ช่วงส่งท้ายปีเก่าลากยาวไปถึงปีใหม่นอกจากลมหนาวมาเยือน สิ่งที่หลายคนกังวลคือเรื่อง “ฝุ่นจิ๋วในอากาศ” หรือ ฝุ่น PM 2.5 ที่แวะเวียนมาเยือนคนกรุงเทพเป็นประจำทุกปี

ปัญหาที่ยังแก้ไม่หายนี้…ทางเดียวที่ผู้บริโภคจะสามารถเอาตัวรอดจากหน้าฝุ่น คือการมองหาเครื่องกรองอากาศมาติดบ้านเพื่อรับมือกับฝุ่นจิ๋วในอากาศที่มองไม่เห็น ที่ทราบดีว่าส่งผลกระทบต่อร่างกายตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น แสบตา น้ำตาไหล คันจมูก น้ำมูกไหล ระคายเคืองผิวหนัง ไปจนถึงอาการรุนแรงกับผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรง รวมถึงเด็กเล็ก ๆ ในครอบครัว

ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาปัญหา PM 2.5 รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ ตลาดเครื่องกรองอากาศ เติบโตและผู้บริโภคจำเป็นต้องเลือกซื้อหามาติดบ้านมากขึ้นเช่นกัน

ปี 2019 Euro Monitor ประเมินว่ามูลค่ารวมตลาดเครื่องกรองอากาศในไทยสูงถึง 2,800 ล้านบาท และโดยเฉพาะในช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ดันยอดขายในช่วงฤดูกาลขายตั้งแต่เดือนธันวาคมไปปลายมกราคมเติบโตเดือนละไม่ต่ำกว่า 6-10 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

หลังจากโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภค “ยิ่งสนใจ” เรื่องสุขภาพมากขึ้น

ต้องยอมรับว่าการมาของโควิด-19 ยังส่งผลโดยตรงต่อการรับรู้ตระหนักรู้เกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพอย่างวงกว้าง ส่งผลให้แนวโน้มการเลือกซื้อเครื่องกรองอากาศติดบ้านเพื่อรับมือกับ “หน้าฝุ่น” ยิ่งมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

แล้วเครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องกรองอากาศแบบไหนตอบโจทย์การใช้งานรับมือ PM 2.5 ได้ดีที่สุด? เป็นคำถามสุดคลาสสิก เมื่อถึงเวลาต้องเลือกซื้อเครื่องกรองอากาศสักเครื่องมาประจำบ้าน เพื่อคนที่เรารักหรือเพื่อตัวเองต้องเลือกออย่างไร

ในบทความนี้ Marketeer จึงเลือกหยิบเอา 1 ในเครื่องกรองอากาศที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานอย่าง ATMOSPHERE SKY (แอทโมสเฟียร์ สกาย) เครื่องกรองอากาศยอดขายอันดับ 1 ของไทยและของโลก* ยกมาเป็นตัวอย่างและแนวทางในการเลือกเครื่องกรองอากาศติดบ้าน

และที่น่าสนใจคือรูปแบบการนำเสนอฟังก์ชันการใช้งานด้วยการจำลองห้องแล็บแอทโมสเฟียร์ สกาย เล่าเรื่องผ่านวิดีโอที่อธิบายแต่ละฟังก์ชันให้เราทุกคนเข้าใจและเห็นภาพง่ายยิ่งขึ้น

(*จากผลวิจัยการตลาดด้านยอดขายทั่วโลก ปี 2019 โดย Verify Markets โดยพิจารณาตามหมายเลขรุ่นผลิตภัณฑ์ ข้อมูลโดยบริษัท Amway)

1.ต้องกรองละอองฝุ่นเล็กกว่า 2.5 ไมครอน: เพราะปัญหาที่เราต้องเลือกเครื่องกรองอากาศที่ได้มาตรฐานเพราะฝุ่นละออง PM 2.5 มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับฝุ่นละอองปกติทั่วไป

แอทโมสเฟียร์ สกาย ใช้แผ่นกรองฝุ่นที่มีความยาวถึง 9.6 เมตร แต่สามารถบีบตัวอยู่ในพื้นที่ที่มีขนาดเล็กได้ และสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.0024 ไมครอน** ที่เล็กกว่าฝุ่นละเอียดหรือฝุ่น PM 2.5 ถึง 1,000 เท่า ด้วยเทคโนโลยีการกรองอากาศ 3 ขั้นตอน กรองหยาบ กรองฝุ่น (HEPA Filter) และกรองกลิ่น

**ทดสอบโดยห้องทดลองอิสระตามมาตรฐาน EN1822 European HEPA Test ผลทดสอบแบบ Single Pass Efficiency

และเพื่อให้เห็นภาพ วิดีโอด้านบนจึงได้จำลองภาพเปรียบเทียบขนาดของฝุ่น PM 2.5 เท่ากับลูกบอล และขนาดเริ่มต้นที่ 2.5 ไมครอน แอทโมสเฟียร์ สกาย สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กเท่ากับเมล็ดข้าวที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 2 มิลลิเมตรได้

2.จัดการกลิ่นได้: ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันเสริมแต่ถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข เพราะอากาศสะอาดแล้วยังต้องจัดการกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ดังนั้น หากจะเลือกหาเครื่องกรองอากาศมาติดบ้านกันจริง ๆ ห้ามมองข้ามข้อนี้เด็ดขาด

สำหรับ แผ่นกรองกลิ่น (Carbon Filter) ในเครื่องแอทโมสเฟียร์ สกาย ผลิตขึ้นจากเม็ดคาร์บอนกัมมันต์ แต่ละเม็ดจะมีรูพรุนเพื่อเพิ่มพื้นผิวสัมผัสกับอนุภาคสิ่งปนเปื้อนในอากาศ จึงช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเพิ่มประสิทธิภาพการกรองอากาศได้ดียิ่งขึ้น

3.ทำความรู้จัก Clean Air Delivery Rate (CADR) คือ ปริมาตรของอากาศสะอาดที่ผ่านการกรองจากเครื่องกรองอากาศต่อหนึ่งช่วงเวลานั้น ๆ หนึ่งในหน่วยวัดที่ยืนยันถึงประสิทธิภาพของเครื่องกรองอากาศเครื่องไหนสามารถกรองอากาศได้ดี และสร้างอากาศสะอาดได้มากกว่า

ซึ่งเครื่องแอทโมสเฟียร์ สกาย มีอัตรากรองอากาศสะอาดได้ 8.5 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที หรือ 300 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที สำหรับห้องขนาด 43 ตารางเมตร โดยได้รับการรับรองโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อเปรียบให้เห็นภาพตามวิดีโอก็คือ
1 ลูกบาศก์เมตร = 1,000 ลิตร/8.5 ลูกบาศก์เมตร = 8,500 ลิตร

เปรียบเทียบ 8,500 ลิตร = น้ำดื่มขวดขนาด 2 ลิตร จำนวน 4,250 ขวด หรืออาจกล่าวได้ว่า ภายใน 1 นาที แอทโมสเฟียร์ สกาย สามารถปล่อยอากาศสะอาดได้เทียบเท่ากับขวดน้ำขนาด 2 ลิตร ถึง 4,250 ขวด หรือ ขวดน้ำขนาด 2 ลิตร จำนวน 70 ขวด ภายใน 1 วินาที

4.ต้องอย่าลืมเช็กเรื่องพื้นที่ใช้งาน: เพราะเครื่องกรองอากาศจะทำงานได้ประสิทธิภาพเมื่อถูกใช้งานในขนาดที่เหมาะสม อย่าเพียงคำนึงถึงแค่เรื่องราคาหรือหน้าตาดีไซน์ เพราะในเครื่องกรองอากาศบางรุ่นอาจหน้าตาคล้ายกัน แต่ต่างกันด้วยระบบและเทคโนโลยีภายใน ทำให้รองรับพื้นที่ใช้งานหรือขนาดของห้องที่แตกต่างกัน

5.ข้อสุดท้าย หากเครื่องกรองอากาศมาพร้อมกับแอปพลิเคชันก็ยิ่งใช้งานได้สะดวกขึ้น: ทั้งการควบคุมจากทางไกล รวมถึงแจ้งเตือนต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบหรือควบคุมสภาพอากาศภายในบ้านได้ตลอดเวลา รวมถึงแจ้งเตือนสำคัญ เช่น อายุของแผ่นกรองอากาศ ผู้ใช้งานจะได้สามารถเปลี่ยนและทำให้เครื่องกรองอากาศอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา

โดยเครื่องแอทโมสเฟียร์ สกาย จะสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Atmosphere Connect ควบคุมการทำงานแอทโมสเฟียร์ สกาย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘แอทโมสเฟียร์ สกาย’ หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ : คลิก

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer