พฤติกรรมผู้บริโภค 2020 วิเคราะห์เทรนด์ลูกค้ายุคใหม่ให้แตก ก่อนเริ่มธุรกิจ

ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจไหนก็ต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยถึงจะไปรอด

คำว่า “เศรษฐกิจไม่ดี” ที่เราได้ยินจนชินหู แต่ถ้าลองมองอีกมุมหนึ่ง คุณรับประทานข้าวน้อยลงรึเปล่า? หรือตอนนี้คุณอาบน้ำอาทิตย์ละครั้ง?

ถ้าคำตอบคือไม่ นั่นแปลว่าเรายังต้องกิน ต้องใช้ อยู่เหมือนเดิม ความต้องการของผู้บริโภคยังมีอยู่เท่าเดิม

แล้วที่ว่าเศรษฐกิจไม่ดีนั้นต้นตอจะมาจากอะไร? ไม่ใช่ว่าผู้บริโภคจะชิม ช้อป ใช้ น้อยลง แต่วิถีการกินการใช้ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามกระแสที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ทุกปี

เพราะในขณะที่มีคนบ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดี และหลายธุรกิจปิดตัวลง แต่กลับมีธุรกิจบริการ, Startup หน้าใหม่ๆ ที่ปรับตัวและสร้างรายได้เกิดขึ้นใหม่อยู่ทุกวัน

สิ่งเหล่านี้แสดงให้ว่ามีกลุ่มคนที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และสามารถปรับตัวตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่ไม่เคยอยู่นิ่งได้

แล้ว พฤติกรรมผู้บริโภค ปี 2020 นี้จะเป็นอย่างไร

สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโร (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงเทรนด์ของผู้บริโภค 2020 ว่า ผู้บริโภคยุคนี้มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าที่สะท้อนคุณค่า/ความเชื่อ (passion/value) สามารถแบ่งออก 5 กลุ่มด้วยกัน

1. ฉาบฉวย  : ต้องเรียลไทม์ ‘เรียลไทม์’-ยอมจ่ายเพื่อความสบาย

เด็กรุ่นใหม่ Gen Z เป็นกลุ่มที่เติบโตมากับความ ‘เรียลไทม์’ แค่นั่งอยู่หน้าจอ ก็ได้ทุกอย่างแม้กระทั่งอาหาร

ดังนั้น การกินของคนกลุ่มนี้ คือการสั่งเดลิเวอรี่ หรือการอุ่นอาหาแช่แข็งเอาก็ได้ แม้ไม่สดเท่าอาหารปรุงใหม่ แต่ยอมแลกกับความสบาย

รวมถึงวิธีการเรียนรู้ก็ไม่ต้องเดินทางแสวงหา แต่สามารถเรียนออนไลน์ได้เลย หรือมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตแบบฉาบฉวย เช่น แอปแปลภาษา แทนที่จะเสียเงินเรียนภาษา ซึ่งเรียนแล้วอาจจะลืมก็ได้ สู้เสียเงินซื้อเครื่องแปลภาษา ที่ทำให้ใช้ชีวิตได้ดีกว่า

คนกลุ่มนี้เข้าใจการใช้เทคโนโลยีเป็นอย่างดี ไม่เน้นใช้ชีวิตแบบประณีต ไม่สนใจขั้นตอน สนใจที่ผลลัพธ์ นั่นคือยอมจ่ายกับอะไรที่ได้ผลลัพธ์เรียลไทม์โดยไม่ต้องลงแรง เช่น ได้ภาษาโดยไม่ต้องเรียน ได้ร่างกายดี โดยไม่ต้องออกกำลัง ได้กินโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เป็นต้น

2. รักตัวกลัวตาย : ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่คอยตรวจดูการหายใจ การเดิน การนอน ปริมาณน้ำตาลในร่างกาย ถ้าใช่ คุณก็เข้าข่าย เพราะกระแสการป่วยด้วยโรคร้าย มันแรงขึ้นทุกวัน

และการเข้าถึง medical device ก็ง่ายจนทำให้ผู้บริโภคเริ่มหมกมุ่นกับสุขภาพตัวเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมใหม่ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รสนิยมการบริโภคก็จะเปลี่ยนแปลงไป

เช่นเดียวกับการใช้เงิน ที่จะใช้ไปกับการป้องกันโรคมากกว่าการรักษา ใช้เงินกับการกินที่ใส่ใจสุขภาพมากกว่าการตามใจปาก

3. ชอบใช้กำลังภายใน : “พลังบวก” ช่วยได้

ผู้บริโภคใช้เงินไปกับอะไรที่จะช่วยทำให้เกิดพลังบวก พลังจิตที่ดี คลายเครียด เพราะจากข้อมูลพบว่า กระแสเรื่องโรคซึมเศร้า การฆ่าตัวตายที่นับว่าสูงขึ้นมาก จากสถิติพบว่า การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายอันดับสองในกลุ่มวัยรุ่น รองจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้สูง โดยวัยรุ่นกว่า 55% ยอมรับว่าตัวเองมีความเครียดทุกวัน

ข้อมูลจาก Barnes & Noble หนังสือเกี่ยวกับ Mental health/self help ขายดีขึ้น และขายดีกว่าหนังสือยอดนิยมอย่างการดูแลตนเอง  ซึ่งเป็นในทิศทางเดียวกันกับเมืองไทย ที่เมื่อเข้าร้านหนังสือก็จะเจอหนังสือ คลายเครียด คิดบวก พลังบวก ที่ติดอันดับขายดี

ผู้บริโภครุ่นใหม่ตระหนักถึงภัยของ social media ที่มีผลต่อ mental disorder คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเล่น social network น้อยลง จากสถิติพบว่า คนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นอเมริกัน อังกฤษ เล่น facebook น้อยลง 17% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ twitter ที่ลดลง 7% มีเพียง instagram ที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เพียงเล็กน้อยแค่ 2%

4. โพธิสัตว์ : รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ออร์แกนิก

ผู้บริโภครุ่นใหม่มีความมักน้อยมากขึ้น จะไม่สะสม  ไม่เก็บของ เน้นสไตล์ minimalist ที่โล่ง โปร่ง สบาย รักษ์โลกเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถุงผ้า การใช้เสื้อผ้าที่ย่อยสลายได้และย้อมสีธรรมชาติ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่รับประทานได้ ไปจนถึงการเช่าเสื้อผ้าออกงาน แทนที่จะซื้อใหม่ หรือการใช้สินค้า reuse ซึ่งจะเป็นที่ยอมรับ

และกลายเป็น new norm ไม่ติดหรู ไม่ติดแบรนด์ ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย แต่ยอมจ่ายแพงกับสินค้าที่ดีต่อตัวเองและดีต่อโลกใบนี้

มีแนวโน้มที่จะพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และโปรดสัตว์ไปในขณะเดียวกัน จึงมีโอกาสที่จะรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง

สินค้าที่เป็น plant base หรือโปรตีนจากพืช อาหาร vegan ธัญพืช เป็นเทรนด์การบริโภคใหม่ ซึ่งในปีที่ผ่านมา 70% ของคนรุ่นใหม่มีการซื้อผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกอย่างน้อยหนึ่งชิ้น

ขณะที่อัตราคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็เพิ่มขึ้น (VEGAN) ถึง 600% ใน 2 ปีที่ผ่านมา และมีการคาดการณ์ว่าผู้บริโภค 1 ใน 10 คน จะเป็น Vegan ภายในปี 2030

5. ชายไม่จริง หญิงแท้ : เท่าเทียมและเท่าเทียม

บทบาทของบุรุษเพศจะลดน้อยลงในปี 2020 เมื่อการรวมตัวกันของคนที่ไม่ใช่เพศชาย ไม่ว่าจะเป็น สตรี และเพศที่สาม จะโดดเด่นมากจน “เพศ” จะไม่ใช่ความเหลื่อมล้ำอีกต่อไป

เราจะเห็นแคมเปญต่างๆ รวมถึงการใช้เงินซื้อสินค้าต่างๆ ที่สะท้อนคุณค่าเรื่องความเท่าเทียม หรือ genderless เช่น ตุ๊กตาที่ไม่ใช่มีแต่เพศหญิงหรือชาย แต่เป็นการผสมของสองเพศ Genderless voice เทคโนโลยีการสั่งด้วยเสียงที่ไม่ได้เลือกใช้เสียงหญิงหรือชาย อีกต่อไป แต่เป็นเสียงกลางๆ ที่ไม่สะท้อนเพศใดเพศหนึ่ง

และเราจะเห็นกลุ่ม ชายไม่จริง หญิงแท้ มีบทบาทมากขึ้นในสังคม ในปี 2020  

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline