ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดกล้อง Digital ถือเป็นตลาดที่เกิด Turning Point อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะ Big Effect ครั้งสำคัญ ที่เกิดจากกลุ่มแบรนด์ Smartphone ที่พัฒนากล้องให้มีคุณภาพสูง แถมยังใช้งานง่ายเพียงยกขึ้นเล็งถ่ายปุ๊บ แต่งภาพผ่าน Application ก็ออกมาสวยฟรุ๊งฟริ้ง ปรากกฏการณ์นี้เองที่ส่งผลกระทบให้ User เลิกซื้อกล้อง Compact แต่หันมาใช้ Smartphone ถ่ายภาพแทน

จึงไม่แปลกที่กล้อง Compact จากในอดีตเคยขายได้เป็นหลักล้านเครื่องต่อปี แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3.5-4 แสนเครื่องต่อปี ที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือแนวโน้มยอดขายจะยังคงตกลงอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี จนทำให้ค่ายกล้องบางค่ายเลิกผลิตกล้อง Compact ราคา 1,500 – 3,000 บาท แล้วหันไปผลิตกล้อง Compact คุณภาพสูงราคาแพง

แต่…แค่นี้ดูจะไม่เพียงพอในแง่การสร้างรายได้ ทำให้ผู้ผลิตกล้องหลายค่ายทั้ง Fuji, Sony, Olympus ฯลฯ หันไปช่วยกันสร้าง New Segment ที่ชื่อว่า Mirrorless หรือกล้องไร้กระจกบอดี้เล็กสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ โดยเป้าหมายหลักของทุกค่ายคือต้องการให้ User ที่ใช้ Smartphone อัพเกรดมาสู่การถ่ายภาพขั้น Advance

โดยกลุ่มแบรนด์ที่โดดเข้ามาสู่ตลาดนี้ ต่างใช้แนวคิดการพัฒนากล้อง Mirrorless ของตัวเองให้มีคุณภาพทัดเทียมกล้อง DSLR แต่มาพร้อมบอดี้เล็กน้ำหนักเบา แถมมีฟังก์ชั่นการใช้งานง่ายดีไซน์สวยงาม

Mirrorless ก็แค่บางประเทศ DSLR สิ! ครองโลก

ทีนี้กลุ่ม User ที่ใช้ Smartphone ที่อยากจะ Step Up ไปสู่การถ่ายภาพขั้นสูงจะมี 2 ตัวเลือกทันทีคือซื้อกล้อง Mirrorless หริอจะเลือกซื้อกล้อง DSLR โดยปรากฏการณ์ตรงนี้ได้สร้างคำถามไปถึง 2 Professional Brand อย่าง Nikon และ Canon ที่กำลังถูกทาท้ายแย่งชิงยอดขายกล้อง DSLR จากกลุ่มแบรนด์รองด้วยอาวุธใหม่ที่ชื่อ Mirrorless

“ในแง่ยอดขายทั่วโลกกล้อง DSLR ยังมียอดขายมหาศาล กล้อง Mirrorless เติบโตเฉพาะแค่ในบางประเทศในเอเชียอย่าง ไทย, ญี่ปุ่น เป็นต้น แต่ประเทศในแถบยุโรปและอเมริกากล้อง Mirrorless ไม่ได้สร้างกระแสตื่นตัวอะไรเลย เพราะฉะนั้น Canon มองไปที่ตลาดระดับ Global เป็นหลัก” วรินทร์ ตันติพงศ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูเมอร์ อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) เปรียบเทียบความนิยมระหว่างกล้อง DSLR กับกล้อง Mirrorless

Professional ไม่ได้นิ่งเฉย แต่ขอ…ประเมินสถานการณ์

เหตุผลที่กล้อง Mirrorless ไม่หวือหวาในตลาดฝั่งยุโรปต้องบอกว่ามีเหตุผลหลักอยู่สองข้อ ข้อแรกสุดคือ ฝรั่งมีมือที่ใหญ่จับกล้องเล็กไม่ถนัดทำให้การคอนโทรลกล้องไม่คล่องมือ ข้อสุดท้ายคือสื่อประเภทภาพยนตร์, สารคดี รวมไปถึงมหกรรมกีฬาระดับโลกต่างๆ ช่างภาพมืออาชีพยังคงใช้แค่ Canon และ Nikon เป็นการตอกย้ำ Image และคุณภาพของกล้อง DSLR ไปในตัวได้อย่างดีทีเดียว

จึงพอจะเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไม Canon ยังชัดเจนในตัวเองว่าจะเกาะรถไฟขบวนนี้ด้วยการตั้งหน้าตั้งตาสร้างและรักษาตลาด DSLR อย่างเหนียวแน่นแม้ที่ผ่านมา Canon จะมีการผลิตกล้อง Mirrorless วางขายในตลาด แต่ดูจะไม่ได้เอาจริงเอาจังกับตลาดนี้มากนัก

แต่คงจะ “ฟันธง” ว่า Canon จะไม่เอาจริงเอาจังกับตลาดกล้องเล็กเปลี่ยนเลนส์ได้ เพราะหากวันหนึ่งวันใดเทรนด์กล้องMirrorless เกิดนิยมทั่วโลก เชื่อขนมกินได้เลยว่า Canon จะต้องทุ่มเงินทุนมหาศาลและ Know How ที่สะสมมานานผลิตกล้อง Mirrorless ออกมาแข่งขันในตลาดนี้อย่างจริงจัง

ตลาดตก แต่ขอยอดขายเท่าเดิม

ขณะเดียวกันทางฟากฝั่งตลาดกล้อง DSLR ในเมืองไทยเองมียอดขายตกลงเล็กน้อยคือติดลบ 4% โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 80,000 ตัว โดย Canon เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 60% หรือคิดเป็นมูลค่า 4,000 ล้านบาท

อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าในปี 2015 ยอดขาย DSLR มีโอกาสติบลบสูงเลยทีเดียว โดย วรินทร์ บอกว่ายอดขายที่จะตกลงหดหายไปในปีนี้ มาจากปัญหาเศรษฐกิจกำลังซื้อผู้บริโภคหดหาย ไม่ได้เกิดจากกลุ่มแบรนด์กล้อง Mirrorless เข้ามาแย่งยอดขายจาก DSLR อย่างที่ใครหลายคนคิด

“ยอดขาย 80,000 ตัวปีนี้ยากมาก แต่ถามในมุมฐานะผู้ประกอบการอย่าง Canon คงต้องผลักดันยอดขายให้ตลาด DSLR ไม่ตกต่ำเหมือนที่คาดการณ์ไว้ เพราะเรามีค่าใช้จ่ายทั้งเงินเดือนพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถ้ายอดขายตก Canon เสียหายแน่นอน อย่างไรปีนี้เราต้องมียอดขายเท่าเดิมคือ 4,000 ล้านบาท”

การขายกล้อง DSLR ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี รวมไปถึงการที่มีคู่แข่งคนใหม่อย่างกล้องสายพันธุ์ Mirrorless ที่กำลังร้อนแรง ทำให้ Canon ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำตลาด โดยจะเน้นขายกล้องในกลุ่มราคา Mid – High ในราคาเริ่มต้น 28,000 บาทจนไปถึงกล้อง DSLR ระบบ Full Frame ที่มีราคาแตะแสนบาท

“การจะประคองตัวเองให้มีรายได้เท่าเดิม เราจะโฟกัสเลือกที่จะเน้นขายกล้อง DSLR รุ่นระดับ Mid – High เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปจากตลาด Compact และกล้อง DSLR ระดับล่าง”

Smartphone Shooting สิ่งที่ Canon อยากรู้

โดยกลุ่มลูกค้าที่ Canon จ้องตาเป็นมัน นั่นคือกลุ่มลูกค้าที่ถ่ายภาพจาก Smartphone อัพขึ้น Social Network ทั้งหลายที่สักวันหนึ่งต้องการที่จะถ่ายภาพสวยขึ้นด้วยกล้องที่เป็น “กล้องจริงๆ” เพียงแต่โจทย์ที่ Canon ต้องตีให้แตกคือกลยุทธ์การสื่อสารให้โดนใจช่างภาพสมัครเล่นกล้อง Smartphone ให้เปลี่ยนมาใช้กล้อง DSLR

“สิ่งที่ Canon อยากรู้คือมีลูกค้าจำนวนเท่าไรที่ถ่ายภาพจาก Smartphone แล้วอัพเกรดมาใช้กล้องจริงๆ ถ่ายภาพ สิ่งที่เราเห็นคือสมมุติมีกลุ่มทัวร์ไปเที่ยว 30 คนมีคนถือกล้องจริงๆ แค่ 3 -4 คนนอกนั้นใช้ Smartphone แต่เราเชื่อว่าคนกลุ่มนี้ลึกๆ ก็อยากใช้กล้องถ่ายภาพจริงๆ”

ในขณะที่การทำตลาดกล้อง Compact ต้องบอกว่า Canon เองก็เดินตามเทรนด์ตลาดเหมือนกับค่ายอื่นๆ นั่นคือยกเลิกการผลิตกล้อง Compact ระดับล่างราคา 1,500 – 3,000 บาท แต่หันไปสู่การขายกล้อง Compact ระดับ High Quality

“กล้อง Compact ในอนาคตระดับราคา Low – Mid จะค่อยๆ ตายหายไปจากตลาด ทางออกของทุกแบรนด์คือต้องผลิตกล้องระดับ High Quality ที่กล้อง Smartphone ทำไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นแต่ในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นทั่วโลก”

 

Mirrorless โตสวนกระแส

ในขณะที่ Fuji Film แม้จะเข้ามาสู่ตลาดกล้อง Mirrorless ช้ากว่าคนอื่นๆ และใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีกว่าๆ ขึ้นเป็นผู้นำตลาดกล้องเล็ก Mirrorless ด้วยส่วนแบ่ง 35% จากมูลค่าตลาดที่ถูกประเมินไว้ที่ 1 แสนตัว

ความน่าสนใจของตลาดกล้อง Mirrorless คือในปี 2014 ที่ผ่านมาตลาดกล้องCompact ตกลงถึง 53% ด้วยการถูกSmartphone โจมตีขโมยยอดขาย ในขณะที่กล้อง DSLR ติดลบ 4% มีเพียงกล้องเล็กเปลี่ยนเลนส์อย่างMirrorless สวนกระแสเติบโตถึง 35%

“นี่จึงเป็นเหตุผลให้ Fuji Film ไม่ไปโฟกัสในตลาดกล้อง Segment อื่นๆ นอกจาก Mirrorless เพราะเราเชื่อว่าจากปีที่ผ่านมาตลาดรวม Mirrorless มีมูลค่า 100,000 ตัว แต่เมื่อจบปีนี้ตลาดจะมีมูลค่าถึง 120,000 ตัว โดยเติบโตถึง 20% เลยทีเดียว” สิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึง Strategy Move ในอนาคต

หากค้นหาเหตุผลที่ทำให้กลุ่มแบรนด์รองตบเท้าเข้าสู่ตลาด Mirrorless นั่นเพราะในอดีตที่ผ่านมา มีความพยายามอยู่หลายครั้งที่กลุ่มแบรนด์รองผลิตกล้อง DSLR เพื่อเข้าไปแย่งชิงยอดขายจาก 2 Professional Brand อย่าง Canon และ Nikon แต่ต้องพบกับความล้มเหลวไม่เป็นท่า ขณะเดียวกันกลุ่มแบรนด์รองก็ต้องสู้กับแรงกดดันที่กล้อง Compact มียอดขายตกลงทุกวัน

กล้องMirrorless จึงเปรียบเสมือนลมหายใจครั้งใหม่ของกลุ่มแบรนด์รองให้มีชีวิตอยู่ในตลาดกล้อง Digital เพียงแต่ข้อสงสัยคือทำไมกล้อง Mirrorless ที่ไม่ได้รับความนิยมในประเทศในฝั่งยุโรปและอเมริกา แต่กลับเติบโตขึ้นต่อเนื่องทุกปีในเมืองไทย

นั่นเพราะคนไทยคือ Trendsetter ตัวจริงในกลุ่มสินค้า IT กล้าที่จะทดลองใช้อะไรใหม่ๆ และชื่นชอบสินค้า IT ที่มีน้ำหนักเบาขนาดเล็กกะทัดรัดแต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี มาพร้อมดีไซน์ย้อนยุค โดยทั้งหมดที่กล่าวมามีอยู่ในกล้องเล็กพริกขี้หนูอย่าง Mirrorless

“เรามองว่าคนที่ใช้ Smartphone ถ่ายภาพที่มีจำนวนมหาศาลในเมืองไทยจะไม่ได้อัพเกรดไป DSLR เพราะเป็นกล้องที่ตัวใหญ่และหนัก แต่จะมาที่กล้อง Mirrorless มากกว่า ยอมรับว่าในอดีต User ไม่ยอมรับกล้องตัวเล็กนี้ในเรื่องคุณภาพ แต่เทคโนโลยีได้พัฒนา Mirrorless ให้มีคุณภาพใกล้เคียงหรือเทียบเท่า DSLR บางรุ่น ซึ่งต้องบอกว่านี้คือจุดเปลี่ยนตลาดกล้อง

เพราะจากที่เราเฝ้ามอง User เมืองไทย ต้องบอกว่าเป็นตลาดที่มี Demand มีความต้องการกล้อง Mirrorlessสูงมากที่สุดในเอเชียจะเป็นรองแค่ประเทศญี่ปุ่น”

 

ความสบายใจของ Fuji Film

อย่างที่รู้ Nikon และ Canon แม้จะมีกล้อง Mirrorless วางขายในเมืองไทย แต่กลับไม่ได้ทำตลาดนี้อย่างจริงจัง แต่เลือกที่จะมองว่าในระดับโลกกล้อง DSLR ยังคงทรงอิทธิพล พร้อมกับคิดว่าในเมืองไทยเอง DSLR ก็คงยังได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย

“ถ้า Nikon กับ Canon จะไม่สนใจตลาดกล้อง Mirrorless เมืองไทย ถือว่าเข้าทาง Fuji Film เพราะทำให้ 2 คู่แข่งคนสำคัญในตลาดลดลง ซึ่งนั่นแปลว่า 2 แบรนด์นี้กำลังทิ้งปลาไปบ่อหนึ่ง เราตกปลาบ่อ Mirrorless สองแบรนด์โปรเขาตกบ่อ DSLR ที่นี้มาดูว่าบ่อปลาไหนจะเติบโตมีปลาเยอะกว่ากัน เพราะ Fuji Film ไม่ได้แข่งกับ 2 แบรนด์โปรในตลาดอเมริกาและยุโรป”

อีกทั้งตลาดนี้มีผู้เล่นหลายราย พร้อมที่จะฉีดสารกระตุ้นด้วยการจูงมือพร้อมใจกันสร้างเทรนด์ “สงครามราคา” โดยยินยอมที่จะ “ลด แลก แจก แถม” เพื่อให้ได้ยอดขายอย่างที่ต้องการ แต่ก็แลกมาด้วยกำไรที่บางเฉียบ โดยอาจจะรู้หรือไม่รู้ว่าผลร้ายที่ได้กลับคืนมาคือเมื่อ “ปลอดโปรโมชั่น ลูกค้าก็จะรอคอย” ไม่ยอมควักเงินซื้อกล้องและเลนส์ในช่วงเวลาขายปกติ

“ซื้อกล้องแถมเลนส์คุณภาพ มีบางค่ายเคยทำให้เห็นมาแล้ว มันคือกลยุทธ์การตลาดของแต่ละค่าย แต่ Fuji Film จะไม่ใช้เกมราคาพร่ำเพรื่อ เพราะสิ่งที่เราเน้นคือการขายกล้อง High Quality มากกว่าจะไปเล่นเกมสงครามราคา”

จุดอ่อนของผู้นำตลาดกล้อง Mirrorless

แต่…ต้องบอกว่า “จุดอ่อน” ของ Fuji Film คือแม้จะเป็น “แชมป์” ในตลาดกล้อง Mirrorless ในเมืองไทย แต่ในประเทศแม่อย่างญี่ปุ่นเป็นเพียงเบอร์ 3 ในตลาดกล้อง Mirrorless เท่านั้น อีกทั้งประเทศในแถบยุโรปและในอเมริกา Fuji Film เองก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เหตุผลอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น User ในกลุ่มประเทศเหล่านั้นยังเชื่อใน Image การเป็นกล้องมืออาชีพคุณภาพสูงของ Canon และ Nikon

และถ้า Fuji Film ไม่อยากจำกัดตัวเองแค่ตลาดในบางประเทศ แต่ต้องการจะขายกล้องให้ได้ทั่วโลก สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนนั้นคือการสร้างกล้อง Mirrorless ระดับโปร เพื่อให้ User ทั่วโลกยอมรับถึงการเป็นกล้องมืออาชีพ

“เราเป็นผู้ผลิตเซ็นเซอร์ และเลนส์ด้วยตัวเอง ในขณะที่คู่แข่งในตลาด Mirrorless บางค่ายยังจ้างคนอื่นผลิตให้ ซึ่งนั่นหมายความว่า Fuji Film มีทั้ง Know How และนวัตกรรมเทคโนโลยีในการพัฒนาอยู่ในมือตัวเอง ที่นี้ขึ้นอยู่ที่ว่าจะพัฒนากล้องระดับโปรเมื่อไรก็เท่านั้นเอง”

ล้อมกรอบส่วนแบ่งตลาดกล้อง Mirrorless ในปี 2014

มูลค่าประมาณการณ์เกือบ 1 แสนยูนิต

Fuji Film : 35% Olympus 21% Sony 20% อื่นๆ 29%

ที่มา : Marketeer รวบรวม

กล้อง DSLR ในมือ Canon

  • ปี 2014 ที่ผ่านมาตลาดกล้อง DSLR มีมูลค่า 80,000 ยูนิต Canon มีส่วนแบ่ง 60% คิดเป็นรายได้เกือบ 4,000 ล้านบาท
  • กล้องถือเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลักให้แก่บริษัท Canon ในประเทศไทยโดยคิดเป็น 40% จากรายได้ทั้งหมด
  • กลุ่มกล้องราคา Mid – High ที่มีราคา 28,000 บาทขึ้นไปจนถึงราคา 1 แสนกว่าบาทสร้างยอดขายถึง 70% จากรายได้ทั้งหมดในกลุ่มธุรกิจกล้อง 4,000 ล้านบาท
  • แม้มีการคาดการณ์ว่าตลาดกล้อง DSLR ในปีนี้อาจติดลบหรือมียอดขายต่ำกว่า 80,000 ยูนิตเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่ Canon ต้องการยอดขายในปีนี้ 40,000 ล้านบาทซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา

 

Fuji Film เสียงชัตเตอร์ผู้มาทีหลังแต่ดังสนั่น!

Fuji Film เข้ามาสู่ตลาดกล้อง Mirrorless ช้ากว่าคนอื่นๆ แต่กลับใช้เวลา 3 ปีกว่าๆ ขึ้นเป็นผู้นำตลาดกล้องเล็ก Mirrorless ด้วยส่วนแบ่ง 35% จากมูลค่าตลาด Mirrorless ที่ถูกประมาณในปีที่ผ่านมาคือ 1 แสนตัว

มาดูกันว่าแบรนด์ที่ในอดีตเป็นผู้ผลิตฟิล์มถ่ายภาพที่เกือบจะเอาตัวไม่รอดพ่ายแพ้โลกกล้อง Digital กลับพลิกวิกฤติจนกลายเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดกล้อง Mirrorless ด้วยสูตรการตลาดอะไร

 

Product เคลื่อนที่เร็ว เวลา 3 ปี Fuji Film เปิดตัวกล้องใหม่ต่อเนื่องในทุกระดับราคาตั้งแต่รุ่น New Entry XA1 ราคาประมาณ 16,000 จนถึงรุ่นราคาแพงเกือบ 50,000 บาท พร้อมกับมีเลนส์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องรวดเร็ว

จับเทรนด์ “Hipster” เด็กแนวยุคดิจิตอล

 

ดีไซน์กล้องทุกรุ่นย้อนยุคไปสู่กล้องฟิล์มโบราณขายความ Retro ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กวัยรุ่นและคนในยุคดิจิตอลโหยหา
เกาะกระแส Selfie กล้อง XA 2 ของ Fuji Film กำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ ที่ชื่นชอบพับหน้าจอมาถ่ายเซลฟี่ตัวเองอัพขึ้น Social Network อีกทั้งสาวๆ ชื่นชอบดีไซน์ของกล้องสไตล์ Retro
สร้าง “สังคม” ใน Facebook การที่แบรนด์เข้าไปทำกิจกรรมการตลาดออนไลน์ในเพจ Facebook อย่าง Fuji X Series Club Thailand ที่มีสมาชิก 50,000 คนถือเป็นการสร้าง Loyalty กับ User โดยตรง
Net Idol บิ้วด์โดนๆ มีกาารใช้ Net Idol หลายคนที่มีภาพการใช้กล้องฟูจิในออนไลน์ ซึ่งสร้างกระแสได้มากจนล่าสุดได้เลือก “แป้งโกะ” หนึ่งใน Net Idol ชื่อดังเป็น Presenter ให้กับกล้อง XT 10

 

เรื่อง : ฉลองศักดิ์ สุขใจธรรม

Marketeer ฉบับเดือนสิงหาคม 2558

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer