“สะอาด  ปลอดภัย และ สะดวกสบาย”

เป็น 3 สิ่งที่ Marketeer สัมผัสได้ในโอกาสเดินทางมายัง ศูนย์การค้าเมกาบางนา” เพื่อเข้าร่วมงานพบปะสื่อมวลชนในหัวข้อThe new normal life: Fun and safe shopping experience at Megabangna” ที่กล่าวถึงทิศทาง เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินธุรกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 ในไทยเริ่มคลี่คลาย

“เมกาบางนาและร้านค้าผู้เช่า พร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และการดำเนินงานให้สอดรับกับ New Normal เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และส่งมอบบริการพร้อมประสบการณ์ที่สนุกสนานอย่างปลอดภัยให้กับลูกค้าตลอดไป”

ปพิตชญา สุวรรณดี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวเริ่มถึงความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุค New Normal” อย่างเข้มข้น โดยยังคงเน้นย้ำภารกิจที่ตั้งใจดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 8 ปี คือการส่งมอบบริการที่ดีที่สุด และประสบการณ์ที่สนุกให้กับลูกค้า เพิ่มเติมด้วยความปลอดภัยเพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนในปัจจุบันและอนาคต

ความท้าทายใหม่ในธุรกิจค้าปลีก

ปี 2563 นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจค้าปลีก ที่ต้องรับมือกับมรสุมรอบทิศทาง ทั้งปัจจัยหลักจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว ตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หนักขึ้นไปอีกกับการแพร่ระบาดของไวรัสที่ส่งผลกระทบกับทุกธุรกิจอย่างหนัก

แต่สำหรับผู้บริหารคนเก่งของเมกาบางนา กลับมองในเชิงบวกว่า นี่คือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนองค์กรที่จะยกระดับการบริการ เพื่อคืนเสียงหัวเราะและความสุขให้กับลูกค้าทุกคนอีกครั้ง

“สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับธุรกิจค้าปลีก และเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เข้าสู่ New Normal อย่างรวดเร็วและหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยศูนย์การค้าเมกาบางนาทำหน้าที่เป็น Meeting Place ของคนในย่านนี้มาตลอดระยะเวลา 8 ปี เราเป็นมากกว่าสถานที่ช้อปปิ้ง เพราะเราคือสถานที่พบปะของครอบครัวและเพื่อนฝูง ที่มอบประสบการณ์แห่งเสียงหัวเราะและความสุขให้กับลูกค้าทุกคน

เราตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสังคมไทยและการปรับตัวของกลุ่มลูกค้าในการใช้ชีวิตให้เข้ากับ New Normal ที่ถึงแม้จะปรับตัวยากในตอนแรก แต่ขณะนี้ทุกคนสามารถปรับตัวรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะลูกค้าเข้าใจถึงความจำเป็นและความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน โดยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ทั้งในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การพกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การเว้นระยะห่างระหว่างลูกค้ากันเอง รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เราแนะนำไว้เป็นอย่างดี”

จากข้อมูลระบุว่า หลังจากที่เปิดให้บริการในวันที่ 17 พ.ค. เมกาบางนามีจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการมากกว่า 80% พร้อมยอดขายผู้เช่าหลักที่กลับมาเป็นปกติหรือมากกว่า เมื่อเทียบกับสถานการณ์ก่อนปิดศูนย์การค้าฯ

เดินหน้ามาตรการ “ห่างกันอย่างโปร” สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า

“ห่างกันอย่างโปร” (Social Distancing Expert) แคมเปญพิเศษจากเมกาบางนา ที่ร่วมมือกับร้านค้าผู้เช่า และภาครัฐ จัดขึ้นเพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนในเชิงรุก ในการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานทั่วทั้งศูนย์การค้าครอบคลุมเรื่องสุขอนามัย ความสะอาด ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของลูกค้า ให้สอดรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยเป้าหมายการ “ส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่สนุกสนานได้อย่างปลอดภัยให้กับลูกค้า”

“ตั้งแต่การปิดบริการชั่วคราว เมกาบางนามีการสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับร้านค้าผู้เช่าตลอดเวลา เพื่ออัปเดตสถานการณ์ รวมถึงมีมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ และก่อนกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อ 17 พ.ค. ก็ได้ประสานจัดส่งเอกสาร Megabangna Re-opening Playbook ไปให้ เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวตามมาตรการเรื่องความปลอดภัย เป็นการเตรียมความพร้อมการให้บริการลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” 

แคมเปญ “ห่างกันอย่างโปร” เป็นการปฏิบัติงาน “Social4Carings” เพื่อรับประกันความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีของลูกค้าทุกคนที่มาใช้บริการที่เมกาบางนา ประกอบด้วย

  1. Social Distancing มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม

– จำกัดจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ให้คงระยะห่าง 1 เมตร หรือ ไม่เกิน 20 คนต่อพื้นที่ 100 ตร.ม.

– กำหนดเว้นระยะห่างในพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น เช่น ลิฟต์ ห้องน้ำ ที่นั่งส่วนกลาง หรือจุดรอรถโดยสาร

– กำหนดระยะห่างและวิธีการของลูกค้าในการซื้อสินค้าและรับบริการต่าง ๆ ภายในศูนย์ฯ เช่น การสร้างระบบนัดหมายบริการ เพื่อลดการนั่งรอหรือคิวภายในศูนย์ฯ เป็นต้น

  1. Social Caring for Customers มาตรการร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและลูกค้า

จัดขึ้นเพื่อดูแลลูกค้าและผู้ที่เข้ามาใช้บริการที่เมกาบางนาอย่างดีที่สุด ด้วยบริการพิเศษ อาทิ

ตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรอง ลูกค้าทุกจุดทางเข้าหลัก

– เพิ่มขั้นตอนความละเอียดในการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ก่อน-หลัง เวลาทำการศูนย์ฯ เป็นประจำทุกวัน

ทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางโดยเน้นจุดสัมผัสของลูกค้าทุก ๆ 30 นาที ในระหว่างเวลาทำการ

Big cleaning ก่อนเปิดให้บริการ ทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์

– ขอความร่วมมือให้ผู้มาใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เข้ามาใช้บริการ

  1. Social Self-Care for Staff มาตรการสำหรับพนักงาน และเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงาน อาทิ

– ตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานและเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่

กำหนดให้เจ้าหน้าที่บริการทุกจุด สวมใส่หน้ากากอนามัยและ Face shield ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน

จัดการอบรม เพื่อสร้างความรู้ถึงวิธีการป้องกันและปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่เข้าใจและรับทราบ เพื่อปฏิบัติอย่างถูกต้อง

  1. Social Care for Community มาตรการการที่จะร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนโดยรอบ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเมกาบางนามีนโยบายดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส ยังได้เสริมมาตรการพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย อาทิ

การแยกขยะ จัดให้ แยกขยะหน้ากาก ออกจากขยะทั่วไป

– รวมถึงการ สร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ชุมชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อ

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมบริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและส่งเสริมการขายของร้านค้า ด้วยกิจกรรมทางการตลาดและบริการ Delivery ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ พร้อมโปรโมชั่น ส่วนลด สิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้อีกด้วย

พัฒนากลยุทธ์ร่วมกันกับพันธมิตรร้านค้าผู้เช่า

 “ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พันธมิตรธุรกิจหรือร้านค้าผู้เช่า เป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากที่เราจะต้องพร้อมใจก้าวไปในทิศทางเดียวกันและช่วยเหลือกัน เพื่อผ่านพ้นวิกฤตและเติบโตไปด้วยกันได้”

กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเมกาบางนาบอกกับ Marketeer ถึงความสำคัญของ “พันธมิตรร้านค้าผู้เช่า” ซึ่งสะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจนผ่านแนวทางกลยุทธ์ในการดำเนินการในยุค New Normal ซึ่งประกอบด้วย

  1. ต่อยอดความร่วมมือกับ Food Online Delivery Platform ทุกแพลตฟอร์ม

เมกาบางนาเป็น “ฟู้ด เดสทิเนชั่น” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพตะวันออก ด้วยร้านอาหารถึง 165 ร้าน ซึ่งในช่วงที่ปิดให้บริการชั่วคราว เมกาบางนาช่วยเหลือร้านค้าผู้เช่าในกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเปิดให้บริการ “จุดสั่งอาหารกลับบ้าน” (Pick Up Point) เพื่ออำนวยสะดวกให้กับลูกค้า และพนักงานเดลิเวอรี่ทุกแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ ยังจัดแคมเปญร่วมกับ Grab Food ด้วยการใช้คะแนน “เมกา สไมล์ รีวอร์ดส” แลกรับโค้ดส่วนลดจาก Grab Food ผ่านแอปพลิเคชันเมกาบางนา และแคมเปญ “Mega Eat @ Home ร่วมกับ LINE Man” ให้ลูกค้าเลือกสั่งเมนูจากร้านต่าง ๆ ที่ร่วมรายการได้มากกว่า 1 ร้านต่อการสั่งซื้อ 1 ครั้ง และยังได้รับส่วนลดค่าจัดส่งสูงสุดถึง 80 บาท

ยิ่งไปกว่านั้น เมกาบางนา กำลังเจรจากับกลุ่ม Food Online Delivery Platform อื่น ๆ เพื่อหาช่องทางและกลยุทธ์เพิ่มเติมในการสนับสนุนผู้เช่ากลุ่มนี้อีกด้วย

  1. เดินหน้ากลยุทธ์ Omni Channel เชื่อมช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน

เมกาบางนาอำนวยความสะดวกลูกค้าแบบไร้รอยต่อ สำหรับร้านค้าผู้เช่าในทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยบริการ “Click & Collect” เป็นการต่อยอดทางธุรกิจในการรวม Retail และ Logistics เข้าด้วยกัน

โดยลูกค้าสามารถเลือกดูและสั่งสินค้าได้ทางออนไลน์ และมารับสินค้าได้ที่จุดไดร์ฟทรู (Drive Thru) ของเมกาบางนา เพื่อช่วยลดความแออัดของการใช้บริการภายในร้านค้า และเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้สื่อออนไลน์ของเมกาบางนา ได้แก่ เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน รวมถึงสื่อภายในศูนย์การค้า เพื่อให้ร้านค้าใช้เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของตนเอง สร้างแบรนด์และยอดขายให้กับร้านค้า

ทุ่มกว่า 2 พันล้านพัฒนาสู่ “เมกาซิตี้” เพื่อการใช้ชีวิตที่ครบวงจร

นอกจากปรับตัวรับกับ New Normal แล้ว เมกาบางนายังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการ “เมกาซิตี้” โปรเจกต์

อสังหาริมทรัพย์รูปแบบ “มิกซ์ ยูส” บนถนนบางนา-ตราด โดยสร้างเป็นเมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตที่ครบวงจร ทั้งพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย สำนักงาน โรงเรียน และสวนสาธารณะ โดยมี “ศูนย์การค้าเมกาบางนา เป็นศูนย์กลางของทุกไลฟ์สไตล์”

“ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง แต่เมกาบางนายังคงเดินหน้ารีโนเวตศูนย์การค้าตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ มอบความสุขความสนุกสนานให้กับลูกค้าหลังจากที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

โดยปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในอาคารแล้วเสร็จเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา และยังเดินหน้าปรับปรุงภูมิทัศน์ของ โซนเมกา ฟู้ดวอล์ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Scandinavian Playground นำเสนอสนามเด็กเล่นธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่มิได้เป็นเพียงแค่เครื่องเล่นทั่วไป แต่เป็น พื้นที่ธรรมชาติ พร้อมสายน้ำ (stream valley) และบ่อทราย (sand dune) ภายใต้บรรยากาศสวนต้นไม้อันรื่นรมย์ที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ เพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ในรูปแบบและประสบการณ์พิเศษใหม่นี้ พร้อมกับการมาใช้บริการที่เมกาบางนา โดยขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จไปมากกว่า 50% และกำหนดเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน ก.ย. นี้ โดยรวมทั้ง 2 โครงการใช้เงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการ ก่อสร้างอาคารจอดรถจำนวน 8 ชั้นแห่งใหม่ เพิ่มที่จอดรถมากกว่า 2,000 คัน ภายใต้งบประมาณกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2564 และ ทำให้ศูนย์การค้าเมกาบางนามีที่จอดรถรวมกว่า 12,000 คัน

ซึ่งการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านสุขอนามัย-สะอาด-ปลอดภัย- สะดวก สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการ เมกาบางนาพร้อมส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่สนุกสนานอย่างปลอดภัยให้กับลูกค้าตลอดไป” กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวสรุป

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer