นอกจาก นพ. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เป็นผู้ร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ มูลค่าเกือบ 300,000 ล้านบาทแล้ว

ยังเป็นเจ้าของธุรกิจทีวีดิจิทัลอีก 2 ช่อง คือช่อง PPTV 36 ที่ลงทุนผ่านบริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ตั้งแต่ปี 2556

ส่วนช่องวัน 31 ภายใต้การบริหารของ บริษัท เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (ONE) นั้น  หมอเสริฐได้เข้ามาลงทุนผ่านบริษัท ประนันท์ภรณ์ เมื่อปี 2559 ปัจจุบันถือหุ้นใหญ่จำนวน 952,500,000 หุ้น สัดส่วน 50.00%

บริษัท ประนันท์ภรณ์ มีชื่อลูกสาวคนที่ 4 “หมอปุย” พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ  ประธานกรรมการบริหารบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)  เป็นผู้ถือหุ้น 100%

ทั้ง 2 ช่องเนื้อหาหลัก ๆ ต่างกัน เรตติ้งต่างกัน ที่สำคัญรายได้ต่างกันโดยสิ้นเชิง

เรียกว่ารายได้ช่องหนึ่งกำลัง “เดินหน้า” อีกช่อง กำลัง “ถอยหลัง”

 PPTV 36 เป็นช่องที่หมอเสริฐปั้นเองมากับมือ มีกลุ่มคนชั้นกลางขึ้นไปเป็นเป้าหมายหลัก ด้วยการบริหารสไตล์ “ใจใหญ่” “กล้าทุ่ม” ผ่านกลยุทธ์ ปัง ๆ ระดับเวิลด์คลาส ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์กีฬา หรือบันเทิง

แต่กลับ “ไม่โดน” ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ผลประกอบการของพีพีทีวีขาดทุนมาโดยตลอดระยะเวลา  8 ปี นับหมื่นล้านบาท ตัวเลขขาดทุนเฉพาะปี 2562 สูงถึง 2,040 ล้านบาท

ส่วนตัวเลขปี 2563 ยังไม่ออก แน่นอน ก็คงขาดทุนต่อเนื่อง ไม่น่าจะมีปาฏิหาริย์

ส่วนช่องวัน 31 มีคนรุ่นใหม่เป็นเป้าหมาย ผ่านละครที่เป็นจุดขายหลักยืนหนึ่งมาหลายปี จากพลอตเรื่องที่ถูกจริตจนหลายเรื่องทำเรตติ้งชนะช่องหลัก โดยมีโลกโซเชียลเป็นตัวปลุกกระแส ล่าสุดที่เพิ่งจบไป คือ “วันทอง” และที่กำลังออนแอร์ “กระเช้าสีดา” ที่ “รำนำ” ทำเอาคนรำคาญนางไปทั้งบาง 

กลับมามองด้านเรตติ้งช่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 3-9 พ.ค. 64 ช่องวัน 31 มีเรตติ้งรวมเป็นอันดับ 4 ซึ่งเป็นอันดับที่เหนียวแน่นมานาน ในขณะที่พีพีทีวีอยู่ในอันดับ 9

ส่วนรายได้ของ ONE  มี 5 ธุรกิจ คือ 1. ผลิตรายการ บริหารลิขสิทธิ์ และให้บริการช่องโทรทัศน์ 2. ผลิตรายการวิทยุ 3. รับจ้างผลิต 4. รับจัดอีเวนต์ และ 5. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ โดยมีรายได้ของช่องวัน 31 เป็นหลัก)

ปี 61 มีรายได้ 4,199 ล้านบาท กำไรสุทธิ 73 ล้านบาท ปี 62 มีรายได้ 4,818 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 228 ล้านบาท และปี 63 มี รายได้ 4,875 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 657 ล้านบาท

วันนี้ ONE กำลังเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์การใช้เงินหลัก ๆ คือ ชำระคืนหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน การขยายธุรกิจ และเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ

หวังเป็นช่องทีวีหนึ่งที่ผงาดฝ่าวิกฤตไปได้อย่างเข้มแข็ง และตอกย้ำว่า “ทีวีไม่มีวันตาย” และนายทุนสื่อใหญ่ “ไม่มีวันจน” 

แต่ทุกอย่างก็อาจจะไม่ง่าย ดูจากผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจทีวีที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทยักษ์ใหญ่แทบทุกรายยังเจ็บหนัก  (รายละเอียดในตาราง) จากปัญหาการแข่งขันกันสูง คนมีหน้าจออื่น ๆ ให้ดูมากขึ้น รวมทั้งเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง

ย้อนกลับมาที่คำว่า “มรสุม” ของหมอเสริฐ  ก็ต้องบอกว่าวิกฤตโควิด- 19 ทำให้ธุรกิจหลักของตระกูล “ปราสาททองโอสถ” กำลังเจอกับปัญหาหนัก

นอกจากพีพีทีวีที่ทำมา 8 ปี ขาดทุนสะสมนับหมื่นล้านบาทแล้ว เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ แหล่งเงินที่ใหญ่ที่สุดก็มีรายได้ลดลงจาก 83,893 ล้านบาท เมื่อปี 2562 เหลือเพียง 69,101 ล้านบาท ส่วนกำไร จาก 15,517 ล้าน เหลือเพียง 7,214 ล้าน  

ส่วนธุรกิจสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส รายได้ดิ่งลงไม่หยุดจาก 26,618 ล้านบาท เมื่อปี 2562 เหลือเพียง 10,022 ล้านบาท เป็นการเจอกับภาวะขาดทุนเป็นปีแรกถึง 5,283 ล้านบาท

ในขณะที่โควิด-19 ยังไม่จบ และยังอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนช่องวัน 31 จึงเป็นความหวังใหม่ ๆ ที่ทำให้หมอเสริฐได้ยิ้มออกบ้าง

แต่จะยิ้มได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับฝีมือของ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้บริหารบริษัท เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด

 ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน