์แบบ

พี่ผู้จัดการแผนกเย็บที่ทำงานมา 30 กว่าปีเล่าให้เราฟังว่า การเย็บยกทรงที่นี่จะถูกแบ่งออกเป็นทีมเย็บและในทีมเย็บประกอบไปด้วยขั้นตอนย่อยอีก 30 กว่าขั้นตอน

ซึ่งทั้ง 30 กว่าขั้นตอนนี้จะทำข้ามขั้นตอนไม่ได้เด็ดขาด ! พนักงานทุกคนต้องทำตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนดไว้ให้ เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพ

โดยมีการจัดเครื่องจักรเป็นรูปตัว U นี้ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้เป็นอย่างมาก เพราะทำให้พนักงานส่งต่อชิ้นงานกันไปเรื่อย ๆ ได้แบบไม่ต้องลุกเดิน

เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหา และประหยัดเวลาในการทำงานของพนักงานได้เป็นอย่างดี

กลุ่ม A จะมีหน้าที่ในการเย็บฟองน้ำ แล้วส่งต่อไปยังกลุ่ม B

กลุ่ม B มีหน้าที่ในการเย็บผ้าส่วนต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันแล้วส่งต่อไปยังกลุ่ม C

อีกมุมหนึ่งในกลุ่ม B

กลุ่ม C มีหน้าที่เย็บส่วนประกอบที่เหลือทั้งตัวผ้า,โครงยกทรง, Accessories และชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ เพื่อส่งต่อไปยังแผนกตรวจสอบเบื้องต้นที่หัวโต๊ะ ซึ่งอยู่ในทีมเย็บแต่ละทีม ตรวจสอบทุกตัวที่ออกจากทีมเย็บ

และจากจุดตรวจสอบในทีมเย็บ ยกทรงที่ตรวจแล้ว จะถูกส่งไปตรวจสอบอย่างเข้มงวดอีกครั้งที่แผนกตรวจก่อนบรรจุส่งไปให้ลูกค้าต่อไป

อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้น ว่าโรงงานแห่งนี้ไม่ได้ผลิตแค่เพียงชุดชั้นใน Wacoal เพียงเท่านั้น แต่ยังมีแบรนด์แฟชั่นอื่น ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ CW-X ที่มีขั้นตอนในการผลิต ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบริษัทวาโก้ คอร์ป ประเทศญี่ปุ่น มีคุณภาพและมาตรฐานการผลิตเดียวกัน และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญให้กับ CW-X ประเทศอเมริกา และประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

แผนกชิ้นส่วนผลิต Accessories ต่าง ๆ ที่ใช้ในการตกแต่ง ซึ่งโบว์บนยกทรงของ Wacoal ทุกตัวมาจากการทำด้วยมือทั้งนั้น

แผนกชิ้นส่วน ในส่วนของป้ายที่จะติดไปกับตัวสินค้า

สินค้าแฟชั่นทุกแบรนด์ที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้ สุดท้ายก็จะต้องมาจบที่ฝ่ายคลังสินค้า

โดยสิ่งที่ทำให้สินค้าของ Wacoal ที่ได้รับใบสั่งสินค้าตอนเช้าและสามารถส่งถึงหน้าร้านทันในตอนบ่ายได้ นั่นก็เป็นเพราะระบบที่เรียกว่า Sorter ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้การจัดส่งมีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าการใช้คนทำเป็นอย่างมาก

ซึ่งระบบ Sorter เคยทำให้การจัดสินค้าวันเดียวสามารถ ส่งสินค้าได้มากถึง 120,000 ชิ้น/วัน เปรียบเทียบกับระบบเดิมที่ใช้พนักงานเคยทำได้มากสุดเพียง 80,000 ชิ้น/วันเท่านั้น

หลักการทำงานของ Sorter ก็คือ หลังจากมีคำสั่งซื้อมาจากร้านค้า ระบบจะสรุปปริมาณการจัดสินค้า พนักงานคลังสินค้าก็จะจัดส่งสินค้ามายังเครื่องนี้ เพื่อให้พนักงานยิงบาร์โค้ดเข้าระบบ Sorter แล้ววางสินค้าบนสายพาน

จากนั้นสินค้าที่อยู่บนสายพานจะถูกระบบ SORTER จัดสินค้าให้ลงตามกล่องต่าง ๆ ซึ่ง 1 ช่อง คือ 1 บิลร้านค้า และการอ่านบาร์โค้ดในภาพก่อนหน้านี้ก็คือสิ่งที่จะบอกว่าสินค้าชิ้นไหน จะตกลงไปอยู่ช่องไหนนั่นเอง

เมื่อได้สินค้าครบถ้วนตามใบสั่งซื้อ พนักงานก็จะทำการปิดกล่อง แยกสายขนส่ง เพื่อรอบริษัทขนส่ง มารับก่อนบ่าย 3 โมง แล้วนำไปส่งยังร้านค้าต่าง ๆ ต่อไป โดยในกรุงเทพและปริมณฑลสินค้าจะใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1 วัน ส่วนหัวเมืองและตามจังหวัดต่าง ๆ สินค้าจะใช้เวลาเดินทางอาจจะมากกว่า 1 วัน แล้วแต่ระยะทาง

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับกระบวนการในการผลิตชุยกทรงแบรนด์ Wacoal คราวนี้ก็มาถึงในส่วนของการพัฒนาและวิจัย ที่กว่ายกทรง 1 ตัวจะออกวางขายสู่ตลาดได้นั้นต้องผ่านการค้นคว้าในหลาย ๆ ด้าน

สำหรับในส่วนนี้คือ Human Science Research Center ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทาง Wacoal จัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการศึกษาวิจัยสรีระสตรีไทย ติดตามการพัฒนาการของขนาดร่างกาย โดยเฉพาะทรวงอกของผู้หญิง เพราะผู้หญิงแต่ละยุคสมัยก็มีรูปทรงของทรวงอกที่แตกต่างกันออกไป

อย่างในปีที่ผ่านมาจากข้อมูลการวิจัยฯ ผู้หญิงไทยมีคัพ C มากที่สุด แตกต่างจากช่วงหลายปีก่อนหน้าที่ทรวงอกส่วนใหญ่ของผู้หญิงไทยจะอยู่ที่คัพ A หรือ B

จากการวิเคราะห์และวิจัยนี้ จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญสำหรับการผลิตยกทรงเพื่อออกจำหน่าย ว่าควรผลิตรูปแบบไหน คัพไซส์ไหน และอะไรคือสิ่งที่ชุดชั้นใน Wacoal จะช่วยแก้ไขให้ทรวงอกสวยสมดุลได้

โดยใช้กล้อง Moire’ ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบในขณะที่ไม่สวมใส่ยกทรง กับสวมใส่ยกทรงอย่างละเอียด โดยผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงาน Human Science Research Center เพื่อเอาไว้ดูว่าหน้าอกที่ไม่ใส่ยกทรง กับหน้าอกที่ใส่ยกทรงนั้นแตกต่างกันอย่างไร

สำหรับภาพนี้คือส่วนของ Lab ที่เอาไว้ทดสอบวิจัยเนื้อผ้าและวัตถุดิบต่าง ๆ ทั้งของ Wacoal และแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ ซึ่งวัตถุดิบที่จะนำไปผลิตเพื่อจำหน่ายจะต้องผ่านเกณฑ์ทั้ง 4 ด้าน นั่นคือ

1.ด้านการเปลี่ยนแปลงขนาดรูปทรงหลังการซัก ว่าเนื้อผ้าต้องไม่มีการหด ยืด ย้วย หลังการซักล้าง

2.ด้านความคงทนของสีต่อการซัก, ต่อเหงื่อ ต่อการขัดถู และต่อแสง ว่าสีของเนื้อผ้าต้องไม่สีตกหรือซีดจางก่อนกำหนด

3.ด้านความแข็งแรงและคงทนต่อการยืดหยุ่นตัว เนื้อผ้าต้องไม่เปื่อย ขาด ขึ้นขน และปริแยก จากการสวมใส่และซักล้าง

4.ด้านความปลอดภัยจากสีและสารเคมีอันตราย เนื้อผ้าต้องไม่มีสีหรือสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตราย
ถ้าไม่ผ่านทั้ง 4 เกณฑ์วัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิตนั้นก็ต้องตกไป

#นักวิจัยน่ารักบอกต่อด้วย : )

ด้านการทดสอบคุณสมบัติเฉพาะทาง เช่น ด้านการดูดซับเหงื่อได้ดีแห้งเร็ว ระบายอากาศได้ดี ป้องกันแบคทีเรียไม่เหม็นอับ ป้องกันแสง UV ซึ่งเป็นคุณลักษณะพิเศษของชุดออกกำลังกาย ก็ต้องทดสอบเพื่อรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์

และนี่ก็คือภาพที่ทำให้คุณเห็นว่ายกทรง 1 ตัวนั้นประกอบไปด้วยชิ้นส่วนอะไรบ้าง

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากการเดินสำรวจโรงงาน Wacoal ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้เราได้เห็นกระบวนการการผลิตยกทรงแบบใกล้ ๆ ด้วยเครื่องจักรทันสมัยเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงข้อมูลแบบอินไซต์ ที่เจ้าหน้าที่หลาย ๆ คนได้เล่าให้เราฟังว่า

“คุณเชื่อไหม ว่าผู้หญิงไทยกว่า 80% ใส่ยกทรงกันแบบผิดคัพ/ไซส์ ไม่ว่าจะใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป นอกจากจะทำให้สวมเสื้อผ้าไม่สวยแล้ว ยังส่งผลเสียต่อผู้สวมใส่ในระยะยาวทั้งด้านรูปร่างและสุขภาพ

อยากให้คุณผู้หญิงควรเช็คคัพไซส์ที่ถูกต้อง ซึ่งเรามีพนักงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการที่เคาร์เตอร์ตามวาโก้ช้อปทุกสาขาทั่วประเทศ

เราอยากจะให้คุณช่วยเผยแพร่ข้อมูลตรงนี้ เพราะในฐานะผู้ผลิตเราก็อยากให้ผู้หญิงไทยรู้จักวิธีการใส่ยกทรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้หญิงได้สวยจากภายในสู่ภายนอก”