ไฮเซ่นส์ Hisense แบรนด์จีน ที่กำลังฮุบแบรนด์ญี่ปุ่น

หากคุณไม่รู้จัก ไฮเซ่นส์ Hisense แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนนั้น ก็ไม่แปลก เพราะพวกเขาพึ่งเข้าไทยและทำการตลาดจริงจังในปี 2559 เอง

แต่ในจีน พวกเขาคือแบรนด์อันดับ 1 ติดต่อกัน 13 ปี โดยในจีนขายทีวีได้ถึงปีละ 10 ล้านยูนิต รวมทั่วโลก 48 ล้านยูนิต

และที่น่าสนใจก็คือ พวกเขากำลังไล่เก็บแบรนด์ญี่ปุ่นไปทีละเล็ก ทีละน้อย

เราไปดูกันว่า กลยุทธ์ของไฮเซ่นส์ มีอะไรบ้าง?

 

ในปี 2558 Hisense ได้ประกาศซื้อโรงงานผลิตโทรทัศน์ในเม็กซิโก จาก Sharp ในราคา 23.7 ล้านเหรียญ และถือสิทธิ์การผลิตทีวีแบรนด์ Sharp ในสหรัฐฯ อีกด้วย ฉะนั้นทีวี Sharp ที่ขายในทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ก็จะเขียนว่าผลิตโดย Hisense นั่นเอง

และล่าสุด เดือนพฤศจิกายน 2560 Hisense ก็ประกาศซื้อธุรกิจโทรทัศน์จาก Toshiba ในราคา 113.6 ล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วน 95% ซึ่งสาเหตุที่ Toshiba ขายกิจการออกไป ก็เพราะ หน่วยงานนิวเคลียร์ในสหรัฐฯ ถูกประกาศให้ล้มละลายในเดือนมีนาคม 2560 ทำให้กระทบต่อรายได้ จึงทำให้ต้องขายบางกิจการออกไปเพื่อรักษาสภาพคล่อง

Sharp และ Toshiba นั้น ถือเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีมาตรฐาน แต่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นแข่งขันกันสูงมาก ทั้งจากแบรนด์ญี่ปุ่นด้วยกัน แบรนด์เกาหลี และแบรนด์ท้องถิ่นอีก ฉะนั้นเมื่อไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งในตลาดโลกได้ ก็ต้องถอนตัวออกไป

ส่วน Hisense นั้น ก็ได้รับผลพลอยได้ ทั้งด้านการผลิตโทรทัศน์ และกำลังผลิตในทวีปอเมริกา

 

เจาะตลาดโลก ก็ต้องทำแบรด์ให้น่าเชื่อถือ

พูดถึงทีวี… ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่โด่งดังมากๆ ฉะนั้นแบรนด์จีนอย่าง Hisense จึงต้องทำการตลาด และการลงทุนอย่างหนัก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการรับรู้ของบริโภค เห็นได้จากการเป็นสปอนเซอร์ฟุตบอลโลกปี 2018 ซึ่งถ้าเป็น Official Partner แบบ Coke หรือ Adidas อาจต้องจ่ายถึง 25-50 ล้านเหรียญก็ได้ แต่ Hisense เป็น Official Sponsor ก็อาจจะจ่ายไม่ถึง 20ล้านเหรียญ

นอกจากนั้น การซื้อกิจการทีวีของ Toshiba ซื้อโรงงานของ Sharp ก็หมายถึงการลงทุน และ R&D ที่หนักขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นเป้าหมายของ Hisense คือการทำแบรนด์ให้มีความพรีเมียม และพัฒนาเทคโนโลยีให้เทียบเท่าแบรนด์อันดับ 1 และ 2 อย่าง Sony และ Samsung ให้ได้

แต่การลงทุนมีความเสี่ยง… นั่นก็คือ ราคา

 

ราคา คือ จุดเปลี่ยนเกม

เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศจีนสามารถผลิตสินค้าในราคาถูก เพราะมีแรงงานที่ถูก มีกำลังผลิตสูง ฉะนั้นสินค้าของ Hisense มีจุดเด่นที่ราคาเมื่อเทียบกับแบรนด์ญี่ปุ่นหรือเกาหลี ทำให้สามารถดึงกลุ่มตลาดกลางถึงล่างได้ ในขณะที่ตลาดกลุ่มกลางถึงบน ที่ยังผูกพันกับแบรนด์อยู่ ก็ยังเชื่อในแบรนด์ Sony, Samsung, LG หรือ Panasonic

แต่อย่างที่บอกไปว่า Hisense อยากจะเป็น Global Brand ฉะนั้นงบการตลาด การลงทุน ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ราคาของ Hisense นั้นเพิ่มขึ้นแน่นอน ถึงแม้อาจจะไม่เท่าแพงเท่าแบรนด์ท๊อปๆ แต่ก็จะสูงกว่าแบรนด์จีนอื่นๆ แน่นอน

ฉะนั้นความเสี่ยงของการอยู่ตรงกลางนั้นก็มีไม่น้อย เพราะแบรนด์จีนอื่นๆ อย่าง TCL, Skysworth หรือ Haier นั้นโฟกัสที่ตลาดล่าง จึงสามารถทำราคาที่ดีกว่าได้ ฉะนั้น

 

ตัดสินตรงที่คุณภาพ

ตอนนี้ Hisense สามารถดึงความสนใจของคนได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่การจะเติบโตต่อจากนี้ ต้องอาศัยคุณภาพสินค้าล้วนๆ เพราะหากสินค้าไม่ดีจริง การบริการหลังการขายไม่ได้ตามที่กล่าว แบรนด์ก็จะถูกโจมตีในโลกออนไลน์ทันที

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณภาพตรงตามที่กล่าวไว้ ผู้บริโภคก็รีวิว บอกต่ออย่างแน่นอน ว่า Hisense ทีวี ที่มีคุณภาพในราคาที่ไม่แพง

ฉะนั้นตอนนี้ ผู้บริโภคอย่างเราก็คงทำได้แค่ wait and see

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer