นับตั้งแต่ต้นปี 2563 กราฟราคาทองในประเทศไทย หันหัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในเราได้เห็นใครหลายคนนำทองที่เก็บไว้ออกมาขายเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

นับตั้งแต่มกราคม -22 เมษายน 2563 ราคาทองในประเทศไทย อ้างอิงจากสมาคมทองคำ พบว่า

ราคารับซื้อทองรูปพรรณ 96.5% อยู่ที่ 23,273.10 บาท ราคาขาย 24,328.87 บาท ส่วนทองแท่ง 96.5% รับซื้อ 23,700.00 บาท ขาย23,828.87 บาท

ส่วนวันที่ 22 เมษายน 2563

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ราคา รับซื้อ 25,650.00 บาท ราคาขาย 25,850.00 บาท ทองรูปพรรณ 96.5% ราคารับซื้อ 25,180.76 บาท ขายออก 26,350.00 บาท จากการปรับราคารอบที่สองของวัน

การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในปีนี้ เป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปี นับจากปี 2555 ที่ราคาทองปรับตัวขึ้นสูงสุดเฉลี่ยที่ 24,581.48 บาท ในราคาขายทองคำแท่ง 96.5%

การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงปี 2555 มาจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปลายปี 2551 และสหรัฐอเมริกาเลือกการพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกมาเข้าสู่ระบบแบบไม่จำกัดเพื่อพยุงเศรษฐกิจเข้ามาเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นระบบการเงินและเศรษฐกิจ

เหตุผลที่สหรัฐอเมริกาสามารถพิมพ์เงินออกมาได้ไม่จำกัดมาจากปี 2514 ประธานาธิบดี นิกสัน ยกเลิกผูกเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลกกับทองคำ ที่เคยใช้เป็นเครื่องค้ำประกันในการผลิตเงินออกสู่ระบบของประเทศต่างๆ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาเงินฝืด ที่มีปริมาณเงินในระบบการเงินและเศรษฐกิจน้อยเกินไป

การที่สหรัฐอเมริกามีการพิมพ์เงินออกมาสู่ระบบจำนวนมากแบบน็อนสต๊อป ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ที่เป็นเงินสกกุลหลักอ่อนค่าลง จนนักลงทุนเห็นถึงความเสียงในการถือเงินดอลลาร์สหรัฐต่อไปในระยะยาว และโยกเงินการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลงทุนในทองคำเพื่อทำกำไรแทน

ส่วนในปี 2563 ราคาทองคำกลับมาหันหัวขึ้นเป็นกระทิงที่เกรี้ยวกราดใส่ตลาดอีกครั้ง เป็นเหตุผลมาจาก

การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้นักลงทุนทั่วโลกปรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นที่มาเป็นทองคำแทนเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า จนเกิดการซื้อขายเพื่อเก็บและเกร็งกำไรจำนวนมาก และทำให้ราคาทองคำแท่งทั่วโลกเกิดการปรับสูงขึ้นตามความต้องการในการซื้อของนักลงทุน

รวมถึงประชาชนบางกลุ่มโยกเงินที่เก็บไว้ในรูปแบบพันธบัตรและอื่นๆ มาซื้อเก็บเป็นทองคำแทน เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้สำหรับประเทศไทย ราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากเงินบาทที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง และทำให้การนำเข้าทองจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะทำการซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้นตามมา

 

ทั้งนี้ ราคาทองจะดีดตัวสูงขึ้นอีกเท่าไร คงต้องดูกันไปยาวๆ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer