มื่อเช้าวานนี้ (25/6/64) มีข่าวใหญ่ว่า บมจ. เซ็นทรัลพัฒนาจะเข้าซื้อกิจการ SF หรือ บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์

ต่อมา CPN ก็ออกมาชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่ากำลังศึกษาข้อมูลยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ

ส่วน SF แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่นกันว่ายังไม่ได้รับแจ้งเรื่องการขายหุ้นของบริษัท

มาดูกันว่าวันนี้ SF นั้นใหญ่แค่ไหนและมีความโดดเด่นในเรื่องอะไรบ้าง ทำไม CPN ถึงได้สนใจ

หลังจากนพพร วิฑูรชาติ ได้ลาออกจากบริษัท เอสซีที คอมพิวเตอร์ในเครือ SCG มาช่วยครอบครัวบริหารตลาดสดมีนบุรี และได้พัฒนา “ตลาดสดติดแอร์” ร่วมกับบริษัท สยามจัสโก้ของญี่ปุ่นในยุคนั้น เขายังได้โอกาสฝึกกลยุทธ์ต่าง ๆ ด้านการค้าปลีกจากจัสโก้ และเดินทางไปฝึกงานด้านซูเปอร์มาร์เก็ตถึงประเทศญี่ปุ่น

ในปี 2537 อาณาจักรของ SF ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจทำธุรกิจเองในวัยที่ยังไม่ถึง 30 ปี โดยดึงเอาพงศ์กิจ สุทธพงศ์ เพื่อนรุ่นพี่ที่ SCG มาร่วมกันจัดตั้งบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด

และเริ่มเปิดศูนย์การค้าชุมชนขึ้นเป็นแห่งแรกย่านบางบอน หลังจากนั้นเพียงเวลาประมาณ 10 กว่าปีเขาก็กลายเป็นเจ้าของธุรกิจศูนย์การค้าแนวคอมมิวนิตี้มอลล์และไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย

จุดเด่นของ SF คือการที่ศูนย์แต่ละแห่งมีรูปแบบใหม่ ๆ มีจุดขายที่หลากหลายแตกต่างกันไม่รู้จบ แบ่งออกหลายประเภท เช่น ศูนย์การค้าชุมชน ศูนย์ไลฟ์สไตล์ ศูนย์รวมสินค้าเฉพาะ ศูนย์บันเทิง และศูนย์การค้าขนาดใหญ่  

และเน้นการสร้างแบบ Open Air ที่ใส่ดีไซน์สร้างแรงดึงดูดลูกค้า

จุดเปลี่ยนที่เป็นแรงส่งสำคัญให้กลุ่มนี้เป็นที่รู้จักมากเกิดขึ้นในปี 2545 เมื่อนพพรได้สร้างไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์สาขาแรกใจกลางเมือง คือ “มาร์เก็ตเพลสทองหล่อ”

ต่อเนื่องไปจนเปิด “เจ อะเวนิว” ซอยทองหล่อ 15 ที่เน้นความร่มรื่นจนกลายเป็นต้นแบบของ คอมมูนิตี้มอลล์ ในเวลาต่อมา

เป็นข่าวใหญ่อีกครั้งในปี 2555 เมื่อนพพรไปร่วมทุนกับเจ้าของ “อิเกีย” เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกจากสวีเดน สร้างศูนย์การค้าแนวราบใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้ชื่อ “เมกา บางนา” ด้วยมูลค่าการลงทุนสูงถึง 20,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 254 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด

ปัจจุบัน SF มีศูนย์การค้าแล้ว 18 แห่งมีพื้นที่รวม 430,628  ตร.ม.

ผลประกอบการที่ผ่านมาหลายปีของ SF ไม่เคยปรากฏตัวเลขขาดทุน ในปี 2562 มีรายได้ที่ 1,550 ล้านบาทมีกำไรถึง 2,031 ล้านบาท (เป็นกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน จำนวน 1,415.8 ล้านบาท)

แม้ในช่วงโควิด-19 ปี 2563 ที่ผ่านมายังมีรายได้ 1,141 ล้านบาท กำไร 2,083 ล้านบาท 

ผลกำไรที่พุ่งสูงมาจากการบริหารจัดการในเรื่องลดต้นทุน และกำไรเพิ่มเติมพิเศษจากการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินโครงการเอสพลานาด รัชดาฯ ในช่วง Q1/2563

มีรายได้หลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า 57% (หลัก ๆ มาจากโครงการเมกาบางนา) และรายได้จากค่าเช่าและบริการ 41%

และยังประกาศเดินหน้าต่อใน 2 โครงการใหญ่ที่กำลังทำการก่อสร้างคือ มาร์เก็ตเพลส กรุงเทพกรีฑา และโครงการมิกซ์ยูสที่ประกอบไปด้วยศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน สร้างในพื้นที่เดิมและพื้นที่รอบ ๆ ของมาร์เก็ตเพลสทองหล่อ โดยลงทุนร่วมกับ บมจ. ยูนิเวนเจอร์ ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ในงบประมาณ 2 พันล้านบาท  

สำหรับ บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์นั้นได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SF ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารของค่ายเมเจอร์  ไม่ได้เข้ามามีบทบาทหลักในเรื่องการบริหารตั้งแต่ต้นแต่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนพพร ในฐานะประธานกรรมการบริหารเป็นผู้บริหารหลักร่วมกับทีมงาน 

การที่ CPN กำลังศึกษาบริษัทนี้เพื่อจะขอซื้อนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจเดิม

และเพิ่มตัวเลือกใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าที่วิถีชีวิตหลังวิกฤตโควิดนั้นอาจจะต้องการเข้าศูนย์การค้าเล็ก ๆ ใกล้บ้านมากขึ้นก็ได้

แต่จะมีเหตุผลอื่นหรือเปล่า และดีลนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน