เมื่อคนเลี้ยงสัตว์ด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เปลี่ยนจาก “Pet Lover” ที่แค่รัก เป็น “Pet Parent” รักและผูกพัน จนวันตาย การทุ่มเท ปรนเปรอ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดเลยเกิดขึ้น

เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ใช่เพียงแค่กระแส แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ทีเดียว

มูลค่ารวมของธุรกิจสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 22,000 ล้านบาท ขยายตัวปีละ 10-15% เป็นสถิติที่ยืนยันสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเป็นอัตราการเติบโตที่สามารถแซงหน้าประเทศที่มีขนาดของตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่อย่างญี่ปุ่นและในอีกหลายประเทศในเอเชียไปแล้ว แม้ว่าจะมีขนาดของตลาดที่เล็กกว่า

น้องหมายังเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอันดับ 1 แต่ในขณะเดียวกันเทรนด์ของน้องแมวกำลังไล่ตามมาติดๆ จนคาดกันว่าในอีก 2-3 ปี สัดส่วนจะเป็น 50-50 เลยทีเดียว

หลายธุรกิจเตรียมแจ้งเกิด เช่น ศูนย์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงครบวงจร อาหารเสริมของเล่น เสื้อผ้าและเครื่องประดับ สตูดิโอถ่ายภาพ ธุรกิจเสริมสวย บริการอาบน้ำแต่งขนถึงบ้าน คาเฟ่และโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง ศูนย์ฝึก ศูนย์รับฝาก บริการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงแสนรัก รวมไปถึงธุรกิจประกันภัย Pet Insurance พร้อมกับอีเว้นท์ใหญ่เพื่อสัตว์เลี้ยงที่มีต่อเนื่องทั้งปี

ยิ่งรัก ยิ่งทุ่มเท เฉพาะผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงเลยสูงกว่าหมื่นล้าน

เมื่อเลี้ยงกันเหมือนน้อง ดูแลเหมือนลูก ใส่ใจเหมือนคนรัก มูลค่าใช้จ่ายเลยไม่ใช่แค่อาหารขนม หรือสบู่อาบน้ำ ยากำจัดเห็บแล้ว แต่มากกว่านั้น

สิริญาพัทธ์ เทียนรุ่งศรี นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า เฉพาะผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 16,000 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนหน้าประมาณ 20% และคาดว่าปีนี้จะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า10% แน่นอน

ในขณะเดียวกันได้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาในธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ผลิตภัณฑ์พวกเบเกอรี่ และสแน็ก เสื้อผ้าเครื่องประดับที่ถูกดีไซน์ออกแบบให้เป็นไปตามฤดูกาลเหมือนคน เสื้อผ้าในโอกาสพิเศษ เช่น งานแต่งงาน เสื้อผ้าคู่แม่ลูก พี่น้อง รถเข็น และสินค้านวัตกรรมต่างๆ เช่น สายควบคุมน้องหมา น้องแมวไม่ให้ออกนอกพื้นที่ รวมทั้งอาหารเสริมที่ดูแลสุขภาพเฉพาะวัยหรือเฉพาะโรค

เธอยังกล่าวว่า จากการประเมินจากยอดขายอาหารสัตว์คาดว่า สุนัขยังเป็นสัตว์เลี้ยวยอดนิยมประมาณ 7 ล้านตัว ในขณะที่แมวมีประมาณ 3 ล้านตัว

อีเว้นท์มาแรงแห่งปีเพื่อบรรดา Pet Lover

งานอีเว้นท์เพื่อคนรักสัตว์ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ กลายเป็นเป็นเทรนด์หนึ่งที่มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แต่งานใหญ่แห่งปีต้องยกให้กับ Thailand International Dog Show 2015 ที่ บริษัทอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จัดขึ้นในเมืองทองธานี และจัดมาอย่างต่อเนื่องนานถึง 14 ปี

ในช่วงเวลานั้น เทรนด์รักสุนัขและสัตว์เลี้ยงไม่ได้ชัดเจนเหมือนในปัจจุบัน แต่เป็นเพราะความรักสัตว์ของ พอล กาญจนพาสน์ ผู้บริหารอิมแพค ที่ต้องการเห็นงานสัตว์เลี้ยงใหญ่ๆ เกิดขึ้นในประเทศไทย และอนุญาตให้คนจูงสัตว์เลี้ยงเข้ามาชมงานได้พร้อมกันกับคน

ตีรญา ชมภูนิตย์ ผู้จัดการอาวุโสโครงการอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ออร์กาไนเซอร์ บริษัทอิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ กล่าวว่า ปีแรกๆ ใช้พื้นที่จัดเพียง 5,000 ตารางเมตร โดยที่มีผู้สนับสนุนหลัก 2 รายคือ สมาร์ทฮาร์ท กับเพดดิกรี เจ้าของแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่

จากงานที่เคยจัดปีละ 2 ครั้ง ปัจจุบันจัดใหญ่ปีละ 5 ครั้ง โดยเป็นที่อิมแพ็คกรุงเทพฯ 2ครั้ง ในพื้นที่กว่า 1 หมื่นตารางเมตร และขยายไปยังหัวเมืองใหญ่อีก 3 ครั้งที่จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และอุดรธานี โดยได้จับมือจัดร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทยด้วย

“รักนะ สระอา” เป็นชื่องานครั้งล่าสุดที่จัดไปเมื่อประมาณปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในพื้นที่ประมาณ 13,500 ตร.ม. 70% เป็นบูทของอาหารสัตว์ และสแน็ก เป็น Accessory เสื้อผ้า ปลอกคอ เครื่องประดับ 30% โดยมีจำนวนร้านค้าที่เข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จำนวนคนและสัตว์ที่เข้ามาร่วมงานปีที่แล้วประมาณ 140,000-150,000 คน (รวมสัตว์ด้วยประมาณ 4 หมื่นตัว) ส่วนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 180,000 คน

ส่วนงาน Pet Variety ที่จะจัดในเดินพฤศจิกายนนั้น เธอคาดว่าจำนวนคนดูจะมากกว่า 2 แสนคนแน่นอน โดยมีสัตว์เลี้ยงอย่างแมวเป็นพระเอกตัวหนึ่งของงานนอกจากสุนัข

 

PETClub เพื่อครอบครัวน้องหมา น้องแมว

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา PETClub เปิดสาขาใหม่ย่านลาดพร้าว ซอย 101 เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงครบวงจร รองรับบรรดา Pet Lover ทั้งหลาย

มฤดี ตัณศลารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ็ท คลับ จำกัด กล่าวว่า ได้เริ่มธุรกิจนี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากโรงพยาบาลสัตว์ แฮปปี้เพ็ท บนถนนพัฒนาการ หลังจากนั้นมาเปิดสาขาที่ 2 บนถนนรามอินทราและเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า จากโรงพยาบาลได้ปรับมาเป็น Pet Store เพื่อการขายสินค้าและอาหาร และให้บริการอาบน้ำตัดขนละคลินิกเล็กๆ ก่อนที่จะมาเปิดสาขาที่ 3 เดอะพาซิโอ ทาวน์ ย่านรามคำแหง

ส่วนสาขาล่าสุดนั้นเป็นการนำเสนอสิ่งที่แตกต่างและแปลกใหม่และคิดว่าเป็นที่แรกของเมืองไทยที่ลงทุนด้วยพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง โดยได้ลงทุนกว่า 30 ล้านบาท มีโซนขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง โซนเสริมสวยและความงามสัตว์เลี้ยง โซนโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง โซนรักษาและดูแลรักษาสุขภาพสัตว์เลี้ยง และโซนเพ็ท คาเฟ่ ซึ่งให้บริการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

โรงแรมหมามี 5 ห้อง แมว 5 ห้อง 1 ห้อง อาจจะมากกว่า 1 ตัว ถ้าเป็นน้องหมา หรือน้องแมวจากที่เดียวกัน โดยราคาโรงแรมคิดตามน้ำหนักเริ่มตั้งแต่ 500 บาทต่อคืน น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมและจะแยกโซนห้องพักของน้องแมว และน้องหมา เพื่อความเป็นส่วนตัว เพราะแมวจะเครียดมากถ้าได้ยินเสียงหรือได้กลิ่นของน้องหมา

“เรามีห้องสะอาด มีเครื่องปรับอากาศ มีห้องน้ำ แต่ไม่มีทรายไม่มีอาหารให้ เหตุผลคือว่า การย้ายบ้านสำหรับสัตว์ หรือการไม่เห็นหน้าคนเลี้ยงจะมีอาการเครียดอยู่แล้ว พวกอาหารและทราย หรือของใช้เดิมๆ จะสามารถช่วยให้เขาสงบลงได้มาก”

สระน้ำเริ่มค่าบริการที่ 450 บาท สำหรับสัตว์เลี้ยงไซส์เล็ก ส่วนไซส์ใหญ่ 800 บาท ส่วนพันธุ์พิเศษที่ขนหนาๆ ก็จะเป็นราคาพิเศษเพิ่มไปอีก ราคานี้รวมเป่าขนให้แห้ง แต้ถ้าจะสระเซ็ทจะเป็นอีกราคาหนึ่ง

ส่วนแพ็คเกจตรวจสุขภาพเริ่มต้นที่1,500-4,500 บาท โดยรายได้หลักของเพ็ทคลับจะมาจากเพ็ทสโตร์ เพราะอาหารของใช้จะเป็นสิ่งที่หมดเร็ว

ลุยตลาดผ่านออนไลน์

เฟซบุ๊คและไอจี คือเครื่องมือหลักในการทำตลาดที่เน้นการเข้ามาเป็นสมาชิก ปัจจุบันเพ็ทคลับมีสมาชิกประมาณ 5 พันราย และ ได้ตั้งเป้าให้ถึง 1 หมื่นรายในสิ้นปีนี้

“ตลาดหลักเรายังเป็นสุนัขค่ะ แต่ในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าตลาดแมวโตมาก จะเห็นเทรนด์เรื่องอาหารแมว ของเล่นแมว และคาเฟ่แมวเกิดขึ้นเยอะมาก ถ้าฟังจากซัพพลายเออร์ที่ขายอาหารแมวเขาบอกว่า อีก 2-3 ปี อาหารแมวจะไล่ตามขึ้นมาเป็นครึ่งๆ เลยทีเดียว โดยที่ตลาดสุนัขไม่ได้หายไปไหน แต่ตลาดแมวเพิ่มสูงมากขึ้น”

เพ็ทคลับยังมีแผนในการขยายสาขาเพิ่มเติมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วยรูปแบบแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่รักและสนใจในธุรกิจสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะมีการเปิดแฟรนไชส์สาขาแรกได้ในปลายปีนี้ เป้าหมายทางการตลาดของ “PETClub” ที่วางไว้ในปีนี้คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 300%

………………

ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยง

ตัวเลขการเติบโตในแต่ละปีของตลาดไทยสูงถึง 10-15% ต่อปี

มูลค่ารวมสูงถึง 22,000 ล้านบาท (เป็นของสุนัข 70-80% แมว 20%)

คาดว่าอีกไม่เกิน 2 ปี สัดส่วนของแมวจะเพิ่มเป็น 50%

กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจบริการ (เช่น รพ. และคลินิก สปา อาบน้ำตัดขน โรงแรม) 7,000 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท

ที่มา : Marketeer รวบรวม , บริษัท เพ็ท คลับ จำกัด

มูลค่ารวมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ปี 2557 16,000 ล้านบาทโตขึ้น 20% จากปี 2556

เป็นอาหารทั้งแห้ง และเปียก 12,000 ล้านบาท

สแน็ก 1,200 ล้านบาท

อาหารเสริม และวิตามิน วัคซีน 100 ล้านบาท

แชมพู เสื้อผ้า เครื่องประดับ รถเข็น ฯลฯ 2,700 ล้านบาท

ที่มา : สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย

 

อีเว้นท์แห่งปีเพื่อ Pet Lover

วันที่ ชื่องาน สถานที่

28 ก.พ. 6 ขา หมาเดินเล่น เซ็นทรัลพระราม 2

28-31 พ.ค. PET EXPO THAILAND 2015 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

21-22 มี.ค. Dog Fair & Charity เมเจอร์รัชโยธิน

26 ก.พ.-1 มี.ค. SmartHeart Presents Pet Variety เซ็นทรัลเชียงใหม่

25-28 มิ.ย. รักนะ สระอา อิมแพ็ค เมืองทองธานี

3-6 ก.ย. ยกก๊วนม่วนอีสาน อุดรธานีฮอลล์

1-4 ต.ค. SmartHeart Presents Pet Variety เซ็นทรัลภูเก็ต

19-22 พ.ย. แก่นเซี๊ยวเปรี้ยวซ่า อิมแพ็ค เมืองทองธานี

แนวโน้มสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในประเทศไทยปี 2558 5 อันดับแรก

  1. สุนัข
  2. แมว
  3. ปลาสวยงาม
  4. สัตว์ปีก
  5. สัตว์เล็ก

ที่มา : สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย

โอกาสเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยงแสนรัก

  1. เติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10-15%
  2. ไลฟ์สไตล์ของคนเลี้ยงสัตว์เปลี่ยนไปจากสัตว์เลี้ยงในบ้านกลายเป็นเพื่อน เป็นลูกมากขึ้น คนรักสัตว์เหมือนครอบครัว ยอมใช้จ่ายสูงขึ้น
  3. โลกโซเชียลทำให้การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงง่ายเข้า สามารถพูดคุยปัญหาเรื่องสัตว์เลี้ยงกับผู้คนได้ตลอดเวลา
  4. มีบริการต่างๆ เพื่อความสะดวกเกิดขึ้นมากมาย เช่น เดลิเวอรี่ รับอาบน้ำตัดขนถึงบ้าน มีโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง บริการรถแท็กซี่สำหรับสัตว์เลี้ยง มีอาหารสำหรับแมว และของเล่นต่างๆ มากมาย ทำให้คนเลี้ยงพลอยเพลิดเพลินไปด้วย
  5. สามารถสั่งซื้อของและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมากมายผ่านทางออนไลน์ หรือช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์มือถือหรือไอแพด
  6. ศูนย์การค้าหลายแห่ง เริ่มมีที่รับฝากสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาของการเข้ามาช้อปปิ้ง เช่น
    โตคิวโฉมใหม่ที่พาราไดซ์ปาร์ค หรือมีโซนที่ให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาได้ เช่น เอเชียทีค ห้างเซ็นทรัลสาขาใหม่รามอินทรา เดอะไนน์พระราม 9
  7. กลุ่มเพศที่สามหันมานิยมเลี้ยงเพื่อทดแทนการมีลูก
  8. แนวโน้มของครอบครัวสมัยใหม่ที่มีขนาดเล็กลงทำให้มีการเลี้ยงแมว และสัตว์ขนาดเล็กต่างๆ เพิ่มขึ้น

เมืองไทย รุกตลาดประกัน  “Cats & Dogs ประกันภัย”

เมืองไทย Cats & Dogs ประกันภัย เป็นวิธีคิดที่สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทพยายามสร้างความแตกต่างของตัวโปรดักท์อย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

วาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการสายงานยุทธศาสตร์องค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัทเมืองไทยประกันภัย กล่าวว่า เมื่อปี 2553 บริษัทเริ่มมีกรมธรรม์ประเภทนี้เขึ้นมาทดลองตลาด เพราะช่วงนั้นตลาดเกี่ยวผลิตภัณฑ์สัตว์มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง คนไทยทั้งประเทศมีสุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงรวมกันมากกว่า 9 ล้านตัว และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 1,000 บาท ต่อตัวต่อเดือน และส่วนใหญ่จะเลี้ยงเหมือนญาติเหมือนลูก ให้ความรักสูงมาก ทำให้เห็นโอกาสว่าน่าจะมีความสนใจในการที่จะคุ้มครอง สัตว์เลี้ยงของเขาเหมือนกับคนในยุโรปที่เพ็ทอินชัวร์รันส์มีเบี้ยมหาศาลหลายร้อยล้านยูโรต่อปี

การทำตลาดในช่วงแรกไม่ได้ขายทั่วไป เจาะเฉพาะช่องทาง เน้นเป็นพันธมิตรกับกลุ่มเซ็นทรัลที่คิดว่ากลุ่มนี้น่าจะมีกำลังซื้อ เป็นกลุ่มบีบวก ซึ่งปรากกฏว่าได้รับความสนใจ แต่ยังไม่ถึงเป้าที่บริษัทวางไว้ และส่วนใหญ่จะเป็นสุนัขไม่ค่อยมีแมว

“เราทำพักหนึ่งแล้วก็หยุดไปเพราะปรากฏว่ามีเคลมเยอะ เคลมที่เข้ามาตอนนั้นคือการที่หมาแมวไปทำทรัพย์สินคนอื่นเสียหาย ซึ่งเราคุ้มครองให้ด้วย เมื่อพอร์ตยังเล็กแต่เคลมเยอะ ทำให้ต้องกลับมาทบทวนใหม่ เพราะจริงๆ แล้วเราต้องการคุ้มครองในเรื่องประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุมากกว่า”

อย่างไรก็ตามแนวแนวโน้มของตลาดสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทางบริษัทได้เอาแนวคิดนี้มาพัฒนาใหม่และเปิดขายอีกครั้งเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา

“แต่เราก็ไม่ได้ปูพรมโฆษณาออกไปเยอะนะครับ ปัญหาของบ้านเราคือไม่มีสถิติซัพพอร์ต การที่เราจะมีเบี้ยประกันภัยรองรับกับความเสี่ยงอาจจะไม่สอดคล้องกัน”

ประกันสัตว์เลี้ยงของเมืองไทย ประกันภัย คุ้มครองเฉพาะสุนัขและแมวที่มีอายุระหว่าง 3 เดือนถึง 7 ปี โดยสัดส่วนของเบี้ยประกันภัยมากกว่า 95% เป็นประกันภัยสุนัข แต่เริ่มเห็นเทรนด์ของความสนใจในเรื่องของแมวเพิ่มมากขึ้น จากตัวเลขผลิตภัณฑ์อาหารแมว ที่เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะสูงกว่าอาหารสุนัข ดังนั้นเป็นไปได้อย่างมากว่าตัวเลขการประกันแมวจะมีมากขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกัน

ความคุ้มครองของกรมธรรม์ เช่น คุ้มครองการเสียชีวิตทั้งจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย ความรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งร่างกายและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง

ส่วนข้อยกเว้นของกรมธรรม์ การเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นภายในช่วง 60 วันแรก นับจากวันที่กรมธรรม์ใหม่เริ่มคุ้มครอง การเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากพยาธิ เห็บ หมัด ไร เล็น โรคเรื้อน หรือโรคผิวหนังทุกชนิด การถูกฆ่าโดยเจตนา ถูกวางยาพิษ หรือถูกกลั่นแกล้ง และโรคระบาดของสัตว์เลี้ยง

ราคาการประประกันเริ่มต้นที่ 2,600-6,500 บาท ค่าคุ้มครองจากการเสียชีวิตเริ่มต้นที่ 10,000 บาท อุบัติเหตุเริ่มจาก 20,000-10,000บาท ส่วนสุขภาพเริ่มจาก 1,000-5,000 บาท

 

กลยุทธ์ขายกรมธรรม์ผ่านพันธมิตร

ตลอดเวลาที่ผ่านมาทางเมืองไทยประกันภัยเน้นจัดแคมเปญร่วมกับผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว และสำหรับโปรโมชั่นล่าสุด ทาง Smart Heart ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนในการจัดแคมเปญพิเศษ คือ การมอบกรมธรรม์ ประกันสัตว์เลี้ยงฉบับพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขสมาร์ทฮาร์ท, สมาร์ทฮาร์ท โกลด์ หรืออาหารแมวมีโอชนิดใด รสใดขนาดใดก็ได้ ที่มียอดซื้อสะสมครบ 4,000 บาท ลูกค้าสามารถขอแลกรางวัลเพื่อรับสิทธิ์ทำประกันภัยสัตว์เลี้ยง (iSmart Pet Insurance) ความคุ้มครองสูงสุดมูลค่า 5,000 บาท จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2558 และสามารถแลกรับสิทธิ์การทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2558

รวมทั้งพยายามหาช่องทางทำการตลาดผ่านออนไลน์มากขึ้นด้วย

“ประกันสำหรับสัตว์เลี้ยงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต ซึ่งทางบริษัทเองอาจจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงให้มีความยืดหยุ่น คุ้มครองง่ายๆ สะดวกซื้อ เพื่อรองรับความต้องการของคนรักสุนัขและแมวที่สูงขึ้น”

วาสิตกล่าวอย่างมั่นใจ

……………………………………….

คนไทยเลี้ยงสุนัขและแมวรวมกันมากกว่า 9 ล้านตัว

เลี้ยงในบ้านประมาณ 5.8 ล้านตัว

มีเจ้าของที่รักสุนัขและแมวเหมือนลูกประมาณ 51%

ยอมซื้อประกันสุขภาพให้สัตว์เลี้ยงประมาณ 73.3%

ยอมรับค่าเบี้ยประกันอยู่ระหว่าง 1,000–5,000 บาท 77.9%

เรื่อง : อรวรรณ บัณฑิตกุล