วิกฤตคือโอกาส กรณีศึกษา ธนพิริยะ, ตั้งงี่สุน และ สหพัฒน์ สามองค์กรยักษ์ฝ่าโควิด

สถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก แม้ในวันนี้มองว่าเป็นช่วงเวลาที่ผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากและอยู่ในช่วงธุรกิจและแบรนด์กลับมารีสตาร์ทอีกครั้ง

แต่ในช่วงที่ผ่านมาเสียงของทั้งผู้ประกอบการแบรนด์ต่าง ๆ รวมทั้งผู้บริโภคต่างก็เจ็บตัวไม่น้อย จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ทำให้แบรนด์และผู้ประกอบการต้องปรับตัวตาม

แต่ก็มีไม่น้อยที่มอง วิกฤตคือโอกาส ในงานเสวนาที่จัดโดยนีลเส็น ประเทศไทย หัวข้อ ไขกุญแจสู่โอกาสในโลกหลังโควิดปูทางสู่การเติบโตในอนาคต” ได้ฟังมุมมองของ 2 ผู้ประกอบการค้าปลีกท้องถิ่น และ 1 ยักษ์ซัปพลายเออร์สินค้ากลุ่ม FMCG มาเล่าบทเรียนครั้งนี้ที่ทั้งเป็นวิกฤตและโอกาสในคราวเดียวกัน อยู่ที่ว่าเราจะสามารถปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน

ธนพิริยะ มองโลกหลังโควิดออฟไลน์ยังโต

ภญ. อมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ค้าปลีกชื่อดังของจังหวัดเชียงราย ฉายภาพให้ฟังว่า ธนพิริยะผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง ช่วงปี 2540 วิกฤตเศรษฐกิจตอนนั้นที่มีคำพูดว่า ‘โชห่วยกำลังจะตาย’ ทำให้ตนเองเกือบเลิกกิจการไปแล้ว ตอนนั้นถือว่าเป็นวิกฤตที่หนักหนาที่สุด

แต่สถานการณ์โควิด-19 ที่เจอตอนนี้กลับมองว่าคือ ‘โอกาส’ ของผู้ประกอบการท้องถิ่น เพราะธนพิริยะเองได้โอกาส ไม่กังวลว่ายอดขายจะตก แต่ยอดขายกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคไปเดินห้างแบบโมเดิร์นเทรดน้อยลง และหันมาซื้อสินค้ากับเราแทน

โดย ภญ. อมร กล่าวว่า ได้เห็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากที่ช่วงล็อกดาวน์ผู้บริโภคจะซื้อแบบตุนสินค้า แต่ตอนนี้ผู้บริโภคมาซื้อถี่น้อยลง แต่ซื้อต่อครั้งเยอะมากขึ้น โดยสินค้าของใช้ในบ้านยังเติบโตต่อเนื่อง

ขณะที่มุมมองหลังช่วงโควิด-19 นั้น มองว่าเทรนด์การซื้อของแบบออฟไลน์ยังโต ส่วนเทรนด์การซื้อของออนไลน์ในต่างจังหวัดมองว่ายังไม่มากนักเพราะไม่เหมือนกับที่กรุงเทพฯ

แต่ธนพิริยะเองก็มีการทำระบบรองรับหากเทรนด์ออนไลน์มา เพราะปัจจุบันธนพิริยะเองก็มีบริการส่งสินค้าในพื้นที่เองอยู่แล้ว

สำหรับการขยายสาขาหน้าร้านปีนี้ธนพิริยะจะขยายเพิ่ม 2 สาขา ส่วนปี 2564 จะขยายเพิ่มอีก 4-5 สาขา

ตั้งงี้สุน ไม่ตัด ไม่ลดเงินเดือน มองอนาคตอยากรอดต้องวิ่งอย่างเดียว

ด้านยักษ์ใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี “ตั้งงี่สุน” มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท ตั้งงี่สุนซุปเปอร์สโตร์ จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเคยผ่านเหตุการณ์วิกฤตต่าง ๆ ที่ร้ายแรง ส่วนโควิด-19 ที่เจอในครั้งนี้เราต้องเรียนรู้ ซึ่งมองว่ากระทบกับค้าปลีกไม่มากนัก แต่กลับทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

ในสถานการณ์โควิด-19 ตั้งงี่สุนให้คำมั่นกับพนักงานว่าจะไม่ตกงาน ไม่ลดเงินเดือน ไม่ตัดโอที เพราะมองว่าถ้าเราขาดทุน 3 ปี ไม่มีเจ๊งหรอก แต่การที่เราไล่พนักงานออกเท่ากับเราผลักเขาออกไปเป็นภาระสังคม

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองเห็นจากสถานการณ์โควิด-19 มิลินทร์ระบุว่า คือการกว้านซื้อสินค้า ที่เป็นแค่พฤติกรรมระยะสั้น ซึ่งสิ่งที่ตั้งงี่สุนทำในช่วงนั้นคือ การไม่ขึ้นราคา ขายราคาเดิม เอาสินค้าที่จำเป็นและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากองขายไว้ที่หน้าร้าน สร้างความเชื่อมั่น

อีกสิ่งที่สะท้อนคือ “สินค้าราคาแพง” ที่ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพดีกับร่างกายขายดีมากขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องกรอบราคาสินค้าผู้บริโภคไม่ได้ต้องการของที่ถูกที่สุด แต่ต้องการความ ‘คุ้มค่า’ มากที่สุด

รวมถึงการทำโปรโมชั่นก็ยังได้ผลสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาด โดยตั้งงี่สุนเลือกทำโปรโมชั่นแบบ “แถม” อย่างเดียว

ขณะที่มองโลกหลังโควิด-19 อีก 3 ปี มิลินทร์ระบุว่า ต้องระมัดระวังที่สุด ที่สำคัญอย่าหยุดวิ่ง เพราะมีทั้งคนได้และเสียประโยชน์ สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือการปรับตัว และเพิ่มช่องทางการขายอย่างออนไลน์มากขึ้น

มาม่า ของสหพัฒน์ยอดขายสูงสุด แต่มาร์เก็ตแชร์น้อยสุดในประวัติศาสตร์

เวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เล่าว่า โควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่หนักสุดของเศรษฐกิจโลก สหพัฒน์เองก็โดนผลกระทบ อยู่ที่ว่าจะตั้งรับอย่างไร สินค้าที่กระทบน้อยที่สุดคือสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค

สิ่งที่สหพัฒน์ทำในช่วงโควิด-19 คือการสื่อสารว่าสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่าง ‘มาม่า’ ไม่ขาดตลาดแน่นอน สหพัฒน์เพิ่มกำลังผลิตเพิ่มอีก 30% สร้างประวัติศาสตร์ยอดขายมาม่ามากที่สุดในเดือน มี.ค. แต่มาร์เก็ตแชร์ของมาม่ากลับน้อยสุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน

จากมาร์เก็ตแชร์ปกติอยู่ที่ราว 52% ในช่วงเดือน มี.ค. ตกลงมาอยู่ที่ราว 46%

เพราะแม้สหพัฒน์จะเพิ่มกำลังผลิต แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงนั้น เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคคือการซื้อตุน ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์อื่นได้โอกาสสร้างยอดขายเพิ่ม

เวทิตกล่าวอีกว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนตลอดเวลา จากมาม่าที่ขายดีในช่วงโควิด-19 พอหลังจากคลายล็อกดาวน์ยอดขายก็เริ่มปรับลดลง มาร์เก็ตแชร์ก็กลับสู่แบบเดิม ทำให้การทำงานต้องดูแบบเดือนต่อเดือน และเรื่องของโปรโมชั่นก็ยังสำคัญ

ส่วนโลกหลังโควิดนั้นเทรนด์การขายออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์คือร้านค้าปลีก ไม่ใช่ซัปพลายเออร์ สิ่งที่ร้านค้าปลีกควรทำคือบริการเดลิเวอรี่เองที่เป็นช่องทางเติบโตได้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer