ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ไทยเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยในปีนี้ตัวเลขมูลค่าตลาดแตะอยู่ที่ 3.15 ล้านล้านบาท โตขึ้น 14% จากปี 2560 และมีการคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 จะมีการเติบโตเฉลี่ยถึง 22% ขณะที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเองก็เอื้อต่อการเติบโต แต่ละแบรนด์จึงงัดไม้เด็ดเพื่อช่วงชิงชิ้นเค้กก้อนโตในตลาด e-Marketplace นี้

โดยเบอร์หนึ่งในตลาดไม่ใช่ใครอื่น คือ ลาซาด้า (Lazada) เจ้าใหญ่เจ้าเดิม ทั้งในด้านของจำนวนผู้ใช้ต่อเดือน ยอด Google search หรือยอดการเข้าชมเว็บไซต์ 46% ลาซาด้าก็คว้าไปครอง

นอกจากนี้ ผลสำรวจความนิยมสินค้าและบริการในหมวด e-Commerce/e-Marketplace ของ Marketeer Research ปรากฏว่า ลาซาด้า ยังคงครองตำแหน่ง No.1 Brand Thailand แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย อย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 4 ปี ซ้อน สะท้อนให้เห็นถึงความพึงพอใจและความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภคเป็นอย่างดี

ท่ามกลางการแข่งขันที่ ‘ดุเดือด’ ทั้งสงครามราคาโปรโมชันที่เชือดเฉือนกันไม่หยุดเช่นนี้ ลาซาด้าทำอย่างไรให้เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภค ‘รัก’ ได้ต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

การเดินทางสู่ปีที่ 8 พร้อม Infrastructure ที่แข็งแกร่ง

โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งขององค์กรในตลาดคือจุดชี้วัดสำคัญในตลาดอีคอมเมิร์ซว่าเจ้าไหนจะได้ไปต่อ เจ้าไหนต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เพราะเทคโนโลยี ดาต้า ระบบโลจิสติกส์ และระบบการจ่ายเงิน องค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้คือกุญแจของการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดและพื้นที่ในใจลูกค้า และต้องยอมรับว่าลาซาด้าแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน

ภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวย้ำกับ Marketeer ว่า เมื่อภารกิจของลาซาด้าคือ มุ่งสู่การเป็นผู้นำ e-Marketplace ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การสร้าง Infrastructure ให้เป็นอันดับหนึ่งในทุกๆ ด้านจึงสำคัญ

“อันดับแรกคือ Technology เรามีบริษัทแม่คือ Alibaba ที่คอยซัปพอร์ตเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ซัปพลายเชน ระบบ Seller Center อย่าง Business Advisor ที่คอยสนับสนุนผู้ประกอบการ และมีระบบหลังบ้านที่ช่วยให้การซื้อขายสะดวกและมีประสิทธิภาพ

“ถัดมาคือ Logistic ที่ถือเป็น backbone ของธุรกิจ e-Commerce ซึ่งลาซาด้าเองมีโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และมีการขยาย Network โลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมคุณภาพและนำส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างถูกต้องครบถ้วน โดยปัจจุบันเรามีคลังสินค้ากว่า 30 แห่งในกว่า 17 เมือง ซึ่งลาซาด้าเป็นผู้การคัดแยกพัสดุเองกว่า 75% ของพัสดุที่จัดส่งให้ลูกค้าทั้งหมด ที่สำคัญ 90% ของลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับพัสดุภายใน 24 ชั่วโมง (Same Day หรือ Next Day Delivery)

“และสุดท้ายคือ ระบบ Payment อย่างที่ทราบกันดีว่าลาซาด้าคือผู้บุกเบิกเรื่องบริการเก็บเงินปลายทาง (Cash On Delivery) แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเราเองก็ปรับการบริการเพื่อให้สอดรับความต้องการ โดยเพิ่มบริการ Lazada Wallet ระบบการจ่ายเงินที่สะดวก ปลอดภัย ซึ่งปี 2562 ที่ผ่านมามีการเติบโตถึง 2 เท่า และช่วงปลายปีเราได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์สำคัญ Citi Bank เปิดตัว “ซิตี้ ลาซาด้า” (Citi Lazada) บัตรเครดิตโคแบรนด์อีคอมเมิร์ซเจ้าแรกในประเทศไทย เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ถือบัตรและลูกค้าลาซาด้า”

ลาซาด้า ประกาศรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ผ่านแคมเปญ Go Where Your Heart Beats เมื่อกลางปี 2562

เดินหน้ายุทธศาสตร์ Shoppertainment

เพื่อยกระดับให้เป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มการทำธุรกรรมซื้อขายสินค้า ในปีที่ผ่านมาลาซาด้าได้ประกาศรีโพสิชั่นแบรนด์ภายใต้กลยุทธ์ ช้อปเปอร์เทนเมนต์ (Shoppertainment) สะท้อนลุคแอนด์ฟีลที่ดูเด็กลง สดใสมีชีวิตชีวา และเปี่ยมไปด้วยพลัง ผ่านโลโก้ใหม่รูปหัวใจที่เกิดจากการแสดงตัวอักษร ‘L’ ที่หมายถึง ลาซาด้า ดีไซน์เป็นรูปกล่องทรงสามมิติ ที่เป็นตัวแทนหัวใจในธุรกิจของลาซาด้า ใช้เฉดสีใหม่ที่สะท้อนความมีชีวิตชีวาของการช้อปปิ้ง

นอกจากนี้ ลาซาด้ายังมีแคมเปญกระตุ้นทราฟฟิกและการซื้อขายต่อเนื่องทั้งปี ตั้งแต่การนำฟีเจอร์ Gamification ใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ในการช้อปให้แก่ลูกค้า อาทิ เกมหั่นราคา (Slash it) ฟีเจอร์เกมเพื่อให้ผู้ใช้กดเล่นหั่นราคาและแชร์ต่อไปให้เพื่อนๆ ช่วยกันเล่น เพื่อจะได้ซื้อของ หรือเกมเขย่าเพื่อรับดีลและส่วนลด (Shake it) ที่มีผู้เข้าร่วมมากมาย รวมถึง LazGame ฟีเจอร์ที่มีลีดเดอร์บอร์ด แดชบอร์ดโชว์คะแนนของผู้ร่วมเล่นเกม ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้มากขึ้น รวมถึงการ Livestream ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายอย่างวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

สำหรับปีนี้ ลาซาด้ายังคงยึดหลักกลยุทธ์เดิม แต่เพิ่มสีสันด้วยแคมเปญและฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้สนุกมากขึ้น ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

“ปีนี้ยังคงเน้นย้ำกลยุทธ์ช้อปเปอร์เทนเมนต์ ที่ควบรวมการช้อปปิ้งและความบันเทิงเข้าด้วยกัน โดยมีทั้งแคมเปญใหญ่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและแคมเปญเล็กๆ ที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อย่างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เราจัด Lazada Men’s Festival เป็นครั้งแรกและได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี ขณะที่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเราจัดแคมเปญ Lazada Women’s Festival ตอบทุกสไตล์ที่เป็นคุณ ซึ่งเป็นการต่อยอดแคมเปญเจาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิงวัย 18-24 ปี โดยเฉพาะอีกครั้ง หรือแคมเปญ “See Now, Buy Now” งานแฟชั่นโชว์ที่ถ่ายทอดสดและมียอดผู้ชมกว่า 300,000 วิวในประเทศไทย

“ทั้งนี้ ในโอกาสลาซาด้าครบรอบ 8 ปีในวันที่ 28 มีนาคม เราได้จัดแคมเปญ Lazada 8th Birthday Sale อยู่บ้านนะคนดี เรามีดีลดี๊ดีส่งให้ ขนสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มเอาใจนักช้อปโดยเฉพาะ และตลอดทั้งปีเราได้เตรียมแคมเปญไว้มากมาย เพื่อที่จะเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นทั้งผู้หญิงและผู้ชายให้มากขึ้น”

ในวันนี้ลาซาด้าจะไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มซื้อขายที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน แต่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของทุกคนทุกเพศทุกวัย

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลาซาด้าจะเป็นทั้งเบอร์ 1 ด้านอีคอมเมิร์ซในเมืองไทย และเป็นเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer