กรอบแนวคิดการจัดการศึกษาแบบซีดีไอโอ (Conceive – Design – Implement – Operate, CDIO-based Education) ได้รับการพัฒนามาจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก 4 สถาบันที่มีชื่อเสียงในโลก ได้แก่ Chalmers University of Technology, KTH Royal Institute of Technology, Linkoping University ประเทศสวีเดน และ Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 โดยมีแนวความคิดสำหรับการผลิตบัณฑิต ที่พร้อมสำหรับยุคศตวรรษที่ 21 คือ การจัดการองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ใกล้เคียงกับวิชาชีพมากที่สุดในขณะศึกษา ณ สถาบันการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย การรับรู้และเข้าใจปัญหา (Conceive) การออกแบบหรือหาแนวทางการแก้ปัญหา (Design) การประยุกต์ใช้ (Implement) และการดำเนินงาน (Operate) โดยนับเป็นบริบทที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาทุนมนุษย์ในโลกสากล โดยมีองค์กรกลางซึ่งไม่แสวงหากำไรในชื่อ CDIO Worldwide Initiatives ดำเนินการโดย ในปัจจุบันมีสมาชิกในฐานะ Collaborator จำนวน 260 สถาบันทั่วโลก

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ Conceive, Design, Implement, and Operate (CDIO) Framework for Re-Thinking Engineering Education, Thailand ภายใต้การสนับสนุนของ Temasek Foundation และ Singapore Polytechnic International ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 – เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557 โดยเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในการนำหลักการ CDIO-based Education มาประยุกต์ใช้ตั้งแต่การประยุกต์ใช้ในระดับรายวิชา ระดับหลักสูตร จนถึงการเปลี่ยนแปลงระดับสถาบัน ซึ่งผลการประยุกต์ใช้พบว่ากรอบแนวคิดการจัดการศึกษาแบบซีดีไอโอ เป็นกรอบแนวปฏิบัติที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในการผลิตบัณฑิตสำหรับโลกยุคศตวรรษที่ 21 โดยที่ CDIO มีสถาบันทางการศึกษาที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในทุกปี จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2563 ที่ทั่วโลกประสบกับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้การประชุมนานาชาติ CDIO ครั้งที่ 16 ต้องทำการปรับรูปแบบการนำเสนอผลงานในรูปแบบออนไลน์ และด้วยปีนี้สถานการณ์การระบาดของโรค COVID -19 ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ CDIO ครั้งที่ 17 ยังคงต้องดำเนินการนำเสนอผลงานในรูปแบบออนไลน์ โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รับเป็นเจ้าภาพดำเนินการจัดประชุมในครั้งนี้ ภายใต้หัวข้อว่า “Re-imagining Engineering Education for the New Normal” ระหว่างวันที่ 21-23 มิถุนายน 2564
โปรแกรมการประชุมนี้ประกอบด้วย: 2 Keynotes, 81 ผลงานการนำเสนอทั่วไป, 3 Working groups, 4 Workshops และ 8 Roundtables ซึ่งโดยรวมทั้งหมดมีการนำเสนอผลงานทั้งหมด 98 ผลงาน โดยนักวิชาการจำนวนมากกว่า 150 ท่าน จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจำนวน 27 ประเทศ ที่เข้าร่วมในการประชุมออนไลน์ครั้งนี้

 

ปาฐกถาพิเศษ คนที่ 1 โดย ดร. ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการอิสระ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) โดยจะบรรยายในหัวข้อ “TRANSFORMING THE EDUCATIONAL CONTEXT FOR THAILAND IN THE NEW NORMAL ERA”

 

ปาฐกถาพิเศษ คนที่ 2 โดย ศาสตราจารย์ ดร. โยฮันนา อันนาลา (Johanna ANNALA) อาจารย์อาวุโสจากคณะศึกษาศาสตร์และวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยตัมเปเร่ ประเทศฟินแลนด์ โดยจะบรรยายในหัวข้อ “Academics AS CURRICULUM CREATORS IN HIGHER EDUCATION”

ศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงการประชุมวิชาการ CDIO ครั้งที่ 17 นี้ว่า “การระบาดใหญ่ของ COVID-19 มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน เช่นเดียวกับการศึกษาที่เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเมื่อยุคที่มีแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้มากขึ้น อาจารย์ผู้สอนจะต้องปรับวิธีการสอนของตนเองเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้อย่างเข้าถึงแก่นแท้ ขณะเดียวกันนิสิตก็เตรียมความพร้อมอุปกรณ์ และสัญญาณการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับการเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่แน่นอนว่า สถานการณ์เช่นนี้สามารถทำให้เกิดสภาวะความเครียดต่ออาจารย์รวมถึงนิสิตได้ และผลเสียเหล่านี้เป็นข้อกังวลที่เป็นประเด็นสำคัญให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทางด้านวิชาการทุกคนต้องเผชิญ ทั้งนี้ การประชุมนานาชาติ CDIO ครั้งที่ 17 ภายใต้หัวข้อ “Re-imagining Engineering Education for the New Normal” เป็นกิจกรรมงานประชุมที่คณาจารย์ทุกคนสามารถแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะนักวิชาการด้านการศึกษา การประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ทราบถึงการประยุกต์ใช้การจัดการเรียนรู้ตามกรอบแนวคิดการจัดการศึกษาแบบซีดีไอโอ ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน และเปลี่ยนผ่านไปสู่ความปกติแบบใหม่ได้อย่างไร อีกทั้งการเรียนรู้ร่วมกันในช่วงหลังวิกฤตการณ์โดยที่สถาบันอุดมศึกษาก็ต้องมีการปรับตัว รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเองก็เช่นกัน ที่เล็งเห็นความสำคัญและพร้อมที่จะสนับสนุนคณาจารย์ นิสิต และบุคลากรทางวิชาการ ในการเรียนรู้ถึงกรอบการจัดการการเรียนรู้แบบ CDIO และรวมถึงการปรับปรุงแพลตฟอร์มและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิชาการ เพื่อให้มีความพร้อมทันการณ์สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”
ผศ. ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวเสริมถึงประเด็นเรื่อง “ความร่วมมือระหว่างประเทศและการสร้างเครือข่ายนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการจัดการกับปัญหาท้าทายระดับโลก จึงทำให้มีความสนใจที่จะให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันในการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศในทุกศาสตร์สาขาวิชา โดยที่มีการมุ่งเป้าไปที่การจัดการกับความท้าทายของการศึกษาและการวางตำแหน่งเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลให้เป็นสถาบันระหว่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง การทำงานกับมหาวิทยาลัยนานาชาติถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ทั่วโลก หลักการซีดีไอโอ (CDIO) เป็นแบบอย่างในการพัฒนาสถาบันการศึกษาและสร้างหลักสูตรที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของบัณฑิต ส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในการทำงานและเท่าทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญที่ผลักดันให้สถาบันการศึกษาพยายามอย่างเต็มที่ในการจัดการกับความท้าทายในการศึกษาภายใต้ความปกติใหม่ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีความมั่นใจในความพยายามและมุ่งมั่นยกระดับการศึกษาให้ทันต่อความท้าทายของยุคสมัย บังเกิดผลทำให้สามารถผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพและคุณภาพ ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองและยั่งยืนของประเทศไทย

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้ด้านการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบการศึกษาเชิงนวัตกรรมสำหรับการสร้างวิศวกรรุ่นใหม่ ในงานการประชุมนานาชาติ CDIO ครั้งที่ 17 ที่จัดในรูปแบบออนไลน์ ได้ที่ http://www.cdio2021.chula.ac.th



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน