ล็อตเต้ กรุ๊ป รายได้เท่าไร ? พร้อมวิเคราะห์อาณาจักรของบิ๊กค้าปลีกแดนกิมจิ ใหญ่อย่างนี้ยังสะเทือนเพราะโควิด

”ล็อตเต้ กรุ๊ป” 1 ในบริษัทกลุ่มแชโบลยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ 

ที่มีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ อย่างการผลิตหมากฝรั่งขายในชื่อ “ล็อตเต้” ในญี่ปุ่นเมื่อปี 1948 ของ Shin Kyuk-ho 

เขาเกิดและโตในเมืองอุลซาน ที่เกาหลีใต้ จากนั้นได้ย้ายไปหาช่องทางทำธุรกิจที่ญี่ปุ่น 

ในตอนนั้นเขาได้เริ่มก่อตั้งธุรกิจ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนมาถึงธุรกิจผลิตหมากฝรั่งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 

ที่ดูจะได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี คย็อกโฮ เริ่มขยายธุรกิจกลับมาที่เกาหลีในปี 1967 

และเป็นจุดเริ่มต้นของ ล็อตเต้ กรุ๊ป ในเกาหลีใต้ ก่อนที่จะมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีบริษัทในเครือมากกว่า 90 บริษัท 

หากแยกเป็นประเภทธุรกิจหลัก ๆ ล็อตเต้ กรุ๊ป มีธุรกิจด้วยกัน 4 ประเภท คือ 

1. อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งขนม หมากฝรั่ง ไอศกรีม บิสกิต น้ำผลไม้ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องปรุงรส อาหารกระป๋อง ร้านไก่ทอดชื่อดัง Lotteria ฯลฯ 

2. เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เคมี อะลูมิเนียม ขวด PET ฯลฯ 

3. บริการ ที่เกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม สวนสนุก โลจิสติกส์ ดิวตี้ฟรี รวมทั้งธุรกิจบริการทางการเงินด้วย 

4. ค้าปลีก ที่มีทั้งดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นฯ ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เอาต์เล็ต โฮมช้อปปิ้ง โรงภาพยนตร์ ที่มีสาขาในเกาหลีรวมกันกว่า 1,000 สาขา และยังมีสาขาต่างประเทศ 110 สาขา 

เจาะลึกเฉพาะธุรกิจค้าปลีกในชื่อ LOTTE Shopping ที่เป็นอีกหนึ่งอาณาจักรใหญ่ของล็อตเต้ เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่ห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ตของล็อตเต้ 

แม้จะมีสาขามากและทำรายได้ได้ดี แต่ช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้รายได้ของกลุ่มค้าปลีกของ ล็อตเต้ กรุ๊ป กลับลดลง และยังขาดทุนอีกต่างหาก 

โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มค้าปลีกล็อตเต้ขาดทุนถึง 1,002,902 ล้านวอน แถมยังต้องมาเจอกับการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 1 ขาดทุน และน่าจะยังลากยาวไปกระทบไตรมาส 2 

มองว่า การแข่งขันของตลาดค้าปลีกในทุกเซกเมนต์ทั้งห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ในเกาหลีมีการแข่งขันที่รุนแรง และกลุ่มร้านสาขาของล็อตเต้นั้นยังทำประสิทธิภาพได้ไม่ดี 

เพราะไม่ได้มียักษ์ใหญ่เจ้าเดียวที่อยู่ในธุรกิจนี้แต่มีทั้งกลุ่มของฮุนได ดีพาร์ทเมนท์สโตร์, อีมาร์ท, เมเกามาร์ท, ชินเซเก ร้านสะดวกซื้อ ที่มีร้านค้าและสาขาในแบบที่ใกล้เคียงกัน

แต่ล็อตเต้ดูเหมือนจะเจอศึกหนักมากกว่าเพื่อนเพราะเหตุการณ์ทางการเมืองพ่นพิษในธุรกิจค้าปลีกในจีนในเรื่องข้อพิพาทแลกที่ดินติดตั้งขีปนาวุธ ทำให้ธุรกิจในประเทศจีนถูกปิดสาขาและกระทบหนัก 

และยิ่งมาปีนี้ที่เจอกับสถานการณ์โควิด-19 ที่แม้ห้างต่าง ๆ ในเกาหลีใต้จะไม่ได้ปิดให้บริการ (มีมาตรการตรวจและคุมเข้ม) แต่ผู้บริโภคก็เลี่ยงการไปซื้อสินค้าแบบออฟไลน์ และไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์แทน 

แม้จะมียอดขายจากช่องทางออนไลน์ที่โตขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงโควิด-19 แต่ก็ยังไม่พอที่จะมาต่อจิ๊กซอว์ให้เงินที่เข้ามาในกระเป๋าเป็นบวกได้ 

สิ่งที่ล็อตเต้ทำตอนนี้คือ กลยุทธ์ในการลดขนาดธุรกิจลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และกำไร 

เพราะเมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมาล็อตเต้ช้อปปิ้งประกาศเตรียมปิดดีพาร์ทเมนท์สโตร์ และซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่รวม 200 สาขา และหันไปลุยช่องทางอีคอมเมิร์ซ 

 

ปี 2019  ยอดขายของล็อตเต้ช้อปปิ้งส่วนใหญ่มาจาก 

ยอดขายซูเปอร์มาร์เก็ตลดลง 5.8% 

ยอดขายดีพาร์ทเมนท์สโตร์ 3.1%  

 

รวมทั้งเตรียมขายสาขาอีก 121 สาขา ด้วยเหตุได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีต่อยอดขายที่ลดลง และจะปิดสาขาดีพาร์ทเมนท์สโตร์ 5 สาขา ดิสเคาท์สโตร์ 16 สาขา ซูเปอร์มาร์เก็ต 75 สาขา และ LOHBS 25 สาขาในปีนี้ 

และแม้ว่าภาพรวมตลาดค้าปลีกในเกาหลีหลังจากสถานการณ์โควิด-19 จะโตขึ้น 2% ในเดือน พ.ค. แต่ก็ยังเป็นผลมาจากการช้อปปิ้งออนไลน์อยู่ดี

ต้องรอดูว่าทิศทางนับจากนี้ของล็อตเต้กรุ๊ปในวันที่ไม่มีผู้ก่อตั้งอย่าง Shin Kyuk-ho แล้วจะไปในทิศทางไหน 

และจะทำให้ธุรกิจค้าปลีกของล็อตเต้ กรุ๊ป กลับมามีกำไรได้เมื่อไหร่ต้องติดตาม 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน