Philips ทำไมแบรนด์จึงยืนหนึ่งเรื่องไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์แสงสว่าง (วิเคราะห์)

เมื่อดูจากผลโหวต Marketeer No.1 Brand Thailand 2019-2020 แบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในใจผู้บริโภคทั่วประเทศในหมวดไฟ LED/LAMP จะเห็นถึงความสำเร็จของ Philips lighting ได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านคุณภาพ การตลาด ตลอดจนการมีส่วนช่วยในการดูแลสังคมในด้านต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมที่หล่อหลอมประสบการณ์ผู้บริโภคกับแบรนด์ จนสะท้อนเป็นผลโหวตดังกล่าว

ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท ซิกนิฟาย คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Signify ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง ทั้งในระดับมืออาชีพ ผู้บริโภค และระบบไฟอัจฉริยะสำหรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย IoT ซึ่งกำกับดูแลแบรนด์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์แสงสว่าง Philips, Interact , PILA และแบรนด์ดัง ๆ อีกหลายแบรนด์ในตลาดระดับโลก วันนี้ Philips lighting ยังคงเดินหน้าเพื่อสานต่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

Key Success คือ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และคุณภาพสินค้า

“ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับผล Marketeer No.1 Brand Thailand 2019-2020 ในหมวด LED/LAMP ซึ่งจริง ๆ แล้วนอกเหนือจากหลอดและระบบไฟ LED เรายังเป็นอันดับ 1 ทั้งหลอดแบบ Conventional หรือหลอดไส้ หลอดฟลูออเรสเซ็นต์ และ Connected Lighting หรือระบบไฟอัจฉริยะอีกด้วย”

อานนท์ กุลวงษ์วาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิกนิฟาย คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Signify เปิดบทสนทนาด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจถึงรางวัลที่ได้รับ พร้อมกล่าวถึง Key Success ที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ

“ด้วยประวัติที่ยาวนานของแบรนด์มีความน่าเชื่อถือสูง Philips lighting ดำเนินธุรกิจมา 129 ปี และในประเทศไทยกว่า 68 ปี ซึ่งเราถือเป็นผู้นำของวงการอุตสาหกรรมแสงสว่าง ตลอดการดำเนินธุรกิจเราได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการ ช่วยสร้างแสงสว่างให้ผู้บริโภคเสมอมา เกิดเป็นความเชื่อมั่น และความผูกพันธ์ของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ Philips มาอย่างยาวนาน”

“และอีกหนึ่ง Key ที่สำคัญคือ การยึดมั่นในคุณภาพ ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ความทนทาน และเหนือสิ่งอื่นใดคือความปลอดภัยสูงสุด เราตรงไปตรงมาต่อผู้บริโภคเสมอ ไม่มีการโฆษณา หรือแจ้งคุณสมบัติเกินจริง ซึ่งจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเราในตลาด ทั้งหมดนี้ผมไม่พูดขึ้นมาเอง เพราะเราได้มีการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องทุกปี และได้ผลตอบรับตามที่ผมได้กล่าวมา 2 Keys สำคัญนี้ที่ทำให้เราเป็น Top of mind หรือ No.1 แบรนด์ในด้านไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง”

นวัตกรรมล้ำสมัยของ Philips ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

คุณอานนท์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า “มุ่งเน้นการนำเสนอมาตรฐานของทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความล้ำหน้าของนวัตกรรม” ที่Philips lighting ยึดถือในการผลิตสินค้ามาตลอด

เรายึดถือมาตรฐานทั้งคุณภาพและนวัตกรรม เรื่องของคุณภาพ ต้องบอกว่า ทุกคนรู้จักหลอดไฟ Philipsมาเป็นเวลานาน บางคนอาจจะเคยลองผิดลองถูกมาเยอะ สุดท้ายก็รู้ว่าถ้าจะต้องเลือกซื้อหลอดไฟต้องเลือกเรา เพื่อตอบโจทย์เรื่องของคุณภาพ และความปลอดภัย”

“เรื่องของนวัตกรรม เรามีฟีเจอร์หลากหลาย ทั้งหลอดและโคมไฟ LED Eye Comfort ที่ช่วยถนอมสายตา เหมาะอย่างยิ่งกับผู้บริโภคทุกคน เพราะทุกวันนี้เราใช้เวลาอ่านหนังสือ หรือทำงานภายใต้แสงไฟเป็นเวลานาน หากใช้หลอดไฟที่ไม่ถนอมสายตา อาจจะมีผลกระทบให้เราสายตาเสีย ปวดหัว ปวดตาได้ในระยะยาว”

“และเรายังมีนวัตกรรมเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคปัจจุบันช่วยเติมเต็มความสะดวกสบายเวลาอยู่บ้านมากขึ้น เช่น ระบบไฟอัจฉริยะPhilips hue ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนโทนสีของแสง เปลี่ยนบรรยากาศห้องตามความรู้สึกได้ สมมติว่าผมต้องการพลังในการทำงาน ก็ปรับแสงให้โทนสีขาว และเพิ่มความสว่างมากขึ้น หรือเรากลับไปบ้าน เราอยากได้ซีนผ่อนคลาย หรือซีนที่เป็นเอนเตอร์เทรนเมนท์ไฟจะกระพริบได้ตามจังหวะเพลง หรือหนัง ซึ่งทั้งหมดนี้เราสามารถสั่งงานได้ง่ายๆแค่กดผ่านมือถือ หรือแม้แต่จะสั่งงานด้วยเสียง ก็สามารถทำได้ ถือเป็นระบบไฟ IoT ที่จับต้องได้ และเปลี่ยนได้เองง่ายๆไม่ต้องพึ่งพาช่างไฟเลย”

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่าเป็นไปตามเทรนด์ของตลาดในปัจจุบันและอนาคต ที่ผู้บริโภคต้องการหลอดไฟหรือโคมไฟที่มีเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ประสานไปกับเรื่องของการประหยัดพลังงาน

“ผู้บริโภคต้องการนวัตกรรมใหม่ ๆ และยังคงต้องการหลอดไฟหรือโคมไฟที่ประหยัดพลังงาน ซึ่งเรื่องประหยัดนี่พูดมาเป็น 10 ปีแล้ว จากแบบเดิมหลอดประหยัดเปลี่ยนมาเป็นหลอด LED เราประหยัดไปได้ถึง 50% แต่พอข้ามจาก LED ไปสู่รูปแบบระบบไฟอัจฉริยะ อาจจะประหยัดไปได้อีกถึง 30% เนื่องจากหลอดไฟอัจฉริยะเหล่านั้นสามารถที่จะDimmer ไฟได้ สามารถแอ็คชั่นตาม Motion Sensor มีคนเดินมาก็สว่างขึ้น หรือว่า Ambient Light Sensor ปรับได้เองตามสภาพแสงจากข้างนอก ตั้งเวลาเปิดปิดไฟ หรือควบคุมไฟจากภายนอกบ้านในระยะไกลก็ยังได้เพียงแค่คุณเข้าถึง internet”

“สำหรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดในปีนี้และอนาคตนั้น สำหรับตลาด Consumer จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ กลุ่มหลอดและโคมไฟ LED ทั่วไปที่เน้นเรื่องคุณภาพของหลอดไฟที่ถนอมสายตา หรือ Eye Comfort ซึ่งผู้บริโภคสามารถมองหาสัญลักษณ์นี้ได้จากบนบรรจุภัณฑ์ของเราที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบ นอกจากนี้จะเป็นกลุ่มสินค้าใหม่ที่เปิดตัวมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคปลอดภัยมากขึ้น สะดวกสบาย และลดการใช้ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน เช่น เทคโนโลยีโคมไฟ UV-C ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส CORONA และ โคมไฟ Solar Cell คุณภาพสูงที่สามารถรับพลังงานแสงอาทิตย์และแปลงมาเป็นไฟส่องสว่างได้ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวกลุ่มที่เป็น Connected Lighting ที่มีเทคโนโลยีที่ง่ายต่อการเข้าถึงเช่น Wi-Fi เป็นต้น”

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้นแล้วเรายังเพิ่มช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้สอดรับไปยุค Digital Life

“สิ่งที่เราได้มาในช่วง COVID-19 คือยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า แสดงว่าชาแนลนี้มีความพร้อม แต่ก่อนนี้คือคนยังสามารถเดินออกไปซื้อของเองได้ตามร้าน ห้างสรรพสินค้า หรือช็อปต่าง ๆ ก็เลยเลือกที่จะไปใช้ออฟไลน์มากกว่า แต่พอเจอปัญหาก็มายังช่องทางออนไลน์ ซึ่งก็เป็นทิศทางของเราด้วยเช่นกัน เรามีแผนที่จะไปในช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำสื่อ คลิป คอนเทนต์ หรือโฆษณาผ่านทางออนไลน์ที่จะมีเพิ่มมากขึ้นต่อไป”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer