ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่แบรนด์กาแฟสัญชาติญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Arabica ปักหมุดเปิดสาขาที่ 58 ของโลก

และถือเป็นสาขาแรกของไทยที่ชั้น 1 ในห้าง ICONSIAM

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Arabica ประกาศผ่านแฟนเพจ Arabica Thailand ว่ามีแผนจะเปิดสาขาแรกในไทยในช่วงเดือนเมษายน แต่อาจเป็นเพราะโควิด-19 เลยทำให้กำหนดการเดิมที่วางเอาไว้ต้องเลื่อนออกไป

ย้อนกลับไปในช่วงธันวาคมปี 2562 เพียงแค่ภาพแผนที่สุวรรณภูมิกับแคปชั่นสั้น ว่า Hello Bangkok ใน IG @arabica.journal ก็กลายเป็นกระแสที่ผู้คนต่างพูดถึงกันมากมาย

ย้อนกลับไปอีก สิ่งที่ทำให้คอกาแฟชาวไทยตื่นเต้นและให้ความสนใจทันทีที่รู้ว่า Arabica จะมาเปิดในกรุงเทพฯ ก็เพราะร้าน Arabica คือหมุดหมายชื่อดังที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะไปลิ้มรสถ่ายภาพถือถ้วยกาแฟโชว์โลโก้ % ที่อยู่ข้างแก้ว เวลาไปฮ่องกงหรือญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปที่ตัวแบรนด์ สิ่งที่ทำให้กาแฟสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Arabica กลายเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก ไม่ใช่แค่เพราะดีไซน์สไตล์มินิมอลที่สวยงามของร้าน แต่คือรสชาติของกาแฟที่หากใครเคยได้ลิ้มลองก็จะเข้าใจ

เพราะกาแฟในถ้วยของ Arabica ไม่ได้แค่ทำให้เราลืมตาตื่นทุกเช้า แต่มันยังมีความสุนทรีย์ ความมีมิติในรสชาติกาแฟที่หอมหวนชวนให้อยากดื่มอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่หัวหน้าบาริสต้าอย่าง Junichi Yamaguchi นั้นเป็นถึงแชมป์ลาเต้อาร์ตระดับโลก

และสุดท้ายสิ่งที่ทำให้แบรนด์กาแฟสัญชาติญี่ปุ่นนี้ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักในระดับโลก แม้ญี่ปุ่นจะไม่ใช่ประเทศที่มีจุดเด่นในเรื่องการเพาะปลูกเมล็ดกาแฟก็ตาม

ก็คงต้องย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ที่มาจากเจ้าของแบรนด์อย่าง Kenneth Shoji

ใครจะคิดว่าส่วนหนึ่งในจุดเริ่มต้นของ Arabica จะมาจาก Starbucks

ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยที่ Shoji ต้องโยกย้ายไปเรียนในแคลิฟอร์เนีย นั่นทำให้เขาได้ใช้เวลาอ่านหนังสือหรือนัดพบปะกับเพื่อนฝูงที่ Starbucks อยู่เป็นประจำ

และดูเหมือนว่านี่อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้เขาได้คลุกคลีและหลงใหลในกาแฟ

กระทั่งเรียนจบ การเป็นนักธุรกิจเทรดดิ้งทำให้ Shoji เดินทางไปในหลายประเทศทั่วโลก และทำให้เขาได้พบกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย จนเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง ที่ตระหนักได้ว่ากาแฟคือสิ่งที่รัก

เขาจึงตัดสินใจไปยืมเงินเพื่อซื้อฟาร์มกาแฟในฮาวาย และใช้เวลาร่วมหนึ่งปีในการชักชวนแชมป์ลาเต้อาร์ตอย่าง Junichi Yamaguchi มาเปิดร้านกาแฟร่วมกันในปี 2014 จนกลายมาเป็นแบรนด์ %Arabica ถึงทุกวันนี้

และแม้จะเคยลิ้มรสลาเต้ของ %Arabica ที่ฮ่องกงมาก่อนหน้า

แต่การมาไทยในครั้งนี้ ทำให้เราต้องย้อนกลับไปลิ้มลอง Caffe Latte อีกเป็นแน่

ที่มา: travelcaffeine

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Facebook: Arabica Thailand



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer