เรื่องของ ผู้ชาย…! : ดร.เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

by: ดร.เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพรัก 

ผมขอเริ่มต้นด้วยเรื่องของผู้ชาย แบบ แมนๆ สักหน่อยครับ

ข้อมูลจากนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์ ฉบับเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าตลาดเครื่องดื่มที่เรียกกันว่า Functional Drink ตกต่ำต่อเนื่อง 4 ปี จากมูลค่าเกือบ 2,500 ล้านบาทเหลือ 1,900 ล้านบาทในปี 2559 โดยเฉพาะ แบรนด์ที่จับตลาดผู้หญิง แบบว่าดื่มแล้ว ผิวขาวสวย ไม่สามารถกระตุ้นให้สาวสนใจอีกต่อไป อาจจะเป็นเพราะเห็นผลช้าและสาวๆ มีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยให้สวยได้เร็วกว่า ดีกว่า

แบรนด์อย่าง อะมิโน โอเค เริ่มหายไปจากตลาดและแบรนด์ผู้นำอย่าง SAPPE ก็ยอดขายลดลงต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับแบรนด์ MANSOME ที่จับตลาดผู้ชาย (อยากหล่อ) ที่ยอดขายโตต่อเนื่องจนเป็นผู้นำตลาด ท่านสามารถอ่านบทวิเคราะห์ในบทความตอนนั้นได้ เขียนได้ดีให้ภาพชัดพอสมควรครับ

แต่ประเด็นที่ผมจะคุยในบทความตอนนี้คือเรื่องของ..ผู้ชาย

ผู้ชายอยากหล่อ ที่ในแวดวงการตลาดเรียกกันว่ เมโทรเซ็กชวล (Metrosexual) ที่นักการตลาดรู้จักกันดีว่าคือ ผู้ชายแบบว่า ชอบใช้ชีวิตในสังคมเมือง นิยมความสวยงาม (หล่อ) ดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งผิวพรรณ หน้าตา ทรงผม การแต่งกาย ใช้ น้ำหอม เครื่องสำอาง (สำหรับผู้ชาย) ชอบช็อปปิ้ง เล่นฟิตเนส สนใจใน เทคโนโลยี มีอาชีพมั่นคง รายได้สูง 

มาร์ก ซิมป์สัน (Mark Simpson) นักหนังสือพิมพ์ชาวอังกฤษเป็นคนที่คิดใช้คำว่า Metrosexual เป็นคนแรกในปี พ.ศ. 2537 แต่เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายในปี พ.ศ. 2545 และก็มาเป็นกระแสในบ้านเราประมาณ ปี พ.ศ. 2547

ผู้ชายกลุ่มนี้ไม่ใช่พวกชอบไม้ป่าเดียวกัน (Homosexual) อาจจะมีบ้าง (ไม่รู้) แต่หลงรักความงามของตนเองตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์คือ Narcissism ที่มีรากศัพท์มาจากเทพบุตรรูปงามชื่อ นาซีซัส ตามเทพนิยายกรีกโบราณ

แม้จะรักสวยรักงาม (แบบผู้หญิง) แต่ยังคงความเป็นแมน เต็มที่เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงตรงๆ และเขาไม่ชอบให้สังคมมองเขาว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ หรือมองเลยไปว่าเขาเป็นกะเทย

ตัวแทนของคนกลุ่มนี้ที่นักการตลาดใช้เป็นตัวกระตุ้นให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เจาะกลุ่มนี้ ในระดับสากลก็คืออดีตนักฟุตบอลชื่อดัง เดวิด เบคแฮม หรือ แบรด พิตต์ อย่างในบ้านเรา เช่น โดม ปกรณ์ ลัม หรือคู่แฝดนักร้องนักแสดง กอล์ฟและไมค์

กระแสของชายรักหล่อ Metrosexual มีมาหลายสิบปีจนสังคมยอมรับ ยิ่งในระยะหลังที่กระแสศิลปินเกาหลีมาแรง พร้อมกับศัลยกรรมความงามความหล่อเป็นที่นิยมและยอมรับมากขึ้น ทำให้ชายๆทั้งหลายที่เกิดมาไม่หล่อ ได้เกิดใหม่ (ด้วยฝีมือหมอ) หล่อสมใจกันทั่วหน้า ที่ติดงอมแงมมากไปหน่อยอาจจะทำเกินเลยจนกลายไปเป็นสาว (ประเภทสอง) ไปเลย

สัจจธรรมที่ว่าของอะไร อยู่นาน คนมักจะเบื่อ ก็เกิดกับ Metrosexual เช่นกัน

ชาย (แท้ๆ) เริ่มมองว่า ถ้าจะหล่อจริงและดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้าม (อาจจะมีเพศไม่ตรงข้ามแอบชอบ) ต้องงามจากเรือนกายของตนเอง แบบว่ากล้ามงามมี ซิกแพ็ก ไม่ใช่งามด้วยตัวช่วยภายนอก กระแสผู้ชายแนวนี้ เขาเรียกว่า สปอร์โนเซ็กชวล (Spornosexual) ที่ มาร์ก ซิมป์สัน เจ้าเก่าเป็นคนคิดคำนี้ จากการประสมคำว่า Sport + Porn + Metrosexual ซึ่งหมายถึงผู้ชายที่ชอบออกกำลังกาย เล่นกีฬา มีกล้ามงาม อวดเรือนร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอย่างมั่นใจ แบบว่าเรือนร่างเป็นต่อหน้าตาเป็นรอง

ชายกลุ่มนี้ไม่เน้นเรื่องเสื้อผ้า เครื่องสำอางน้ำหอม แบรนด์เนม มากนัก แต่เน้นการอวดเรือนร่างที่มีกล้ามโตสวยงาม และใช้สินค้าที่ช่วยให้เขามีรูปร่างดี เพราะฉะนั้นระยะเวลาการใช้สินค้ายาวนานกว่าพวกเมโทรเซ็กชวล

หนุ่มสปอร์โนเซ็กชวลมักหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ ยิ่งจากคนใกล้ชิดหรือคนในกลุ่มเล่นกล้ามด้วยกัน สินค้าที่ให้ความสำคัญในการจับจ่ายใช้สอย เช่น อาหารหลัก อาหารเสริม การออกกำลังกาย โดยมีการใช้จ่ายด้านอาหารหลักถึงประมาณ 30% ของรายได้ เพราะว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อ พวกโปรตีน หนุ่มกล้ามโตเหล่านี้ต้องกินอาหารวันละ 5-6 มื้อและเลือกกินด้วย (ขอบอก)

ส่วนอาหารเสริม ใช้จ่ายประมาณ 10% ของรายได้เนื่องจากเขามองว่า อาหารเสริมเป็นอาหารทดแทนเมื่อไม่ได้อาหารหลักเพียงพอ

ส่วนการออกกำลังกาย ใช้จ่ายประมาณ 10% ของรายได้

หากจะลงลึกในรายละเอียด พบว่าชายเหล่านี้ไม่เน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากเกินไป เพราะเขายังต้องการความสมดุลย์ของคุณประโยชน์ รสชาติ และราคา เพราะอาหารสุขภาพแบบเต็มๆ ส่วนใหญ่มีราคาสูง เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่เขาจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงและหลีกเลี่ยงไขมัน

หนุ่มกล้ามโต มักจะใส่ใจในรายละเอียดของคุณค่าทางโภชนาการ เพราะฉะนั้นรายละเอียดบนฉลากเป็นเรื่องสำคัญสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้

หนุ่มกล้ามโตส่วนใหญ่ทุ่มเททั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพื่อการดูแลสุขภาพ ตามสถานฟิตเนสครบวงจร เพราะเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน

ลูกค้ากลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าและอุปกรณ์การออกกำลังกาย โดยเฉพาะถุงมือ เพราะต้องใช้เป็นประจำในการยกเวท เพื่อสร้างเสริมกล้ามเนื้อ แต่ถ้ากล้ามใหญ่แล้วมือด้าน สาวๆ ที่ได้สัมผัสมือคงไม่เป็นปลื้ม

 

ผมแอบทราบมาว่าแบรนด์ถุงมือยอดนิยมเป็นแบรนด์ของไทยแต่ชื่อฝรั่งว่า “Jason” 

เกือบลืมบอกถึงหนุ่มกล้ามงามตัวพ่อที่ชายกลุ่มนี้ถือเป็นพ่อแบบ ในระดับสากลก็ นักฟุตบอล หุ่นงามนามว่า คริสเตียนโน่ โรดัลโด้ หรือ ดาราหนังฮอลลีวูด คริส เฮมเวิร์ธ ที่เล่นหนังเรื่อง ธอร์ (Thor) เทพเจ้าสายฟ้า

อย่างในบ้านเราก็ ดีเจภูมิ คุณฟ้าใส หนุ่มแบบว่าหน้าไม่หล่อแต่กล้ามเร้าใจสาวๆ

 

หากท่านสนใจจะทำการตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้ ต้องเข้าใจธรรมชาติของเขาว่า เขาเน้นสร้างเรือนกายให้เป็นที่สนใจ ต้องการ ของเพศตรงข้าม ความจริงเรื่อง sexual เป็นตัวกระตุ้นที่ได้ผลเสมอสำหรับสินค้าความงามทั้งของชายและหญิง

นอกจากต้องเข้าใจกลยุทธ์อมตะนิรันดร์กาลอย่าง 4P แล้วท่านต้องเพิ่มเติมในเรื่องที่เขาให้ความสนใจอีกสามเรื่องที่ผมเรียกง่ายๆว่า “HIS” คือ

  • H – Health สุขภาพ สินค้าที่เจาะกลุ่มลูกค้านี้ต้องเน้นที่คุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย
  • I – Information รายละเอียด สินค้าต้องให้รายละเอียด ส่วนประกอบชัดเจน มีผู้เชี่ยวชาญหรือกลุ่มอ้างอิงคอยตอบข้อสงสัย สร้างความมั่นใจในตัวสินค้า
  • S – Show Off อวดได้ไม่อายใคร เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ชอบเข้าสังคม สังสรรค์ แถม ชอบอวด อีกด้วย 

(ขอบอกอีกที)

เป็นไงครับ เรื่องของผู้ชาย ที่ถ้าเข้าใจ จับตลาดถูก ก็ทำเงินกันแบบ แมนๆ ได้ไม่ยาก 

Spornosexual


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer