ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง 2563 มูลค่าเท่าไร ? กรณีศึกษา เครื่องดื่มชูกำลังผสมโสม น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในตลาดนี้

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง 2563 มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน  

ปีที่ผ่านมาเติบโตราว 5.7-5.8%  ยังน่าสนใจ 

แม้จะขายในราคาแค่หลักสิบบาท แต่ทำรายได้ให้กับเจ้าของแบรนด์มากมาย 

โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มชูกำลังผสมสมุนไพรที่มองว่ายังมีศักษภาพเติบโตสูง 

เพราะที่เห็นวางขายตามร้านสะดวกซื้อก็มีเครื่องดื่มชูกำลังผสมสมุนไพรไม่ต่ำกว่า 5 แบรนด์  

และสมุนไพรชนิดแรก ๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มชูกำลังคือ “โสม”  

และหากโฟกัสเฉพาะสมุนไพรประเภท “โสม” จะมีอยู่ 3 แบรนด์ที่โดดเด่น และต่างหากลยุทธ์มาแย่งชิงผู้บริโภค 

โสมอินซัม-โสมพลัส-โสมตังกุยจับ 

โสมเกาหลีตังกุยจับ 

จากจุดเริ่มต้นในการเป็นลูกจ้างร้ายขายยาย่านเยาวราช และย้ายไปเป็นลูกจ้างร้านขายยาที่ภาคใต้  ก่อนจะมาเป็นบริษัท เจริญสุขเภสัช ฮุ่นชิว จำกัดนับเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย ที่นำโสมเกาหลีมาเป็นส่วนผสมทางยาในการผลิตยาน้ำบำรุงร่างกาย 

ปี 2543 ได้ส่งเครื่องดื่มพลังโสม GSD โสมเกาหลีตังกุยจับ สู่ตลาดและฮิตมาถึงปัจจุบัน 

โสมอินซัม 

ของยักษ์เครื่องดื่มชูกำลังอย่างโอสถสภาก็ลงเล่นตลาดเครื่องดื่มชูกำลังผสมสมุนไพรเช่นเดียวกัน ด้วยการส่ง ‘โสมอินซัม’ ลงสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2553 และรีแบรนด์โสมอินซัมอีกครั้งในปี 2560 และใช้พรีเซนเตอร์อย่าง ‘ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ เพื่อดึงกลุ่มผู้บริโภคผู้หญิงมากขึ้น  

โสมพลัส 

ีกหนึ่งแบรนด์จากกลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มกระทิงแดง ที่ส่งโสมพลัส’ มาวางขายครั้งแรกในปี 2559 ที่มีการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถึง 200% 

และรุกตลาดอย่างจริงจังด้วยการทำโฆษณาเต็มรูปแบบครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา และใช้ จินตหรา พูนลาภ’ มาเป็นแม่เหล็กดึงดูด 

 

แล้วในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังสมุนไพรนี้ทำไมถึงโต และน่าท้าทายอย่างไร 

Marketeer มองว่า 

เทรนด์ของสุขภาพที่มาแรง เพราะหากต้องเลือกดื่มเครื่องดื่มชูกำลังสักขวดในราคาที่เท่ากัน ก็เชื่อว่าการที่มีส่วนผสมสมุนไพรที่มีส่วนทำให้สุขภาพดีขึ้นน่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

สะท้อนได้จากตลาดเครื่องดื่มทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม กลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ ฯลฯ ต่างก็ลงเล่นในตลาดสุขภาพด้วยกันทั้งนั้น

รวมทั้งผู้บริโภคที่เลือกดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง ต้องการพลังงานสูงเพื่อสู้กับงาน เครื่องดื่มชูกำลังที่เพิ่มสมุนไพรเข้าไปจึงตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

และเพราะจับตลาดกลุ่มแมส ราคาที่ทุกแบรนด์ทำคือในราคาขวดละ 10 บาท ที่สามารถเข้าได้ถึงทุกกลุ่ม

และอีกหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทั้งสามแบรนด์ใช้คือคำว่า ‘โสม’ เพราะมองคำว่าโสม” คือตัวสร้างอิมเมจของแบรนด์อย่างดี ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า ‘โสม’ มีคุณสมบัติชั้นเลิศขนาดไหน แถมยังสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์เพิ่มได้อีกต่างหาก

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer