Jones’ Salad เปลี่ยนวิกฤติสุขภาพเป็นโอกาสทางธุรกิจ (กรณีศึกษา)

“ถ้าไม่รู้จักเรียนรู้และปรับตัว เราจะต้องเจอกับการ Disruption แน่นอน”

อาริยะ คำภิโล ประธานกรรมการ บริษัท โจนส์สลัด จำกัด เปิดการสนทนาด้วยประโยคสั้นๆ ที่แฝงนัยของทั้ง Do & Don’t ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นไปตามจุดประสงค์ของในงานสัมมนา Marketeer Forum @Sasin #17 ตอน ::SME: Do & Don’t แชร์ประสบการณ์ ฝ่ามรสุมธุรกิจ 2020::

ก่อนจะมาเป็นร้านสลัดที่นอกจากประสบความสำเร็จอย่างมากในแง่ของธุรกิจ Facebook Fanpage ของร้าน Jones’ Salad ยังมีผู้ติดตามมากกว่าล้านคน อาริยะ เริ่มต้นจาก “คนทำอาหารไม่เป็น” และเรียนรู้ต่อยอดเรื่อยมา

จุดเริ่มต้นจากวิกฤตสุขภาพ

ย้อนไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว อาริยะเจอวิกฤตสุขภาพ เมื่อแพทย์พบก้อนเนื้อที่มีโอกาสสูงที่จะเป็น “เซลล์มะเร็ง” จนต้องหยุดพักทำงาน

ขณะนอนอยู่ในโรงพยาบาลได้เห็นผู้ป่วยจำนวนมาก จึงเริ่มคิดว่า “ทำอย่างไร ให้คนไทยสุขภาพดีขึ้น และลดจำนวนผู้ป่วยให้น้อยลง” จนค้นพบเส้นทางธุรกิจใหม่ในขณะที่รักษาตัวนั่นเอง

“ตอนนั้นเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น และเจอปัญหาว่า ในเมืองหาผักดีๆ กินยาก จึงคิดว่าอยากให้คนได้รับประทานอาหารดีๆ อยากให้คนได้รับประทานอาหารสุขภาพ จึงเริ่มต้นว่าจะทำร้านสลัด

เริ่มจากไม่มีความรู้เรื่องทำอาหารเลย แต่อยากทำร้านอาหาร ก็เลยตั้งเป้าหมายไว้และหาโอกาสไปเรื่อยๆ และมีโอกาสได้ไปที่ออสเตรเลีย ที่นั่นมีร้านสลัดเยอะมาก เลยสนใจบินไปศึกษาตลาดที่นั่น

และเริ่มสู่เส้นทาง ‘ธุรกิจเพื่อสุขภาพ’ โดยได้เรียนสูตรน้ำสลัดกับน้าเขยของแฟนที่เป็นชาวออสเตรเลีย ชื่อ ‘น้าโจนส์’ และนำมาปรับสูตรให้เข้ากับคนไทย”

Jones’ Salad แห่งแรก เป็นเคาน์เตอร์เล็กๆ บนพื้นที่ขนาด 14 ตารางเมตร ที่จามจุรีสแควร์ ด้วยเงินลงทุน 300,000 บาท และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยผักสดจากฟาร์มอินทรีย์และน้ำสลัดโฮมเมด ที่มีให้เลือกมากกว่า 20 แบบ

“จุดแข็งของเราคือ ความแปลกใหม่ ตอนนั้นแปลกมากที่จะมีร้านเปิดขายสลัดอย่างเดียว คนเห็นเป็นธุรกิจที่ใหม่จึงมารับประทานกัน นอกจากนี้ เราเป็นสลัดที่มีน้ำสลัดสำหรับคนไทยจริงๆ ไม่เลี่ยนรับประทานง่าย กินได้หลายครั้ง เป็นรสชาติสลัดที่กินได้ทุกวัน มีให้เลือกหลากหลาย แปลกและแตกต่างถูกปากคนไทย กินได้ไม่เบื่อ”

เมื่อพูดถึง “จุดแข็ง” อาริยะยังเผยแง่คิดหนึ่งไว้อย่างน่าสนใจ

“จากตรงนี้เราได้จุดแข็งของเราแล้ว และได้เรียนรู้ต่อไปว่า จุดแข็งของธุรกิจนั้นต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ตอนเริ่มธุรกิจอาจเป็นแบบหนึ่ง พอเริ่มแล้วคู่แข่งก็อาจจะตาม เราก็ต้องหาจุดแข็งใหม่ๆ มองไปข้างหน้าตลอดว่าเราจะพัฒนาต่อไปอย่างไรให้ธุรกิจไปต่อได้”

เรียนรู้จากอุปสรรค ต่อยอดเป็นความสำเร็จ

ขณะที่ธุรกิจกำลังเติบโตกลับเจอมรสุมบางอย่าง เมื่อสัญญาเช่าร้านกำลังหมดลงและสัญญาใหม่เพิ่มต้นทุนไปหลายสิบเท่า

“สาขาแรกขายดีมาก จนผ่านไปปีกว่าๆ กำลังจะหมดสัญญาที่เราเช่าช่วงต่อมา เจ้าของขอเพิ่มจากเดือนละ 35,000 บาท เป็น 300,000 บาท ถ้าเราไม่โอเค เขาก็พร้อมจะนำร้านแบบเดียวกับเรามาขายแทนทันที

ตอนนั้นเราเลยได้บทเรียนใหม่ว่า แค่โปรดักส์ขายดี บางทีก็อยู่ไม่ได้ มันมีตัวแปรอื่นเยอะมาก จึงเริ่มเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ตั้งแต่ตอนนั้น ศึกษาแบรนด์ใหญ่ๆ ว่าสร้างแบรนดิ้งให้แบรนด์ตัวเองไม่โดนก๊อบปี้ได้อย่างไร”

Jones’ Salad สาขาใหม่จึงเริ่มปรับรูปแบบร้าน และโฟกัสการทำแบรนดิ้งมากขึ้น จึงกำหนด DNA ของแบรนด์ใหม่หมด เริ่มทำดีไซน์และอัตลักษณ์องค์กรใหม่ ให้ลูกค้าที่ไปในทุกสาขาได้ประสบการณ์เดียวกัน ทำให้ร้านมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับร้านสลัดทั่วไป

อยากประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ต้องช่วยเหลือคนได้

“ได้เรียนรู้มาอีกว่า แบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จได้ยั่งยืน ต้องช่วยเหลือคนได้มากๆ จึงมองย้อนว่าเราเป็นแบรนด์สินค้าสุขภาพอยู่แล้ว จึงเริ่มให้ความรู้สุขภาพโดยทำเป็นเพจขึ้นมาเพื่อให้ถึงทุกกลุ่ม ใช้จุดแข็งจากสินค้าเรามานำเสนอ โดยนำปัญหาต่างๆ มาแตกโจทย์ ให้ข้อมูลสุขภาพสามารถเข้าถึงคนได้ง่ายๆ นั่นคือจุดเริ่มต้นของเพจ”

การนำเสนอภายใต้การเล่าเรื่องของตัวละครหลักที่ชื่อว่า “ลุงโจนส์” มาคอยบอกเล่าสารพันความรู้สุขภาพในรูปแบบการ์ตูน และอินโฟกราฟิกที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ทุกเพศวัย

“คอนเทนต์ดี คนก็ช่วยแชร์ คนเริ่มรู้จักเรามากขึ้น มองเราว่าไม่ใช่ร้านทั่วไป แต่เป็นร้านที่มีความรู้จริงๆ เป็นร้านที่เลือกอาหาร เลือกเมนูให้มีคุณค่ากับลูกค้าจริงๆ ซึ่งย้อนมาถึงเราว่าเรามอบสินค้าคุณภาพให้กับทุกคนแบบผู้รู้จริงๆ”

ปัจจุบันร้าน Jones’ Salad ขยายไปกว่า 10 สาขา ในกรุงเทพมหานคร และกำลังขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ปี 2020 เรามองธุรกิจไว้ว่า อยากขยายเป็นสัก 15 สาขาก่อน ไม่อยากตั้งเป้าหมายเยอะ อยากค่อยๆ หาทำเลที่ดีจริงๆ และเราจะพัฒนาครัวกลางของเรา และมองหาพาร์ตเนอร์ที่จะต่อยอดไปในทางอื่น ให้พาร์ตเนอร์ช่วยเหลือขยายด้านทรัพยากรจะได้ขยายไปอย่างยั่งยืน หรืออาจจะโตไปในช่องทางใหม่ๆ หลายๆ ทางโดยมีพาร์ตเนอร์ที่ดีที่จะไปต่อกับธุรกิจเราได้”

Digital Disruption อุปสรรคของธุรกิจ

เมื่อถามถึง “อุปสรรค” ที่อาจจะเผชิญในปี 2020 และอนาคต คำตอบที่อาริยะมองคือเรื่องของ Digital Disruption

“เรื่องการ Disruption ของเทคโนโลยี ทำให้เราไม่สามารถวางแผนได้ว่าอนาคตองค์กรหรือธุรกิจเราจะไปอยู่จุดไหน เรามองไม่ออกว่าร้านเราจะเป็นอย่างไร ซึ่งผมว่าทุกธุรกิจเจอกันหมด เราไม่เห็นทางที่ชัดเจนเหมือนสมัยก่อน องค์กรใหญ่ๆ ยังเจอกับเรื่องนี้เลย เราต้องมองในระยะที่ตัวเองพอทำได้ และลองในหลายๆ ทางให้มากขึ้น

นี่อาจเป็นอุปสรรคแต่ก็เป็นจุดที่โชคดีมากของ SME เราสามารถลองได้โดยที่ไม่มีต้นทุนเยอะ สามารถศึกษาลองผิดถูกหรือแก้เกมธุรกิจได้ตลอดเวลา เราสามารถไปกับคลื่นการ Disruption ได้อย่างต่อเนื่อง”

#Do

– ผู้ประกอบการต้องหาจุดขายที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง คนอื่นไม่สามารถเลียนแบบได้

– ต้องหาความรู้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยแนะนำให้ฟัง podcast ซึ่งเป็นเทรนด์การเรียนรู้แบบใหม่

#Don’t

– อย่ารอให้พร้อมแล้วค่อยทำ เพราะสุดท้ายจะมีคนอื่นทำก่อนและเราจะไม่ได้ทำ ดังนั้น หาความรู้แล้วเริ่มลงมือทำเลย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer