สำหรับบาจา เราดำเนินการภายใต้แนวคิด ‘Product is king’ มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รองเท้าที่สวมใส่สบาย มีสไตล์ ที่สำคัญราคาจับต้องได้ให้กับคนทั่วไป และดำเนินตามแนวทางนี้ตั้งแต่วันแรกที่ตั้งโรงงานมาจนถึงวันนี้ 127 ปี รวมทั้งในอนาคตด้วย”

คุณธิบดี สมใจ Head of Marketing บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดการสนทนากับ Marketeer ด้วยแนวคิดของแบรนด์ “บาจา” ที่มุ่งเน้นและใส่ใจเรื่องของผลิตภัณฑ์เป็นหลักธงนำทางในการทำตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนด้วยความสำเร็จตลอด 127 ปี จนได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์รองเท้าระดับตำนานที่อยู่คู่เท้าผู้คนทั่วโลก

สร้างตำนานด้วย “คุณค่าของแบรนด์”

Marketeer เริ่มต้นด้วยคำถามว่า “อะไรที่ทำให้บาจาอยู่เป็นตำนานได้ยาวนานขนาดนี้”

ซึ่งคุณธิบดีได้กล่าวว่า สำคัญที่สุดคือ “คุณค่าของแบรนด์” ที่สร้างต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า

กุญแจสำคัญที่เรายึดมั่นมาตลอด 127 ปี คือคุณค่าของแบรนด์ ซึ่งมีด้วยกัน 4 ข้อ ได้แก่

  1. Trusted Quality: คุณภาพสินค้าที่เชื่อถือได้ เราพยายามรักษามาตรฐานสินค้า ด้วยคุณภาพระดับโลก เป็นมาตรฐานเดียวกันในโรงงานผลิตทั้ง 23 แห่งใน 18 ประเทศทั่วโลก เรามั่นใจในคุณภาพตรงนี้
  2. Innovative Spirit: จิตวิญญาณในการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ เรามุ่งมั่นและพยายามศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า โดยเราจะมีทีม Research and Development และทีมที่คิดค้นเทคโนโลยีนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ภายใต้แนวคิด Product is king ดังที่กล่าวไปข้างต้น และยังคงดำเนินตามแนวทางนี้เสมอมา
  3. Global Presence, Local relevance: นี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราไปอยู่ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกได้มากกว่า 100 ปี แบรนด์เราเป็นแบรนด์ Global ที่มีพื้นที่ มีร้าน มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่ว่าเราทำตัวให้เหมือนเป็นแบรนด์ท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ นึกง่าย ๆ ก็เหมือนที่หลายท่าน ๆ สงสัยว่า แบรนด์บาจาเป็นแบรนด์คนไทยหรือเปล่า เช่นเดียวกัน เรามีสาขาที่อินเดีย คนอินเดียก็มักคิดว่าบาจาเป็นแบรนด์ของอินเดีย หรือแต่ละที่แต่ละประเทศก็คิดแบบนี้กันหมด เพราะนี่เป็นกลยุทธ์ที่เราตั้งใจทำให้รู้สึกว่าเราเป็นแบรนด์ Local นั่นคือสิ่งที่เราสามารถมีส่วนร่วมกับ Local Team ได้มาก เพราะเราพยายามทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคท้องถิ่น และพยายามทำทุกอย่างให้สอดคล้องกับความต้องการนั้น ๆ รวมถึงการใช้วัสดุต่าง ๆ จากท้องถิ่น หรือการตลาดต่าง ๆ กับแบรนด์ท้องถิ่น ซึ่งช่วยชูโรงแบรนด์ของเราด้วย ทำให้ถึงแม้เราจะเป็นแบรนด์ Global ก็ยังรู้สึกถึงความเป็น Local ผูกพันกับท้องถิ่นนั้น ๆ
  4. Responsible Corporate Citizen: เราเป็นแบรนด์ที่นอกจากประกอบธุรกิจแล้วยังพยายามคืนกำไรให้กับชุมชนนั้น ๆ ด้วย เช่น บาจาเรามีวิชั่นในการที่จะทำให้ทุกคนมีเสรีภาพในการที่จะมีรองเท้าที่ดี ๆ ใส่ ฉะนั้นเราจะมีแคมเปญต่าง ๆ ที่ส่งเสริมในจุดนี้ เช่น ปีที่แล้วเรามีการบริจาครองเท้าทั่วโลก 1 ล้านคู่ ให้กับผู้ที่ไม่มีรองเท้าใส่ เพื่อให้สอดคล้องกับวิชั่นดังกล่าว”

สวมใส่สบาย มีสไตล์ ราคาจับต้องได้

สำหรับแนวทางการสร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์บาจานั้น จะนำเสนอภายใต้ Key message คือ Affordable comfort with Style” คือ เป็นรองเท้าที่ราคาจับต้องได้ สวมใส่สบาย และมีสไตล์อีกด้วย

“หลักการในการคิดคอนเซ็ปต์สินค้าของเราในแต่ละชิ้น เราจะมีคำพูดหลักที่เราย้ำเสมอก่อนส่งมอบสินค้าบาจาให้กับผู้บริโภค คือ With Bata, everyone can afford to walk in comfort and look good. นี่คือสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ผ่าน Key message หลักคือ Affordable comfort with Style

อธิบายเจาะลงไปอีกเป็น 3 ข้อ ได้แก่

1. Comfort: รองเท้าเราทุกคู่เน้นการใส่สบาย ทำขึ้นมาเพื่อให้ทุกเพศทุกวัยใส่สบายในทุกคู่ อย่างล่าสุดเรามี Bata Comfit ActiveWalk เป็นรองเท้าที่มีเทคโนโลยีหลากหลายที่ทำให้คุณใส่แล้วรู้สึกสบาย พื้นรองเท้านุ่มพร้อมรับ-ส่งแรงกระแทกได้ดี หรือจะเป็น Bata 3D Energy เป็นรองเท้าหุ้มส้น ใส่ลำลอง ใส่เดินเล่น เล่นสเกต หรือทำงานก็ได้ โดยบริเวณส้นมีเทคโนโลยี Shock Absorbing Outsoles รับแรงกระแทกได้ดี เน้นความใส่สบาย รวมถึงเทคโนโลยี Lifesole Comfort Insoles จาก Ortholite แบรนด์ผลิตเทคโนโลยีในรองเท้าระดับโลก ซึ่งเราจะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้สอดแทรกไปในรองเท้าแบรนด์บาจาด้วยเสมอ

2. Accessibility: รองเท้าที่เข้าถึงง่าย ซึ่งมี 2 จุด คือ

– ราคาจับต้องง่าย คือ เราไม่ใช่แบรนด์ราคาถูกนะ แต่รองเท้าเราไม่แพง คือราคาจับต้องได้ในคุณภาพที่ยอดเยี่ยม

หาซื้อง่าย เรามีช่องทางการขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านมากกว่า 231 สาขา (รบกวนขอตัวเลข) ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ และ Online Marketplace ชั้นนำอย่าง Lazada และ Shopee ด้วย

3. Makes me feel good: เป็นรองเท้าที่มีสไตล์ ไม่เคยตกเทรนด์ จะมีการศึกษาเทรนด์ที่ได้รับความนิยมและนำมาปรับใช้กับดีไซน์ของรองเท้าบาจา เพื่อให้นอกจากใส่สบายแล้วยังมีดีไซน์ที่รับกับเทรนด์ ดูดีมีสไตล์อีกด้วย”

นำเสนอผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก Segment
ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ในทุกเพศทุกวัย

นอกจากแบรนด์หลักอย่างบาจา ภายใต้การดูแลของตำนานแบรนด์นี้ ยังมีสินค้า House band ต่าง ๆ หลากหลาย ที่ผลิตออกมาเพื่อเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ซึ่งการมีสินค้าที่ครอบคลุมทุก Segment นับเป็นหนึ่งในจุดแข็งของบาจา

“ตัวเลือกสินค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมทุก Segment ช่วยเสริมความแกร่งของแบรนด์เราได้อย่างมาก สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทุก ๆ ช่วงเวลาการใช้ชีวิต ในราคาที่จับต้องได้ ทุกคนเข้าถึงง่าย

ประกอบด้วย 4 แบรนด์หลัก ได้แก่

Power: รองเท้าที่เน้น Performance มีสไตล์ เทคโนโลยีทันสมัย สวมใส่สบาย ทนทาน ซึ่งนี่คือคุณสมบัติที่พบได้ในรองเท้ากีฬาทุกรุ่นของแบรนด์ Power ตั้งแต่เราเริ่มก่อตั้งในปี 1971 ที่ประเทศแคนาดา จนถึงปัจจุบันที่จัดจำหน่ายไปทั่วโลก

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่ง นักกีฬาแบบทีม ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย  นักกีฬาสันทนาการ หรือนักผจญภัย หากคุณมองหารองเท้าที่โดดเด่นในคุณภาพและคุณค่าที่เหนือกว่า รองเท้าแบรนด์ Power คือสิ่งที่คุณสามารถเชื่อมั่นได้ โดยมุ่งเน้นในตลาดรองเท้ากีฬาและไลฟ์สไตล์ในราคาระดับกลาง

BubbleGummers : แบรนด์รองเท้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับชั้นนำสำหรับเด็ก ซึ่งมีจำหน่ายในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก Scented Kids Shoes ที่เป็นที่นิยมสำหรับเด็ก ๆ ทุกคนมาอย่างยาวนาน นอกจากจะนำเสนอความสนุกสนานของวัยเยาว์ด้วยรูปแบบและสีสันมากมายในหลากหลายคอลเลกชั่นให้เลือกสรร ยังส่งมอบความสบายในการส่วมใส่สำหรับเท้าของคุณหนู ๆ ที่กำลังเจริญเติบโตได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

Northstar : รองเท้าสนีกเกอร์วัยรุ่นสุดแนว เป็น Trendy & Lifestyle คิดค้นและสร้างสรรค์รองเท้าจากแรงบันดาลใจของเทรนด์แฟชั่นโลก และความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมการออกแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Vision of Youth” ที่สดใหม่และโครงสร้างคุณภาพ เหมาะกับทั้งใส่สบาย ๆ ในระหว่างวัน ไปเที่ยว หรือเล่นกีฬาก็ยังได้

นอกจากจะแหวกแนว สร้างสรรค์ และทันสมัย แต่ยังไม่ลืมที่จะตอบโจทย์ความสบายในการสวมใส่ในทุก ๆ ขณะที่เคลื่อนไหวอีกด้วย

Weinbrenner: รองเท้า Outdoors ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 เป็นรองเท้าสำหรับใส่ลุย ใส่ปีนเขาเดินป่า สำหรับสายลุย ทนทานราคาไม่แพง ซึ่งที่ผ่านมาบาจาไม่มีรองเท้าสไตล์นี้ Weinbrenner จึงเป็นสินค้าที่มาเติมเต็มให้บาจาครอบคลุมในทุก Segment”

ช่องทางการตลาดครอบคลุม เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดีที่สุด

อีกหนึ่งจุดแข็งของแบรนด์บาจา คือช่องทางการตลาดที่ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดีมาก ๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะร้านสาขาที่เจาะลึกถึงท้องถิ่นทั่วประเทศ แนวคิดและกลยุทธ์ในส่วนนี้เป็นอย่างไร Head of Marketing ของบาจา อธิบายให้ฟังว่า

“กลยุทธ์ช่องทางการตลาดของเรา คือการหาวิธีให้สินค้า บริการ หรือแบรนด์ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดีที่สุด เราเน้นการตลาดทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ ปีที่ผ่านมา ช่องทางออนไลน์เราจะโตขึ้นมากถึง 200-300% แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วน ฝั่งออฟไลน์ก็ยังทำยอดขายได้สูงกว่ามาก ๆ จากจุดแข็งคือสาขาจำนวนมาก เข้าถึงในทุกพื้นที่”

หน้าร้านสาขานั้น ถือว่าเป็นช่องทางขายหลักของของบาจา ทำรายได้ถึง 90% ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ แบ่งเป็น

1. City คือร้านที่อยู่ในเมือง เน้นร้านในห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งชุมชนที่มีกำลังจับจ่าย ออกแบบในแนวคิด “Red Concept” เป็นการตกแต่งร้านแบบใหม่สไตล์ยุโรปของบาจา ที่สวยงาม ทันสมัย มีสไตล์ขึ้นกว่าในยุคก่อน รวมถึงการวางรองเท้าแบบ Sneaker Wall ที่ดูเด่นสง่า ซึ่งสินค้าที่อยู่ในร้าน City จะเป็นรุ่นชั้นนำ หรือรุ่น Limited Edition รวมถึงสินค้าหลากหลายรูปแบบที่จะมีเฉพาะร้าน City เท่านั้น

2. Family ส่วนใหญ่จะอยู่ตามต่างจังหวัด อาจจะเป็นลักษณะแบบอาคารพาณิชย์ติดถนน ซึ่งเราจะเจาะเข้าไปถึงชุมชนนั้น ๆ โดยการเลือกสินค้าเข้าไปขายนั้นเพดานราคาจะไม่สูงนัก สบายกระเป๋าเข้าถึงง่าย เป็นสินค้าแนวครอบครัว แนวใส่สบาย แนวใช้ในชีวิตประจำวัน ที่เราดูแล้วว่าตอบโจทย์คนในท้องถิ่นนั้น ๆ ส่วนวิธีการตกแต่งร้านรวมถึงโปรโมชั่นก็จะแตกต่างจากร้าน City เพราะกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันมาก ๆ

3. Outlet ร้านสำหรับนักท่องเที่ยว ก็จะได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ จะเป็นสินค้าที่เรานำมาลดราคา ซึ่งตอนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวเราก็ปรับรูปแบบมาเป็นร้าน Family

4. Fair ร้านที่เราไปเช่าพื้นที่ตามห้างหรือคอมมิวนิตี้มอลล์เพื่อขายสินค้า จะเป็นสินค้าที่เราโฟกัสตามเทศกาล เช่น Back to School ที่เราตั้งขายในช่วงใกล้เปิดเทอม หรือ End of Season Sale อะไรแบบนี้”

ขณะที่ในส่วนของออนไลน์นั้น ก็ครอบคลุมทุกช่องทางเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายที่สุด

“ในส่วนออนไลน์ แบ่งเป็น 3 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ

1. E-commerce ที่เป็นของเราเอง คือเว็บไซต์ www.bata.co.th กลยุทธ์จะเหมือนหน้าร้านเลย เพราะนี่คือร้านของเราเอง จุดเด่นคือ เป็นร้านออนไลน์ที่มีรองเท้าเยอะที่สุดของเรา ทำราคาหรือโปรโมชั่นใกล้เคียงกับหน้าร้าน วิธีการคืนสินค้าจะสะดวกและง่ายกว่าร้านทาง marketplace อื่น ๆ เนื่องจากเราบริหารเองทั้งหมด และที่สำคัญ เรากำลังควบรวม Bata Club หรือแพลตฟอร์ม CRM ระบบสมาชิกของบาจา ซึ่งจะมีระบบวอลเลตเก็บแต้มสะสมต่าง ๆ มีโปรโมชั่นวันเกิดลด 20% มี Exclusive Promotion ที่จะส่งไปให้ทาง SMS อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งอนาคตเราจะผูก Bata club เข้าไปกับเว็บไซต์เลย เพื่อให้ลูกค้าได้สิทธิพิเศษที่มากกว่าจากเราได้อย่างครอบคลุม

2. Marketplace จะมีใน 2 เจ้าใหญ่ทั้ง Lazada และ shopee สินค้าต่าง ๆ ในร้านรูปแบบนี้จะเป็นสินค้าที่เราเลือกมาโฟกัสกับช่องทางออนไลน์ บางอย่างไม่เหมือนหน้าร้าน หรืออาจจะมีเฉพาะช่องทางนี้เท่านั้น ราคาก็ต้องบอกว่าไม่ได้ถูกกว่าหน้าร้านหรือหน้าเว็บไซต์ของเรา ยกเว้นโปรโมชั่นที่ล้อไปกับ Marketplace นั้น ๆ เช่น 5.5 หรือ 6.6 แต่นั่นเป็นส่วนลดของทาง Marketplace นั้น ๆ

3. Social Commerce เราขายผ่านทาง Facebook, Line ซึ่งเป็นการเติมเต็มช่องทางและความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าของเราให้มากขึ้น”

สานต่อจุดแข็งออฟไลน์ ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ Franchise stores

ตอนนี้เรากำลังสานต่อความแข็งแกร่งของหน้าร้านสาขาเราอีกระดับ ด้วยการเปิดโมเดลธุรกิจ Franchise Stores”

คุณธิบดีกล่าวถึงโมเดลธุรกิจใหม่ของบาจา ที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจหรือผู้ที่สนใจร่วมลงทุนเปิดร้านสาขาบาจา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบาจาในประเทศไทยกับโมเดลธุรกิจนี้

“ที่ผ่านมา ในแต่ละปีเราจะมีแผนที่ขยายสาขาตามเป้าที่เราตั้งไว้ แต่มาปีนี้เราเปลี่ยนแผนไปที่โมเดลการขยายแฟรนไชส์ ซึ่งเราไม่เคยมีธุรกิจแฟรนไชส์มาก่อนในประวัติศาสตร์ของบาจา อย่างไรก็ดี  เพราะเราเชื่อว่ามีช่องทางอีกมากมายในหลายจังหวัดที่เราไม่รู้ว่าสามารถสร้างการขายได้ด้วย ซึ่งคนที่รู้ดีกว่าเราคือคนท้องถิ่นนั้น ๆ เราก็เลยเลือกที่จะลองโมเดลนี้ และพยายามเชื่อมโยงกับนักธุรกิจหรือผู้ที่สนใจในท้องถิ่นนั้น โดยจะมุ่งเน้นไปที่จังหวัดที่ไม่มีร้านบาจาอยู่ เพื่อที่เราะขยายสินค้าของเราไปหาผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น

อย่างที่เราเพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 ที่สุโขทัย และร้านที่ 2 ที่ อ. กุฉินารายณ์ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นร้านในปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าของแฟรนไชส์บอกว่าที่ปั๊มมีทราฟิกคนต่อวันค่อนข้างเยอะมาก ทำให้มีโอกาสในการขายเยอะ ซึ่งผลประกอบการ ณ ตอนนี้คือดีมาก ๆ ”

ไม่ต้องมีประสบการณ์ ก็ประสบความสำเร็จได้

โมเดลFranchise stores” เป็นกลยุทธ์การดำเนินการที่บาจาอยากนำเสนอรูปแบบธุรกิจใหม่ ให้แก่นักลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีและมั่นคง โดยที่นักลงทุนไม่ต้องมีประสบการณ์ ในการขายรองเท้ามาก่อน โดยบาจาได้นำประสบการณ์ที่มีอยู่อันยาวนาน มาช่วยนักลงทุนในการจัดการบริหารด้านตัวสินค้า รูปแบบร้าน รวมถึงเทคนิคการจัดการบริหารทั้งหมดแบบครบวงจร

“จุดเด่นของแฟรนไชส์เราคือ ใช้ทุนน้อย คืนกำไรไว และที่สำคัญเรา ดูแลครอบคลุมให้หมดทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็น

1. ทีมซัพพอร์ต ที่มีทั้งทีมที่มีความรู้ด้านสินค้าระดับสูงพร้อมด้วยทีมขาย ไปให้ความรู้และทำความเข้าใจ พร้อมประเมิน และให้คำแนะนำว่า พื้นที่นั้น ๆ ต้องการสินค้าแบบไหน ชอบซื้อรองเท้าอะไร สินค้าแบบไหนเหมาะกับคนที่นั่น คนแถวนั้นมีความสามารถจับจ่ายต่อหัวต่อเดือนเท่าไร เพื่อที่เราจะได้ทำความเข้าใจ และทำ Suggested Plan ว่าควรมีสินค้าแบบนี้-ราคาเท่านี้อยู่ในร้านของคุณ คุณไม่ต้องไปงมหาเอง คุณมีเราเป็นพาร์ตเนอร์ เราดูแลเป็นที่ปรึกษาให้ทั้งหมด

2. คอนเซ็ปต์ดีไซน์ร้าน ซึ่งบาจาจะนำเอา Red Concept ที่เป็นดีไซน์ใหม่ล่าสุด มาปรับให้เหมาะสมกับทุกรูปแบบพื้นที่ คือแค่คุณเอาแผนผังพื้นที่มา เรามีทีมที่จะแนะนำวางแบบร้าน มีแผนและวิธีจัดวางให้หมด

3. ระบบซัปพอร์ตต่าง ๆ ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นระบบซัปพอร์ตการขาย คล้าย ๆ ระบบแคชเชียร์ คุณแค่ยิงบาร์โค้ดจบ ระบบจะบันทึกเอง ออกบิล ออก VAT ได้เองง่าย ๆ มีระบบจัดการสต๊อกบริหารสินค้าในสต๊อกได้อย่างง่ายดาย ถ้าตัวไหนขายดีเราก็จะมีทีมของเราคอยแนะนำไป คือเรามีทีมคอยช่วยซัปพอร์ตตลอด และเรายังมีระบบ Recruit คนให้ด้วย อย่างพนักงานของแฟรนไชส์นั้น ๆ ไม่เพียงพอ เราจะแนะนำและช่วยหาคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่สนใจจะทำงานให้

4. ส่วนนี้สำคัญมาก ๆ คือ สื่อการตลาด สื่อโฆษณาต่าง ๆ เรามีฟอร์แมตให้หมด ตอนที่เราไปจัดร้าน เราก็จะดีไซน์ให้หมดว่าสื่อต่าง ๆ ป้ายต่าง ๆ ควรอยู่ตรงไหน

เรียกง่ายว่า คุณมาแต่ตัวและทุน ซึ่งก็ไม่ได้มากนัก และเรามีทุกอย่างให้หมด และมีทีมช่วยดูแลที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ พร้อมซัปพอร์ตดูแล ประสานงานติดต่อได้ตลอด มีปัญหาอะไรปรึกษาได้หมด เราพร้อมแนะนำดูแลให้”

Head of Marketing ของ บาจา กล่าวส่งท้ายเชิญชวนถึงท่านที่สนใจร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับบาจา

“เพราะเรามั่นใจในคุณภาพ  จึงจะเชิญชวนที่จะมาร่วมเป็นครอบครัวกับเรา อย่างที่บอกไปเราคืนทุนง่าย ๆ ภายในปีครึ่ง เรารับประกัน ติดต่อมาได้เลยที่ โทร: 0 2312 0341-2 หรือ อีเมล: TH.Franchise@bata.com , customerservice.th@bata.com พร้อมนัดหมายพูดคุยวาง Business Plan กันได้เลย หรือจะแชตมาคุยในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของบาจา หรือในเว็บไซต์ www.bata.co.th ก็ได้แล้วแต่จะสะดวก เราพร้อมดูแลพาร์ตเนอร์ทุกท่าน”

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

Online store: www.bata.co.th

Facebook: www.facebook.com/BataThailand

Lazada: Bata Thailand > https://bit.ly/3kaFBXk

Shopee: Bata Official Store > https://bit.ly/2DFBrpq

 

สนใจ Bata Franchise stores ติดต่อได้ที่:

โทร: 0 2312 0341-2

อีเมล: TH.Franchise@bata.com , customerservice.th@bata.com

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน