สรยุทธกลับมารายการเรื่องเล่าเช้านี้ คุณจะดูไหม?

นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 พี่ยุทธ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ที่เรียกตัวเองว่า กรรมกรข่าว จะหวนคืนกลับมาช่อง 3 อีกครั้ง หลังจากที่สรยุทธยุติบทบาทกรรมกรข่าวไปเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาเพื่อรับโทษตามกฎหมาย
การมาของสรยุทธในฐานะกรรมกรข่าว ผู้ดำเนินรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับช่อง 3 อย่างไร

 

ก่อนอื่นเล่าข้อมูลจาก ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI ให้ฟังก่อนว่า

การหายไปจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเป็น 2 รายการที่สรยุทธจะหวนคืนเวทีกรรมกรข่าวในเดือนพฤษภาคม 2564 ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านเรตติ้งให้กับทั้งสองรายการของช่อง 3 อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเปรียบเทียบเรตติ้งเฉลี่ยในช่วงที่สรยุทธยังจัดรายการอยู่ กับเรตติ้งเดือนล่าสุดของรายการ

พบว่า เรื่องเล่าเช้านี้มีเรตติ้งตกลงมากกว่า 60%

และ รายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ตกลงมากกว่า 30%

การยุติบทบาทกรรมกรข่าวของสรยุทธยังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเรตติ้งช่อง 3 ในด้านการแข่งขันในสนามรายงานข่าว เนื่องจาก

1. สรยุทธเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงคนเข้ามาชมข่าวช่อง 3 และเมื่อสรยุทธไม่ได้จัดรายการข่าวอีกต่อไป ทำให้ผู้ชมข่าวย้ายไปชมข่าวช่องอื่น ๆ โดยเฉพาะข่าวช่อง 7 ที่มีความแข็งแกร่งด้านเรตติ้งเป็นอันดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่องจากความแมสของผู้ชม เป็นช่องที่ได้รับอานิสงส์เป็นช่องแรก แต่เป็นการรับอานิสงส์ของผู้ชมในระยะสั้น

2. สมรภูมิรายการข่าวมีการกระจายตัวมากขึ้น เกิดรายการข่าวที่มีคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งจากช่องที่วีอื่น ๆ เช่น ไทยรัฐ อัมรินทร์ เวิร์คพอยท์ ที่ดึงผู้ชมที่เคยเป็นแฟนข่าวสรยุทธเข้ามารับชมแทนข่าวช่อง 3

3. สื่อทีวีมีการตกลงของคนดูต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมาที่สรยุทธยุติการเป็นกรรมกรข่าว

และถ้านับจากปี 2557 ที่มีทีวีดิจิทัลจนถึงปัจจุบันกลุ่มผู้ชมหลักของสื่อทีวีหายไปมากถึง 25%

โดยเฉพาะปี 2560 ที่คนดูหายจากจอทีวีเป็นจำนวนมากจากการให้บริการ 4G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และทำให้ผู้บริโภคหันไปรับชมสื่อออนไลน์ย้อนหลังผ่านมือถือแทน

แม้การหายไปของคนดูจะกระทบกับเรตติ้งรายการข่าวน้อยที่สุด เนื่องจากรายการข่าวเป็นรายการที่ต้องดูเรียลไทม์ บนสื่อทีวีที่มีความน่าเชื่อถือกว่าสื่อออนไลน์และโซเชียลแต่ก็มีผลกระทบกับเรตติ้งของผู้ชมเช่นกัน

การหายไปของเรตติ้งผู้ชม ภวัตให้ข้อมูลว่า ในช่วงที่สรยุทธยังคงจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เรตติ้งเฉลี่ยนับตั้งแต่จัดมาอยู่ที่ 4-5%

ส่วนปัจจุบัน

เรตติ้งเฉลี่ยรายการข่าวเช้าที่ทำได้สูงสุดคือ 2-3% จากรายการข่าวของช่อง 7

รายการข่าวเที่ยงเรตติ้งเฉลี่ย 1-2% จากรายการข่าวของช่อง 7 และ 3

ส่วนรายการข่าวเย็นมีเรตติ้งเฉลี่ย 1-2% เช่นกัน

 

เมื่อหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

การมาของกรรมกรข่าวอย่างสรยุทธจะสร้างพลังในการแข่งขันให้กับช่อง 3 ได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะในวันที่สมรภูมิสื่อที่สื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลกับคนไทยเป็นอย่างมาก

 

1. ภวัตวิเคราะห์ว่า บทบาทของสรยุทธไม่ได้เป็นแค่ผู้ดูแล ควบคุมและดำเนินรายการข่าว แต่เขาคือ Influencer ที่ทรงพลังคนหนึ่ง ที่สร้างคอนเทนต์ข่าวและนำเสนอในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ เข้าใจง่าย สามารถปลุกกระแสข่าวและแรงกระเพื่อมข่าวให้มีต่อการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ เช่น การเสนอข่าวน้ำท่วมที่สรยุทธเคยนำเสนอมาในอดีต

การหวนคืนสังเวียนกรรมกรข่าวช่อง 3 ของสรยุทธไม่สามารถทำเรตติ้งรายการให้กับช่อง 3 ผ่านการรับชมบนช่องทางทีวีได้สูงเหมือนในอดีตได้ยาก เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค

แต่ภวัตเชื่อว่าสไตล์การนำเสนอข่าวของสรยุทธจะสามารถดึงดูดความสนใจในกลุ่มที่อยู่บนโลกออนไลน์ได้ จากเดิมที่กลุ่มหลักของผู้ชมรายการสรยุทธผ่านช่อง 3 ก่อนที่จะยุติบทบาทกรรมกรข่าวคือกลุ่ม Baby Boomer, GenX และ GenY ตอนต้นที่มีรอยต่อจาก GenX

จากการเป็น Influencer ของสรยุทธถ้าการกลับมาครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้ชมจะทำให้ช่อง 3 สามารถขยายฐานผู้ชมทั้งรายการผ่านช่องทีวีและการพูดถึงในโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียได้ และการพูดถึงนี้อาจจะเป็นหนึ่งในการดึงผู้ชมจากโลกออนไลน์เข้ามาชมคอนเทนต์ในช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ที่ช่อง 3 มีให้บริการด้วยเช่นกัน

 

2. ในอดีตการซื้อโฆษณาในรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้และรายการข่าวที่สรยุทธดำเนินรายการ แบรนด์หรือเอเยนซีจะไม่ได้ซื้อโฆษณาเพราะราคา แต่ซื้อเพราะเป็นรายการที่สรยุทธจัด

การกลับมาของสรยุทธในครั้งนี้ ถ้าสรยุทธสามารถสร้างกระแส และการเปลี่ยนแปลงด้านเรตติ้งให้กับรายการข่าวช่อง 3 ได้ จะทำให้ช่อง 3 ขายโฆษณาตามเรตการ์ดคือนาทีละ 200,000 บาท สำหรับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้โดยไม่ต้องลดแลกแจกแถมผ่านดีลหลังบ้านมากนัก

และในมุมมองของภวัตยังมองว่าการมาของสรยุทธในฐานะกรรมกรข่าวช่อง 3 จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับรายการข่าวช่องอื่น ๆ เช่น ในระยะแรกอาจมีการปรับราคาโฆษณาลง ซึ่งเป็นเทคนิคการตลาดที่ดึงความสนใจแบรนด์และเอเยนซีให้มองว่าการซื้อโฆษณามีความคุ้มค่ามากขึ้น เป็นต้น

 

กรรมกรข่าวกลับมาสังเวียนอีกครั้ง จะสร้างพลังให้กับช่อง 3 มากแค่ไหน คงต้องดูกันหลัง 1 พฤษภาคม 2564

 

Marketeer FYI

การเปลี่ยนแปลงของช่อง 3 หลังสรยุทธกลับมา



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน