หนึ่งในปัญหาที่ไม่สามารถมองข้ามได้ คือ “การเข้าถึงบริการสาธารณสุข” ของไทยที่ยังคงมี “ความเหลื่อมล้ำ” อย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย การตรวจวินิจฉัย การรักษา การติดตามอาการ การเบิกจ่ายยา รวมไปถึงการวางแผนค่าใช้จ่าย ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้เท่าที่ควร

รวมทั้งสัดส่วนระหว่างบุคลากรผู้ให้บริการทางสาธาณสุข ต่อจำนวนผู้ป่วยที่มารักษาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

อีกทั้งปัจจัยด้านรายได้ยังส่งผลให้ปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในไทยแย่ลงไปอีก

นับเป็นความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ และซับซ้อนมากเกินกว่าที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะสามารถรับมือได้สำเร็จ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือและความเชี่ยวชาญจากหลายฝ่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญ

หนึ่งในองค์กรที่เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวคือ องค์กรอายุ 125 ปี อย่าง “Roche (โรช)” บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลกและผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมการรักษาและการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง และโรคหายาก

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรช ไทยแลนด์ จับมือสร้างพันธมิตรกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน โดยบริษัทได้เข้าไปมีบทบาทในแง่ของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการรักษา การจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปเกิดความตระหนักต่อโรค

รวมถึงผลักดันการเข้าถึงยาตามสิทธิการรักษา การสนับสนุนการทดลองทางคลินิกให้แก่โรงเรียนแพทย์ รวมทั้งริเริ่มโครงการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพเพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศให้คนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

ล่าสุด โรช ไทยแลนด์ ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในไทย นำทีมจัดการแข่งขันออกแบบนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเท่าเทียมและยกระดับคุณภาพของระบบสาธารณสุขให้แก่ทุกคนในสังคมไทย โดยมี RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรร่วมสนับสนุน

โครงการ Roche Open Innovation Challenges for ‘Greater Accessibility’ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้สมัครกว่า 50 ทีม ประกอบไปด้วยสตาร์ทอัพสายสุขภาพ นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคคลทั่วไป ที่มีเป้าหมายคือเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับระบบการบริการสาธารณสุขของไทย

ผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรต่างๆ ที่มาร่วมให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้าแข่งขัน

ภายในงาน ผู้เข้าแข่งขันยังได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนผู้ป่วยโรคหายาก อย่างโรคเลือดออกง่ายและโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงเก็บเกี่ยวคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากผู้ทรงคุณวุฒิ จาก โรช ไทยแลนด์ และองค์กรต่าง ๆ ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการแพทย์ การออกแบบประสบการณ์ออนไลน์ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น ให้ผู้เข้าแข่งขันได้เติมเต็มประสบการณ์และเข้าถึงปัญหาอย่างตรงจุด

โดยทีมผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโอกาสนำไอเดียมาลงมือทำจริงกับ โรช ไทยแลนด์ พร้อมเงินสนับสนุนอีกกว่า 1.6 ล้านบาท

ฟาริด บิดโกลิ

ฟาริด บิดโกลิ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท โรช ไทยแลนด์ เมียนมา กัมพูชา และลาว บอกกับ Marketeer ว่า

เราไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ในนามของโรชจากการแข่งขันประชันหาสุดยอดนวัตกรรมที่จัดขึ้นนี้

แต่เราอยากให้เวทีนี้เป็นก้าวแรกของการต่อยอดนวัตกรรมที่สามารถใช้ได้จริง และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของทุกคนในสังคมอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวยังไม่เคยมีองค์กรใดขับเคลื่อนอย่างจริงจังมาก่อน”

สิ่งที่ฟาริดมองเห็นปัญหาในอนาคตอันใกล้นี้คือเรื่องการเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ของไทยในปี 2024 ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีเพิ่มมากขึ้น และได้รับผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามช่วงวัย

อีกทั้งไทยยังเผชิญกับวิกฤตด้านสุขภาพจากโรคมะเร็งที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยราว 23,713 ราย/ปี และมีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 2

รวมถึงไทยยังติดอันดับ 8 ของโลกที่พบมะเร็งตับสูงที่สุด จากสถิติในปี 2563 พบว่ามะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 27,394 ราย

(อ้างอิง International Agency for Research on Cancer, World Health Organisation)

 

คณะกรรมการตัดสิน โครงการ Roche Open Innovation Challenges for ‘Greater Accessibility

เพราะฉะนั้นคณะกรรมการตัดสินจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนชมรมผู้ป่วย หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน ผู้ให้ประกันสุขภาพ นักพัฒนาแอปพลิเคชัน และนักการเมือง ที่ต่างก็อยากเห็นคนไทยเข้าถึงการให้บริการสาธารณสุขได้เท่าเทียมยิ่งขึ้น จึงมารวมตัวกัน เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะจากเวทีนี้ โดยใช้เกณฑ์การตัดสิน 3 ประการ

เริ่มจาก ความเข้าใจปัญหา จากนั้นโซลูชั่นที่นำเสนอต้องนำไปใช้ได้จริง และสุดท้าย การนำไปขยายผลในทางธุรกิจ

ทีมชนะโครงการ Roche Open Innovation Challenges for ‘Greater Accessibility’ คือ “Agnos Health” สตาร์ทอัพไทยสายเฮลท์เทค นำทีมโดย ปพนวิช ชัยวัฒโนดม, ปาลิตา วิษณุโยธิน, ทศพร แสงจ้า, นพ. ปภพ ชัยวัฒโนดม, อ. นพ. นราวิชญ์ จันทวรรณ และ นพ. ฐิติกร กิตติบุญญา

ตัวแทนทีม Agnos Health ผู้ชนะการแข่งขัน Roche Open Innovation Challenges for ‘Greater Accessibility’

ปพนวิช ผู้ก่อตั้ง เผยจุดเริ่มต้นของ Agnos Health ว่ามาจากการได้รับรู้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลในประเทศไทย กว่า 60% ของเคสโรงพยาบาล เป็นการพบแพทย์โดยไม่จำเป็น ทีมของเราจึงเกิดไอเดียที่จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยคนไทย โดยพัฒนาโซลูชั่นนี้ร่วมกับแพทย์และทดสอบร่วมกับสถานพยาบาล

Agnos เป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้งานเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและความเจ็บป่วยมากขึ้น โดยใช้ระบบเอไอเข้ามาช่วยวิเคราะห์อาการและความเสี่ยงส่วนบุคคล ทำให้ผู้ใช้งานทราบว่าอาการดังกล่าวอาจเป็นผลจากโรคใดได้บ้าง

และแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบว่ากรณีใดที่ควรพบแพทย์ แต่หากอาการไม่รุนแรงระบบจะให้ข้อมูลการดูแลตนเอง รวมทั้งแนะนำแหล่งจำหน่ายยาที่มีมาตรฐานโดยเภสัชกร จึงช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลา ขณะเดียวก็เป็นการลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของบุคลากรการแพทย์และลดความแออัดในสถานพยาบาลได้อีกด้วย

ปพนวิช ชัยวัฒโนดม

“หลังจากแพลตฟอร์ม Agnos เริ่มเปิดให้ทดลองใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประจวบเหมาะกับโครงการ Roche Open Innovation Challenges for ‘Greater Accessibility’ เปิดรับผู้สมัครเข้าแข่งขัน ทีมเล็งเห็นว่าเรามีโจทย์ที่พยายามจะแก้ตรงกันพอดี นั่นก็คือ เราจะสร้างโซลูชั่นเพื่อยกระดับคุณภาพระบบสาธารณสุขและส่งเสริม ความเท่าเทียมในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้อย่างไร” ปพนวิช กล่าวเสริม

แนวทางการต่อยอดสร้างนวัตกรรมที่นำไปใช้งานได้จริงและรับมือกับปัญหาได้ตรงจุด จนทำให้ทีม Agnos Health ได้รับรางวัลชนะเลิศในเวทีการแข่งขันนี้ คือการออกแบบแพลตฟอร์มสำหรับผู้ป่วยในรูปแบบคอมมูนิตี้ (patient community platform) ที่ใช้ประโยชน์จากระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอความรู้ด้านการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาบุคลากรการแพทย์มากเกินไป

“ตอนนี้ทำเวอร์ชั่นแรกเสร็จสมบูรณ์แล้ว เปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรี พร้อมใช้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ www.agnoshealth.com/download/marketeer/ หรือจาก Google Play Store และ Apple App Store นอกจากนี้ ทีมกำลังพัฒนาโปรดักส์ให้ตอบโจทย์ขึ้นไปอีก ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มปล่อยโมเดลต้นแบบให้ได้ทดลองใช้จริงภายในปีนี้” ปพนวิชทิ้งท้าย

โครงการ Roche Open Innovation Challenges for ‘Greater Accessibility’ นับได้ว่าเป็นก้าวแรกและก้าวที่สำคัญของการแสวงหาพันธมิตรเพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่จะขับเคลื่อนการเข้าถึงการบริการสาธารณสุขของไทย เพื่อที่ในวันข้างหน้าคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมจะต้องดียิ่งกว่าเดิม

David Stauffacher, Executive Director, Swiss Thai Chamber of Commerce (ที่ 4 จากซ้าย) ให้เกียรติเข้าร่วมชมการแข่งขันและการตัดสิน

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน