หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี (Chief SME Banking Officer) คนใหม่ของทีเอ็มบี เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เทียนทิพย์ นาราช’ ถือโอกาสกล่าวย้ำเป้าหมายของทีเอ็มบีคือ “สนับสนุน SME ไทยให้เติบโตอย่างแข่งแกร่งด้วยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครบวงจร” ในงานสัมมนา ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จะรวยอย่างไรในยุคดิจิทัล

“ในปีนี้ ทีเอ็มบียังคงเป้าหมายอัตราการเติบโตสินเชื่อ SME ที่ 10% เช่นเดิม และในขณะเดียวกันก็มุ่งให้การสนับสนุน SME สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง (Need Based) โดยล่าสุดเราส่งสินเชื่อ “ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี สมาร์ท บิส” ที่ให้วงเงินครอบคลุมทุกความต้องการของ SME และเปิดรับหลักประกันหลากหลายรูปแบบ ไม่จำกัดแค่หลักประกันเดิมๆ  พร้อมจัดสัมมนา ‘ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จะรวยอย่างไรในยุคดิจิทัล’ มอบความรู้และเครื่องมือในการแข่งขันให้กับ SME ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง” เทียนทิพย์ นาราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบี กล่าว

 

3 เครื่องมือสนับสนุน SME จากทีเอ็มบี

1.ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี สมาร์ท บิส สินเชื่อที่เข้าใจ SME

‘ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี สมาร์ท บิส’ คือ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจทุกความต้องการ พร้อมสนับสนุนเงินทุนทุกประเภทเพื่อ SME ให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีสินเชื่อครอบคลุมทุกประเภทตามความต้องการของธุรกิจ อาทิ สินเชื่อเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) และสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) เพื่อก่อสร้าง หรือซื้อสถานประกอบการ ซื้อเครื่องจักร โดยความพิเศษอยู่ที่การเพิ่มโอกาสให้ SME ด้วยการใช้หลักประกันรูปแบบใหม่ คือ เครื่องจักร สินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้า เพื่อให้ได้รับวงเงินเพิ่มจากหลักประกันในรูปแบบเดิม และเมื่อใช้วงเงินและเดินบัญชีสม่ำเสมอ กับทีเอ็มบี ก็มีโอกาสรับเงินทุนเพิ่ม

2.ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี วัน แบงก์ บัญชีเพื่อธุรกิจ

นอกจากสินเชื่อที่ครบทุกความต้องการของเอสเอ็มอีแล้ว “ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี วัน แบงก์” บัญชีเพื่อธุรกิจ คือหนึ่งในเครื่องมือตัวช่วยจากทีเอ็มบี เนื่องจากเป็นบัญชีที่ช่วยให้ SME ลดต้นทุนการดำเนินบัญชีธุรกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการ โอน-รับ-จ่าย ข้ามธนาคาร ข้ามเขต ได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม เมื่อทำธุรกรรมด้วยช่องทางดิจิทัล ผ่านโมบายล์แอปพลิเคชั่น “ทีเอ็มบี บิสซิเนส ทัช”

3.ทีเอ็มบี บิสซิเนส ทัช ครั้งแรกของแอปพลิเคชั่นสำหรับธุรกิจ SME

เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาโฟกัสธุรกิจในด้านอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ทีเอ็มบีจึงพัฒนาโมบายล์แอปพลิเคชั่น ‘ทีเอ็มบี บิสซิเนส ทัช’ สำหรับ SME โดยเฉพาะ เพื่อให้การทำธุรกรรมการแบบครบวงจรนั้นง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งถือเป็นแอปพลิเคชั่นเพื่อเอสเอ็มอี แอปฯ แรกของไทยอีกด้วย

นอกเหนือจาก 3 เครื่องมือนี้แล้ว ทีเอ็มบียังติดอาวุธให้กับผู้ประกอบ SME แต่ละอุตสาหกรรม ผ่านงานสัมมนาต่างๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพื้นฐานการเติบโตของเอสเอ็มอีอย่างมั่นคง โดยคัดสรรองค์ความรู้ ที่น่าเชื่อถือ และทันโลกในยุคดิจิทัล 4.0 มามอบให้กับผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรม

อย่างในงานสัมมนา “ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จะรวยอย่างไรในยุคดิจิทัล” ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการ ในแวดวงวัสดุก่อสร้างได้เปิดโลกความรู้กับมืออาชีพ โดยมีกูรูที่มีชื่อเสียงด้านการตลาดและการเงินในยุคดิจิทัล รวมถึงผู้ประกอบการตัวจริงในแวดวงธุรกิจวัสดุก่อสร้างมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แบบเจาะลึก ทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจากผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของทีเอ็มบี อาทิ สินเชื่อ บัญชีธุรกิจ ฯลฯ จะเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมและตอบโจทย์การทำธุรกิจ ทั้งการลดต้นทุน และเพิ่มความสะดวกให้กับ SME ในธุรกิจวัสดุก่อสร้างมากขึ้น

อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างนับเป็นอุตสาหกรรมหลักที่เป็นรากฐานของไทย ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากการเติบโตของโครงการก่อสร้างของทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ตลอดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาทิ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง และผู้ค้าวัสดุก่อสร้างทั้งค้าส่ง และค้าปลีกจำนวนกว่า 50,000 ราย พลอยได้รับอานิสงส์เติบโตตามไปด้วย

อีกทั้ง รายงานจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ยังบอกว่า GDP ของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างอยู่ที่ 4.5% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.08 แสนล้านบาท โดยมีแนวโน้มเติบโตที่สดใสเมื่อพิจารณาจากปัจจัยบวกต่างๆ เช่น แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ วงเงิน 1.76 ล้านล้านบาท การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) การขยายตัวแบบก้าวกระโดดของสังคมเมืองในหัวเมืองใหญ่ทั่วทุกภูมิภาค รวมถึงความต้องการพัฒนาประเทศของประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLM ซึ่งคาดการณ์ว่า จะก่อให้เกิดความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างมากขึ้น

นับเป็นโอกาสทองของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างไทยอีกครั้ง และเมื่อบวกกกับข้อได้เปรียบด้านความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติไทย ที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าได้ เช่น ปูนซีเมนต์กระเบื้อง เป็นต้น อีกทั้ง การมีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างของบริษัทต่างๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ถือเป็นแต้มต่อในการแข่งขันของ SME ไทยไม่น้อย

เทียนทิพย์ ทิ้งท้ายไว้ว่า “จากนี้จนถึงสิ้นปี ทีเอ็มบีจะพยายามผลักดันสินเชื่อ SME ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามเป้าที่วางไว้ ไปพร้อมๆ กับการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในทุกๆ ด้าน ซึ่งแน่นอนว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินทุกอย่างจะอยู่ภายใต้หลัก Customer Centric เพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริงของลูกค้าทีเอ็มบี”