ตลาดแอร์ มูลค่าเท่าไร ? วิเคราะห์ ตลาดแอร์ ปี 2563 ผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งบวกและลบ

โควิด-19 อาจส่งผลกับตลาดแอร์

ตลาดแอร์ ในปีที่ผ่านมา มูลค่า 24,000 ล้านบาท เติบโต 9%

ตามปกติแล้ว แอร์เป็นตลาดที่ผันผวนตามสภาพอากาศ มากกว่าสภาพเศรษฐกิจ และจะเติบโตได้ดีในปีที่มีอากาศร้อนสูง

ส่วนปีที่ผ่านมาตลาดแอร์นอกจากถูกอากาศที่ร้อนเร่งให้เกิดการเติบโตแล้ว ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจติดแอร์ที่บ้านเพิ่มเติมเร็วขึ้น และใช้ชีวิตอยู่ในบ้านด้วยการปิดประตู หน้าต่าง และเปิดแอร์ เพื่อลด PM2.5 เข้ามาในบ้าน

การแข่งขันของตลาดแอร์ในปัจจุบัน นอกจากจะแข่งขันกันเรื่องความเย็นที่เย็นฉ่ำสม่ำเสมอแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดแอร์ยังแข่งขันในเรื่องของการประหยัดพลังงานผ่านเทคโนโลยี อินเวอร์เตอร์ และนวัตกรรมต่างๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ เป็นต้น

การแข่งขันในตลาดของแบรนด์แอร์ในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ กับการผลิตที่ได้ Economy of Scale ที่ให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง แอร์รุ่นอินเวอร์เตอร์มีการลดราคาลงมาจากช่วงแรกๆ ที่เปิดตัวในตลาด โดยปัจจุบันแอร์อินเวอร์เตอร์กับแอร์ทั่วไปมีราคาห่างกันเพียงไม่กี่พันบาท

ความท้าทายของตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อีกประการหนึ่ง คือการเข้ามารุกตลาดของแอร์แบรนด์จีน ที่เข้ามาแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก ผู้แข่งขันเดิมบางราย จึงได้รับผลกระทบจากการเสียส่วนแบ่งตลาดไปให้กับแบรนด์จีน

แต่อย่างไรก็ดี ตลาดแอร์บ้านในประเทศไทยมีมิตซูบิชิยังเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยในปีที่ผ่านมามิตซูบิชิมีส่วนแบ่งตลาด 33-35%

จากชื่อเสียงที่สะสมในใจผู้บริโภคมานาน เนื่องจากมิตซูบิชิเป็นแอร์แบรนด์แรกๆ ที่เข้ามารุกตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ในตลาดอาจผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสวิด-19 ทั้งทางบวกและทางลบ

ปัจจัยทางบวก

ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายบริษัทมีมาตรการ Work from Home ให้พนักงานทำงานจากบ้านแทนเข้ามาทำงานในบริษัทเพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19  และลดความเสี่ยงของพนักงานในการติดเชื้อโควิด-19 จากการเดินทางและอื่นๆ

นอกจากนี้ จากการปิดสถานที่ต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้คนไทยอยู่บ้านมากขึ้นเช่นกัน

การที่คนทำงานจากบ้านมากขึ้น และคนอยู่บ้านมากขึ้น ท่ามกลางอากาศที่ร้อนของฤดูร้อนในประเทศไทยโอกาสในการเปลี่ยนแอร์ หรือซื้อแอร์เพิ่มก็จะมีมากขึ้นตามมา

 

ผลกระทบทางลบ

การซื้อขายแอร์ส่วนใหญ่ ผู้บริโภคนิยมไปเลือกซื้อตามร้านค้า และห้างสรรพสินค้าที่มีจัดจำหน่าย การประกาศปิดห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้ช่องทางการจำหน่ายแอร์ลดน้อยลงตามมา

การจำหน่ายแอร์โดยห้างสรรพสินค้าจึงต้องเน้นจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก และการขายผ่านช่องทางออนไลน์โอกาสในการเข้าถึงกลุ่มแมส จะมียากขึ้นตามมา เพราะมีผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และอีกกลุ่มหนึ่งไม่มั่นใจในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้

แต่อย่างไรก็ดี ตลาดแอร์ยังเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวมที่มีมูลค่า 9.7-9.8 หมื่นล้านบาท เติบโต จากการเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสัดส่วนรายได้สูงที่สามารถเติบโตได้อีกไกล

เพราะเมื่อดูตัวเลขการครอบครองแอร์ในประเทศไทยพบว่าในปี 2561 กรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการครอบครองแอร์สูงสุด ยังมีเพียงสัดส่วนการครอบครองแอร์เพียง 51.5% ของครัวเรือนทั้งหมดเท่านั้น

ส่วนภาคกลาง 32.4%, ภาคเหนือมีการครอบครอง 24.9%, ภาคใต้ มีการครอบครองที่ 20.3% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเพียงเป็น 13.6% เท่านั้น

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ตลาดแอร์เย็นไปได้อีกไกลแน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer