NAVER กับ Kakao สองยักษ์เทคโนโลยีของแดนกิมจิใครใหญ่กว่ากัน (วิเคราะห์)

เมื่อนึกถึงแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ นึกถึงอะไรกัน 

คำตอบคงหนีไม่พ้น NAVER  และ Kakao ที่ต่างเป็นยักษ์ใหญ่ขับเคี่ยวกันอย่างไม่มีใครยอมใคร 

NAVER 

จุดเริ่มต้นของ  NAVER มาจากอดีตพนักงานบริษัทซัมซุงอย่าง  “Lee Hae-jin” ที่ต้องการสร้างและพัฒนา web portal  และ serach engine ของเกาหลีใต้ขึ้นมาใช้เอง 

ปี 1999 ชาวเกาหลีจึงได้รู้จัก “NAVER” ที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล ข่าว บล็อกต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน และครองส่วนแบ่งเสิร์ชเอ็นจิ้นเป็นอันดับ 1 ในเกาหลีใต้  มากกว่ายักษ์เสิร์ชเอ็นจิ้นจากอเมริกาอย่างกูเกิลเสียอีก 

หลังจากที่เขาพัฒนา NAVER ขึ้น ในปี 2000 เข้าได้ควบรวมซื้อ Hangame บริษัทผู้พัฒนาและผลิตเกมออนไลน์และเกมมือถือที่เป็นที่นิยมในขณะนั้น และพา Hangame ไปบุกตลาดที่ประเทศญี่ปุ่น และเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Hangame เป็น NHN (Next Human Network) 

จากนั้นลีแฮจิน ก็ยังสร้างพัฒนาเซอร์วิสต่าง ๆ ออกมา รวมทั้งซื้อกิจการต่าง ๆ เข้ามารวมกันอยู่ภายใต้อาณาจักร  NAVER แห่งนี้ 

ที่ทำให้ NAVER  มีชื่อเสียงอีกหนึ่งอย่างคือ แอปพลิเคชัน LINE ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นแอปพลิเคชันสัญชาติญี่ปุ่น แต่จริง ๆ แล้ว LINE มีบริษัทแม่สัญชาติเกาหลี โดย LINE ถือกำเนิดจากบริษัทในเครืออย่าง NHN JAPAN (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Line Crop.) 

และนับตั้งแต่ก่อตั้งอาณาจักร NAVER มาจนถึงตอนนี้ร่วม 21 ปี อาณาจักรแห่งนี้มีแบรนด์ หรือเซอร์วิสอะไรอยู่ในมือบ้าง 

ไล่เรียงเฉพาะ Featured Services ตั้งแต่ NAVER.com เสิร์ชพอร์ทอลที่รวบรวมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกระทู้ คอนเทนต์ ข่าวต่างๆ ไว้ และเป็นที่นิยมมากที่สุดในเกาหลี 

LINE แอปพลิเคชันแชตที่ได้รับความนิยมมากในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ไทย 

Papago แอปพลิเคชันแปลภาษาที่มีฟีเจอร์แปลภาษาด้วยภาพ เสียง ที่คล้ายกับ Google translate 

ยังมี Whale ที่เป็นเว็บบราวเซอร์ มี NAVER Maps แอปเนวิเกชันสืบค้นเส้นทาง 

นอกจากนี้ ยังรุกไปในอุตสาหกรรมคอนเทนต์บันเทิงอย่าง “VLIVE” แอปพลิเคชันออนไลน์ถ่ายทอดสดของศิลปินดาราเกาหลี, “WEBTOON” แพลตฟอร์มอ่านการ์ตูนชื่อดัง 

มีแอปพลิเคชัน “SNOW” เป็นแอปถ่ายรูปสุดฮิตที่มีผู้ใช้มากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก 

ไม่นับระบบสำหรับนักพัฒนา รวมทั้งเซอร์วิสต่าง ๆ ในชื่อของ NAVER  อาทิ NAVER Pay, NAVER Shopping, NAVER Booking ฯลฯ 

Kakao

ข้ามฟากมาที่ Kakao Crop อาณาจักรของ Kim Beom-su เขาผู้นี้เคยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง NHN Entertainment ผู้พัฒนาและผู้ให้บริการเกมออนไลน์และเกมมือถือ Hangame ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้เครือ NAVER 

เขาได้ออกมาก่อตั้ง Kakao Crop ในปี 2006 และปล่อยแอปพลิเคชันแชตชื่อดังอย่าง “Kakao Talk” ในปี 2010 จนกลายเป็นแอปพลิเคชันแชตยอดนิยมอันดับ 1 ของเกาหลี 

มีแอปแชตอย่างเดียวไม่พอ ในปี 2014 เขาควบรวมกิจการกับเว็บพอร์ทัลยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลีอย่าง “Daum” (ก่อตั้งปี 1995) ที่การควบรวมนี้ให้ Daum สู้ศึกกับเจ้าตลาดเบอร์ 1 ได้มากยิ่งขึ้น 

หลังจากนั้นก็ได้พัฒนาเซอร์วิสต่าง ๆ ที่เรียกว่า NAVER มีเซอร์วิสอะไร KaKao ก็มีแบบนั้น ขณะที่ในอุตสาหกรรมบันเทิงเขามี LOEN Entertainment (เปลี่ยนชื่อมาเป็น Kakao M) ที่มีสตรีมมิ่งเพลงอย่าง Melon ที่ไปซื้อหุ้นและควบรวมกิจการในปี 2016 

แล้วรายได้ NAVER กับ Kakao ใครมากกว่ากัน 

ผลประกอบการของ NAVER Corp 

2017 รายได้ 4.6785 ล้านล้านวอน   

2018 รายได้ 5.5869 ล้านล้านวอน  

2019 รายได้ 6.5934 ล้านล้านวอน  

โดยในจำนวนนี้หากแยกสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นมาจากฝั่ง NAVER Platfrom 63% และอีก 37% มาจาก LINE และ Platfrom อื่น ๆ  

ผลประกอบการของ KAKAO Crop 

2017 รายได้ 1,972, ล้านล้านวอน  

2018 รายได้ 2,416 ล้านล้านวอน  

2019 รายได้ 3,070 ล้านล้านวอน  

นับว่าทั้ง NAVER และ KAKAO เป็นไม้เบื่อไม้เมาที่สูสีแข่งกันมี “ฮีโร่โปรดักส์” ที่ทำให้รายได้ให้กับองค์กรมากมาย 

แต่รู้หรือไม่ว่าแม้ NAVER จะมีรายได้มากกว่า KaKao แต่ผู้ก่อตั้งของ KaKao ร่ำรวยมากกว่า โดยจากการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีของเกาหลีใต้ปี 2020 ของฟอร์บส์นั้น 

Kim Beom-su ติดอันดับมหาเศรษฐีอันดับที่ 5 มีทรัพย์สิน 5.2 พันล้านดอลลาร์  

ส่วน Lee Hae-jin อยู่ในอันดับที่ 14 มีทรัพย์สิน 1.7 พันล้านดอลลาร์ 

(อ้างอิงการจัดอันดับของฟอร์บส์ เผยแพร่ 08/07/2563) 

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

Cr.forbes.com


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน