หนี้ครัวเรือน ของคนไทย ทำไมนับวันจึงมีแต่จะเพิ่มขึ้น (วิเคราะห์)

“หนี้ครัวเรือน” เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวยังคงเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเนื่อง

จากข้อมูลของธปท.พบว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 3/2562 ขยับขึ้นมาที่ 79.1% ต่อจีดีพี มียอดคงค้าง 13.239 ล้านล้านบาท ชะลอการเติบโตลงมาที่ 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส

แต่หากเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนขยับขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี จากระดับ 78.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี

แนวโน้มในปี 2563 นี้ หนี้ครัวเรือนอาจเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียง หรือเร็วกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ อาจจะเห็นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนขยับขึ้นไปที่ 80.0-81.5% ต่อจีดีพี

เนื่องจากยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนยังคงมีทิศทางเพิ่มขึ้น ผู้กู้/ครัวเรือนยังมีภาวะหนี้สินล้นตัวเมื่อเทียบกับรายได้ โดยส่วนใหญ่มีภาระผ่อนชำระสินเชื่ออย่างน้อย 2 ประเภทกับสถาบันการเงิน

สอดคล้องกับผลสำรวจสถานการณ์หนี้สินและเงินออมของครัวเรือนปี 2562 ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า 44% ของผู้กู้-ครัวเรือนที่มีหนี้ มีภาระหนี้หรือเป็นหนี้เพิ่มขึ้น และส่วนใหญ่เป็นหนี้หลายประเภทพร้อมๆ กัน

แล้วคนไทยเป็น หนี้ครัวเรือน จากอะไรบ้าง

นอกจากหนี้บัตรเครดิตแล้ว ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะมาจากหนี้ผ่อนรถยนต์ ผ่อนสินเชื่อส่วนบุคคล และผ่อนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

แม้ผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรฯ จะเป็นตัวเลขของคนกรุงเทพฯและปริมณฑล แต่มีทิศทางที่สอดคล้องกับการเร่งตัวขึ้นของตลาดสินเชื่อรายย่อยในระดับภาพรวมทั้งประเทศ

เพราะในระยะหลังที่เห็นการเติบโตขึ้นของหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและหนี้เพื่อการใช้จ่ายทั่วไปแบบไม่ระบุวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลทั้งที่มีหลักประกันเป็นบ้านและรถยนต์ที่ปลอดภาระหรือผ่อนหมดแล้ว สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน สินเชื่อที่ไม่ระบุวัตถุประสงค์ของการกู้ยืม รวมไปถึงสินเชื่อบัตรเครดิต

สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า ภาคครัวเรือนในอีกหลายส่วนยังคงก่อหนี้เพิ่ม

หากมาดูสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า  ภาพรวมของครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ เฉลี่ยที่ 39.4% ของรายได้ต่อเดือน

ขณะที่มีรายจ่ายในชีวิตประจำวันประมาณ 48% ของรายได้ต่อเดือน

เท่ากับว่า เงินที่เหลือสำหรับการออม-ลงทุน หรือเก็บไว้เป็นยามฉุกเฉินจะมีสัดส่วนเพียง 12% ของรายได้เท่านั้น

 

แล้วคน Gen ไหน มีสัดส่วนหนี้ต่อรายได้เท่าไหร่บ้าง ?

 

GenZ             36.2%

GenY             42.0%

GenX             38.0%

BabyBoomer 34.3%

 

และหากเทียบกับรายได้ต่อเดือนนั้นพบว่า

 

คนที่มีรายได้ต่อเดือน

<15,000 บาท มีสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ 42.7%

15,001-30,000 บาท มีสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ 41.1%

>30,000 บาท มีสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ 36.7%

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer