AstraZeneca ทำความรู้จักกับบริษัทผลิตยาต้านโควิดที่กำลังรุ่งสุดๆ

หลังรอมาพักใหญ่ที่สุดก็มีข่าวดีเรื่องการรับมือไวรัสโควิด-19 และไม่ใช่แค่ข่าวเดียว โดยมหาวิทยาลัย Oxford ในอังกฤษ เผยว่าการทดลองยาต้านไวรัสดังกล่าวที่ทำร่วมกับบริษัทยา AstraZeneca มีผลเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายกลุ่มตัวอย่างได้ และสร้างทีเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวขนิดหนึ่งที่จัดการกับเซลล์ติดเชื้อได้ นอกจากนี้ ผลข้างเคียงยังอยู่ได้ระดับที่ไม่รุนแรงเกินไปอีกด้วย

Oxford จับมือกับ AstraZeneca พัฒนายาต้านไวรัสโควิด-19 ภายใต้ชื่อ ChAdOx1 nCoV-19 เมื่อ 2 เดือนก่อน ผ่านกลุ่มตัวอย่างในอังกฤษอายุระหว่าง 18-55 ปี จำนวน 1,077 คน จากนี้ขั้นต่อไปคือการนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้นในอีกหลายประเทศทั้งในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ บราซิล และ แอฟริกาใต้

Astra

หากเป็นไปตามแผนจะสามารถใช้ได้จริงไม่เกินปีหน้า โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้สั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว 100 ล้านโดส

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับบริษัทยาอีกหลายแห่ง ในหลายประเทศทั้งฝั่งยุโรป สหรัฐฯ และจีน ต่างเผยว่า บริษัทตนมีความคืบหน้าในการพัฒนายาต้านไวรัสเช่นกัน โดยมียาต้านไวรัสนับ 100 สูตรที่อยู่ระหว่างพัฒนา และตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่าในจำนวนนี้ 23 สูตรอยู่ในขั้นทดสอบกับคนแล้ว

แน่นอนว่าความคืบหน้าดังกล่าวส่งผลดีต่อหุ้นของบริษัทยาและเป็นตัวเร่งการลงทุนที่เกี่ยวกับการพัฒนายาต้านไวรัส โดยวานนี้ (20 กรกฎาคม) ราคาหุ้นของ Synairgen บริษัทยาสัญชาติอังกฤษเพิ่มขึ้นถึง 450%

Gsk Astra

ขณะที่ GSK บริษัทยาสัญชาติอังกฤษอีกแห่งทุ่มเงิน 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,228 ล้านบาท) ซื้อหุ้น 10% ของ CureVac บริษัทยาสัญชาติเยอรมันที่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนายาต้านไวรัส และถ้าผลิตยาได้สำเร็จจะทำกำไรได้มหาศาล

สำหรับสถานการณ์ระบาดล่าสุด จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมทั่วโลกอยู่ที่กว่า 14 ล้านคน และผู้เสียชีวิตอยู่ที่กว่า 6 แสนคน โดย 3 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากสุดคือ สหรัฐฯ บราซิล และอินเดีย ส่วนจีนที่เป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางการระบาด ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมลงไปอยู่ที่อันดับ 26

 

จากการลงขันของเภสัชกรสู่บริษัทอังกฤษมูลค่าสูงสุด

แม้ยังไม่เป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่ AstraZenecaก็กำลังรุ่งสุดจนถูกจับตามอง โดยย้อนไปในปี 1913 แพทย์และเภสัชกรชาวสวีเดนได้รวมตัวกันก่อตั้งบริษัทขึ้นในชื่อ Astra ช่วงแรกผลิตภัณฑ์เพียง 2 อย่างเท่านั้น คือยาโรคหัวใจและอาหารเสริม

แต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กลายเป็นบริษัทใหญ่ จากการผลิตยาและจัดส่งเคมีภัณฑ์ให้กองทัพสวีเดน จนสามารถขยายโรงงานได้หลายแห่ง

Astra Logo 3

จากนั้น Astra เผชิญทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ก็ยังประคองตัวมาได้จนถึงยุค 90 โดยมียาโรคหัวใจและยาชาเป็นสินค้าขายดี จนปี 1999 ควบรวมกิจการกับ Zeneca บริษัทยาอังกฤษที่แยกตัวมาจากบริษัทเคมีภัณฑ์ ICI เกิดเป็นบริษัทAstraZeneca ขึ้น โดยมีสำนักงานอยู่ที่เมือง Cambridge ของอังกฤษ จากนั้นก็พัฒนาจนเป็นบริษัทยาอันดับ 2 ของอังกฤษผ่านการซื้อกิจการของบริษัทยาและเคมีภัณฑ์หลายแห่ง

ข้ามมาเมษายนปีนี้ AstraZenecaท่ามกลางการระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก AstraZenecaเป็นหนึ่งในบริษัทยาที่พัฒนายาต้านไวรัสตัวนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Oxford พร้อมเป้าผลิตเบื้องต้น 1,000 ล้านโดสในสิ้นปี

Astra 10

ช่วงขาขึ้นในวงการยา ดันให้มูลค่าตามราคาตลาดของAstraZeneca เพิ่มขึ้นเป็น 138,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) แซง Shell ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของดัชนี FTSE ในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษ  

ต่อมาช่วงปลายมิถุนายนที่ผ่านมา AstraZenecaได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเพิ่มกำลังผลิตยาต้านไวรัสโควิด-19 เป็น 2,000 ล้านโดส หลัง Bill Gates และ Malinda ภรรยา มอบเงินสนับสนุนก้อนใหญ่ ที่ช่วยในการหาโรงงานผลิตและรับประกันว่ายาที่ผลิตได้จะกระจายไปได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศฐานะยากจน

ปัจจุบันแม้ AstraZeneca ยังเป็นบริษัทยาอันดับสองของอังกฤษรองจาก GSK แต่อนาคตต้องจับตามองว่า ขนาดและมูลค่าบริษัทจะเพิ่มขึ้นอีกแค่ไหน

็Gilead

เพราะหากสถานการณ์ระบาดทุเลาลงอีกและเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นAstraZeneca อาจมีการหวนกลับไปเจรจาเรื่องควบรวมกิจการกับ Gilead บริษัทยาสัญชาติอเมริกันอีกครั้ง โดยหากการควบรวมกิจการลุล่วงจะเกิดเป็นบริษัทยาขนาดใหญ่แห่งใหม่/cnbc, theguardian, cnn, bbc, wikipedia, referenceforbusiness

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน