จากตัวเลขผลการสำรวจของนิตยสาร Marketeer ร่วมกับ Marketing Movea Co.,Ltd. ปรากฏว่า ดีโด้ ยังคงครองตำแหน่ง No.1 Brand Thailand น้ำผลไม้ (Fruit Juice Non 100%) ยอดนิยมของผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่หลายคนอยากรู้จากเบอร์หนึ่งคือ ดีโด้ จะรักษาความเป็นแชมป์นี้ไว้ได้หรือไม่ หรือจะวางกลยุทธ์ตั้งรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคโควิด-19 ได้อย่างไร

จันทรา พงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด ได้อธิบายแนวคิด กลยุทธ์ที่ทำให้ ดีโด้ ใกล้ชิดและอยู่ในใจกลุ่มเป้าหมายในทุกยุคสมัย รวมถึงอัปเดตภาพรวมธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจ

เติบโตต่อเนื่อง รุกตลาดต่อเนื่อง

“แม้ในวันนี้ภาพรวมมูลค่าตลาดน้ำผลไม้จะลดลงกว่า 12% จาก 11,300 ล้านบาท เหลือ 9,700 ล้านบาท แต่ตัวดีโด้เองยังขยายตลาดจนทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มจากเดิม 30% เป็น 36% และสามารถครองความเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง”

จันทรา กล่าวกับ Marketeer ถึงความสำเร็จที่สามารถเจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงการ Educate ผู้บริโภคว่าดีโด้มีหลากหลายผลิตภัณฑ์ หลากหลายรสชาติ และการสร้างการจดจำที่ว่า “นึกถึงน้ำส้ม นึกถึงดีโด้”

“อย่างที่อัปเดตในปีที่ผ่านมาว่า ดีโด้ได้เพิ่มศูนย์กระจายสินค้าครอบคลุมทุกจังหวัด ในปีที่ผ่านมาเรายังคงทำเช่นเดิม โดยทำงานบนฐานข้อมูลที่ระบุว่าพื้นที่ไหนมีศักยภาพ มีกลุ่มเป้าหมาย เราจะเข้าไปตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อแนะนำสินค้าใหม่ ๆ รวมถึง Educate ตลาดสร้างการรับรู้

การลงพื้นที่เข้าถึงผู้บริโภคด้วยตัวเองแบบนี้คือ ‘โอกาส’ ที่เราจะได้ใกล้ชิดกับผู้บริโภค ได้ทราบ Feedback โดยตรงจากผู้บริโภค ทราบถึงความต้องการ รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ร้านค้าตัวแทนไม่สามารถบอกเราได้ Data ตรงนี้เรานำกลับมาพัฒนาสินค้าและบริการของเราได้ตรงจุดมากขึ้น”

นอกเหนือจากการมีศูนย์กระจายสินค้าแล้ว ดีโด้ยังส่งทีมเซลลงพื้นที่ในทุกหย่อมหญ้า พร้อมสินค้าในเครือฟู้ดสตาร์ประเภทอื่น ๆ เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และในอนาคตคาดว่าทีมเซลจะโตขึ้นอีกหลายเท่าตัว

“การที่เราเอาคนลงไปในพื้นที่เพื่อสร้างการรับรู้ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงแต่ค่อนข้างคุ้มค่า ในแง่ของตราสินค้า คือทำให้ตราสินค้าของเราแข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันในแง่ของยอดขายการที่เราไปอยู่ใกล้ชิดก็ทำให้ปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น”

เปลี่ยนวิกฤตโควิด-19 ให้เป็นโอกาส

“ทุกวิกฤตมันมีโอกาสซ่อนอยู่ มองแบบนี้แล้วเราก็สามารถทำอย่างอื่นได้มากขึ้น สิ่งที่เราเคยอยากทำแล้วไม่มีเวลา เราก็ได้ลงมือทำ เรามีการทำการบ้านเชิงลึกถึงความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในมุมของการชื่นชอบรสชาติ โครงสร้างราคา หรือการบริการที่มีน้อง ๆ ทีมเซลลงพื้นที่ หรือคู่ค้าที่เรามีโอกาสได้ไปเยี่ยม

“กระทั่งเรื่องการพัฒนาบุคลากร ที่เรามองว่าทรัพย์สินที่มีค่าสูงสุดในองค์กรคือ “บุคลากร” เราใช้เวลาตรงนี้พัฒนาน้อง ๆ ในทีมทั้งด้านความรู้ความสามารถ หรือด้าน Mindset ที่ดี ทำให้เขาเห็นศักยภาพโรงงาน ศักยภาพองค์กร และสร้างการรับรู้ที่ว่าเขาสามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กรได้ ตรงนี้คือการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน”

จันทราตอกย้ำเรื่อง “คน” เบื้องหลังความสำเร็จของดีโด้กับเราอีกครั้ง เมื่อถามถึง Key Success ที่ทำให้ดีโด้ยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้

นอกจากการผลิตสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง สิ่งหนึ่งที่บอกกับทุกคนมาตลอด คือ ความสำเร็จของดีโด้มาจากความรักและความสามัคคีในองค์กร เราเชื่อว่า Internal Communication คือสิ่งสำคัญ แบรนด์ก็เหมือนตัวคน ถ้าภายในแข็งแกร่งออกไปข้างนอกเจอแดดเจอฝนเจออุปสรรคก็ไม่เป็นไร Core Value ในการทำงานที่คนดีโด้ยึดมั่นคือ มุ่งมั่น ซื่อสัตย์ ริเริ่ม และทำงานเป็นทีมให้แข็งแรง นี่คือสิ่งที่จะทำให้เราฝ่าฟันวิกฤต ผ่านพ้นทุกอุปสรรค ฉะนั้นท้ายที่สุดความสำเร็จของเรามาจาก ‘คน ’”

เรื่อง “คน” ไม่ใช่เพียงแค่แนวคิดหรือคำพูดเท่านั้น แต่ทีมบริหารทุกคนของดีโด้ใส่ใจและลงมือทำ การลงไปใกล้ชิดกับพนักงาน สื่อสารด้วยความจริงใจ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างสรรค์สิ่งที่ทำให้พนักงานเชื่อมั่นและจับต้องได้ นั่นคือการให้ทุกคนเติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กร

ดีโด้ Forever Young แบรนด์เก๋าที่ไม่เคยแก่

“ถ้าให้เปรียบแบรนด์ดีโด้เป็นคน ดีโด้จะอยู่ในช่วงเด็ก-วัยรุ่น มีการเติบโตอย่างเสื้อผ้าหน้าผม ความรู้ ความเอาใจใส่ และสดใสตลอดเวลา แต่ไม่มีวันแก่ เป็นแบรนด์ Forever Young ที่ทันสมัยในทุก ๆ ยุค”

นั่นทำให้เราเห็นแพ็กเกจจิ้งของดีโด้มีการดีไซน์ใหม่ให้ดูทันสมัยอยู่เสมอ รวมถึงการเลือก Presenter อย่าง นน-ชานน สันตินธรกุล หรือ นนกุล ที่นอกจากสร้างความสนใจให้กลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ดีโด้ที่ดูเด็ก สดชื่น สดใส

“เทรนด์ผู้บริโภคในยุคนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดีโด้เองก็พยายามคิดหานวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาตอบโจทย์ อย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ Deedo Max C (ดีโด้ แมกซ์ ซี) น้ำส้มที่มีการเพิ่มคุณประโยชน์อย่างวิตามินซีเข้าไป นอกจากจะตอบโจทย์ผู้บริโภคตามเทรนด์แล้ว ยังเป็นการคืนกำไรให้กับผู้บริโภคที่ได้รับผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม”

ความน่าสนใจของ “ดีโด้ แม็กซ์ ซี” คือ การยึดมั่นในความเชี่ยวชาญของดีโด้ที่ยังคงใช้น้ำผลไม้เป็นวัตถุดิบหลัก และที่สำคัญคือการวาง Positioning ของแบรนด์ที่ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เติบโตต่อเนื่องจากดีโด้กลุ่มเด็ก พูดง่าย ๆ ก็คือกลุ่มเป้าหมายเดิมเมื่อเติบโตขึ้นก็จะมี ดีโด้ แม็กซ์ ซี เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นสะใจเช่นเดิม

ในปีนี้ ดีโด้ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าถ้าไม่เจอสถานการณ์ Covid-19 รอบ 3-4 ก็จะพยายามกลับมาเติบโตเช่นเดิม และจากการเตรียมตัวพัฒนาระบบ พัฒนาบุคลากร รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่ ทำการบ้านในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ดีโด้มั่นใจเหลือเกินว่า หากสถานการณ์เข้าใกล้คำว่าปกติเมื่อไหร่ ดีโด้พร้อมรุกตลาดเต็มกำลัง

“ถ้าเปิดประเทศมาเราจะไม่ใช่แค่วิ่ง แต่เราจะกระโดด”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน