ในเวลาเพียง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เราทุกคนได้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และผลกระทบในทุกภาคส่วน ในเวลาเดียวกันก็ได้เห็นความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ทั้งการบริจาคเงิน เครื่องยังชีพ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ตู้ความดันลบหรือห้องความดันลบ ที่หลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร

เมื่อไม่นานมานี้ Marketeer ได้รับเกียรติจาก ซัยโจ เด็นกิ ที่ชวนมาร่วมชมห้องความดันลบ (True Negative Pressure) ต้นแบบ สำหรับผู้ป่วย COVID-19 ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จึงจะพาคุณผู้อ่านมาไขข้อสงสัยที่ว่า ห้องความดันลบคืออะไร จำเป็นอย่างไรในวิกฤตโควิด-19 และถือโอกาสพาทัวร์หอผู้ป่วยโควิด-19 ว่าเขาจะอยู่และรักษากันอย่างไร

ห้อง True Negative Pressure สำหรับผู้ป่วย COVID-19 นี้เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Inverter อย่างซัยโจ เด็นกิ ได้นำนวัตกรรม Fresh Air 100%, เทคนิค Clean to Dirty Air Flow รวมถึงระบบ IOT และการติดตั้งระดับมืออาชีพ มาเป็นแกนหลักในการสร้างห้อง True Negative Pressure ครั้งนี้ โดยมีนักวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.), โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, ภาคจุลชีววิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมเป็นที่ปรึกษา ซึ่งทั้งหมดใช้เวลาเพียง 10 วันในการสร้างห้องดังกล่าว

ก่อนจะพาทัวร์ เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าห้อง True Negative Pressure คืออะไร? จำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิดอย่างไร?

รศ. พ.อ.หญิง ปริยนันทน์ จารุจินดา ผู้อำนวยการ กองโสต ศอ นาสิกกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อธิบายให้ฟังว่า “คนไข้โควิด-19 ถือว่าเป็นการติดเชื้อทาง Airborne คือ สามารถที่จะติดไปในอากาศได้เลย ดังนั้น ในขั้นตอนการรักษาจำเป็นต้องมีการกักกันเชื้อจากผู้ป่วยให้อยู่ในบริเวณที่ผู้ป่วยนอนอยู่เท่านั้น เพื่อไม่ให้เชื้อเล็ดลอดออกมาภายนอกห้อง ที่สำคัญเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่บุคลากรทางการแพทย์ที่มารักษา และวิธีการกักกันเชื้อก็คือการทำห้องความดันลบ หรือ True Negative Pressure”

“หลักการทำงานของห้องความดับลบคร่าวๆ คือ ภายในห้องผู้ป่วยจะมีค่าความดันอากาศติดลบอยู่ (ค่าความดันที่รับได้คืออย่างน้อยที่ระดับ -2.5 ปาสคาล) เชื้อก็จะถูกกักไว้ข้างใน และเมื่อเปิดประตูเข้าไปตัวห้องที่มีความดันลบจะดูดอากาศจากภายนอกที่มีความดันปกติเข้าไป นั่นหมายความว่าเชื้อไวรัสภายในห้องจะไม่มีโอกาสปนเปื้อนออกมาภายนอกได้ ขณะเดียวกันก็กำจัดเชื้อไวรัสภายในห้องด้วยระบบ Exhaust Air คือการดูดอากาศในห้องผู้ป่วยออกไปบำบัดให้สะอาดเป็นปกติก่อนปล่อยไปยังภายนอก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และชุมชน”

เพราะเหตุนี้ห้องความดันลบจึงจำเป็นต่อขั้นตอนการรักษาผู้ป่วยในวิกฤตโควิด-19 นี้ แต่ด้วยงบประมาณในการสร้างที่ค่อนข้างสูง ใช้เวลานาน และ Know How ที่ต้องใช้ทักษะความรู้จากหลายภาคส่วน ทำให้การสร้างห้องความดันลบที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลเป็นเรื่องยากและซับซ้อน

ต้นแบบห้อง True Negative Pressure ที่สร้างเสร็จใน 10 วัน

จากความรุนแรงของการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 และความจำเป็นของห้อง True Negative Pressure ที่ต้องใช้จำนวนมาก ทำให้เกิดความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างภาครัฐและเอกชน กับโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบแลกเปลี่ยนอากาศเพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนห้องผู้ป่วยธรรมดาให้กลายเป็นห้องแรงดันลบที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการรองรับผู้ป่วย COVID-19 ภายใต้โจทย์ที่ว่า นำตึกผู้ป่วยเดิมมาปรับแต่งใหม่ โดยใช้งบประมาณและเวลาที่ใช้ในการติดตั้งน้อยที่สุด

ธันยวัฒน์ จิตติพลังศรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ธันยวัฒน์ จิตติพลังศรี วิศวกร บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “โจทย์ที่ทางโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ให้มาคือ การเตรียมความพร้อมสถานที่เพื่อรับผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 41 เตียง ให้เร็วที่สุด จึงเกิดการรวบรวม Know How ของแต่ละภาคส่วนมาช่วยกันเพื่อให้ได้ระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ และระบบกรองอากาศ สำหรับห้อง True Negative Pressure ที่มีประสิทธิภาพที่สุด”

“โดยทีมแพทย์ รพ. พระมงกุฎเกล้าเป็นผู้บอกความต้องการว่าห้องความดันลบที่มีประสิทธิภาพต้องมีอะไรบ้าง มจธ. ได้ช่วยจำลองการไหลของอากาศภายในห้อง ด้วยวิธี Computational Fluid Dynamics (CFD) Simulation เพื่อให้สามารถพัฒนาสินค้าในเวลาที่จำกัด พร้อมกับทดสอบประสิทธิภาพการกรองอากาศผ่าน Ultrafine Filter ซึ่งสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็ก 0.1 ไมครอน แต่เชื้อไวรัสโคโรนามีขนาดเฉลี่ย 0.125 ไมครอน  ขณะที่คณะสาธารณสุขฯ ม. มหิดลเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพอากาศทั้งภายในห้องผู้ป่วยและภายนอกห้องก่อนนำอากาศเสียไปทิ้ง

และสุดท้ายคือ ซัยโจ เด็นกิ ได้นำนวัตกรรม Fresh Air 100% ที่มีระบบ Inverter ซึ่งซัยโจ เด็นกิเป็นผู้พัฒนาใช้เพื่อช่วยลดค่าไฟเหลือเพียง 30-35% เท่านั้น ซึ่งปกติระบบ Inverter จะกินไฟ 2-3 เท่า พร้อมทั้งเป็นทีมสร้าง ติดตั้ง รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างห้อง True Negative Pressure ทั้งหมดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 26 ล้านบาท”

ในระยะเวลา 10 วัน ทีมงานจากซัยโจ เด็นกิ สามารถเปลี่ยนห้องผู้ป่วยเดิมในตึกอุบัติเหตุ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่เป็นอาคารเก่ากว่า 37 ปี ให้กลายเป็นห้อง True Negative Pressure เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วย COVID-19 ในห้องผู้ป่วยวิกฤตเดี่ยว (ICU) 5 ห้อง 5 เตียง และห้องผู้ป่วยวิกฤตรวม (Cohort Ward) 4 ห้อง ห้องละ 9 เตียง ได้รวมทั้งสิ้น 41 เตียงบน พื้นที่กว่า 580 ตารางเมตร

ลักษณะเฉพาะของระบบในห้อง True Negative Pressure ต้นแบบ คือ

1. Supply Unit ใช้ Fresh Air 100% ที่มีทั้งความร้อน ความชื้น ฝุ่น และเชื้อโรคมาทำให้สะอาด ก่อนนำอากาศเข้ามาภายในห้อง โดยไม่ใช้อากาศเสียที่วนอยู่ในห้องมาใช้ใหม่ แต่ใช้อากาศสะอาดจากภายนอกห้องทดแทนอากาศเสียตลอดเวลา

2. ระบบ Inverter เมื่อเอา Fresh Air 100% มาทำความเย็น และควบคุมความชื้นให้ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา ปกติต้องกินไฟมากกว่าเดิมถึง 2-3 เท่าของเครื่องปรับอากาศปกติ ทางซัยโจ เด็นกิ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและพัฒนาระบบ Inverter ด้วยตัวเอง สามารถลดค่าไฟลงเหลือเพียง 30-35% เท่านั้น

3. เทคนิค Clean to Dirty Air Flow คือการทำให้อากาศไหลจากโซนสะอาด ไปสู่โซนสกปรก จึงลดโอกาสที่หมอและพยาบาลจะติดเชื้อจากคนไข้ โดยอากาศภายนอก (Fresh Air) จะถูกกรองด้วยฟิลเตอร์ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็ก 0.1 ไมครอน ลดอุณหภูมิ ปรับความชื้นสัมพัทธ์ซึ่งถือเป็นอากาศที่สะอาดจะเข้ามาในห้อง ไหลผ่านบุคลากรทางการแพทย์ ไปสู่ผู้ป่วย โดยอากาศจากบริเวณศีรษะผู้ป่วยซึ่งเป็นจุดที่สกปรกที่สุดจะถูกดูดออกไปกรองและนำไปทิ้ง จึงปลอดภัยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากผู้ป่วยไปสู่บุคลากรทางการแพทย์

4. การทำห้องให้เป็น Negative Pressure โดยใช้ห้องผู้ป่วยเดิมซึ่งไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นห้อง Negative Pressure ไว้ตั้งแต่แรก แต่ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว ‘ซัยโจ เด็นกิ’ ใช้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมร่วมกับ มจธ. ทำให้สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ทั้งเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น อัตราการหมุนเวียนอากาศ (Air Change) และแรงดันห้อง (Room Pressure)

5. เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ควบคุมและบริหารจัดการสภาวะอากาศภายในห้องผู้ป่วย รวมถึงการดูแลรักษาระบบปรับอากาศดังกล่าวได้ในหน้าจอเดียว คือ Centralized Control ที่บอกข้อมูลต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ปริมาณฝุ่น PM5 แรงดันห้อง (Room Pressure) อัตราการหมุนเวียนอากาศขาเข้า (Air Change – Fresh Air) อัตราการหมุนเวียนอากาศขาออก (Air Change – Exhaust) และประสิทธิภาพของระบบฟอกอากาศ (% Filter Efficiency) เพื่อบริหารการดูแลรักษาระบบฟอกอากาศให้มีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

เมื่อหมดวิกฤตโควิด-19 แล้ว ห้อง True Negative Pressure ยังคงสามารถนำไปปรับใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้ออื่นๆ เช่น วัณโรค หรือโรคติดต่อทางเดินหายใจที่ร้ายแรงอื่นๆ ได้ รวมถึงสามารถเปลี่ยนเป็น Protective Environment ทำให้สามารถรองรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมีจำนวนมากในประเทศไทย เป็นการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ Marketeer มีโอกาสได้คุยกับ คุณสมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถึงความช่วยเหลือจากซัยโจ เด็นกิ ในวิกฤตครั้งนี้

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

“ช่วงเวลาปกติในทุกๆ ปีซัยโจ เด็นกิ จะมีการจัดงบเพื่อสนับสนุนทางด้านการแพทย์ปีละ 10-15 ล้านบาท และสนับสนุนให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกปีละ 10-15 ล้านบาท และด้านสังคมอย่างการสนับสนุนศาสนาควบคู่กันมาตลอด ในวิกฤตโควิด-19 นี้ ทางซัยโจ เด็นกิเองก็ได้ให้การสนับสนุนความช่วยเหลือด้านต่างๆ มาตั้งแต่เดือนมีนาคม อาทิ การซื้อเครื่องช่วยหายใจจากต่างประเทศจำนวน 67 เครื่อง เป็นเงิน 27.5 ล้านบาท มอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ อีกกว่า 60 ล้านบาท และการมอบนวัตกรรม Fresh Air สำหรับห้อง True Negative Pressure ให้กับโรงพยาบาลพระมงกฎเกล้า และโรงพยาบาลอื่นๆ มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท รวมความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 108 ล้านบาท”

“ทุกความช่วยเหลือคือส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซัยโจ เด็นกิมีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือเรื่อง Know How และการติดตั้งระบบห้อง True Negative Pressure ที่เปรียบเสมือนเกราะกำบังสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และเพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

นับเป็นความสำเร็จทางการแพทย์ที่ในวิกฤตเช่นนี้สามารถสร้างระบบการรักษาที่ปลอดภัย มาตรฐานระดับโลก และเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ทางวิศวกรรมของคนไทยที่สามารถพัฒนาสินค้าที่มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาวิกฤต COVID-19 ได้เอง ขณะเดียวกันนับเป็นความโชคดีของคนไทยที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างร่วมใจเพื่อให้ไทยผ่านวิกฤตนี้ไปได้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer