บริษัทจีนต้อง ‘ทำตัวให้ดี’ เพราะมาตรเข้มงวดของรัฐบาลที่กลายเป็นข่าวใหญ่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น โดย รัฐบาลจีนเผยว่าอีก 5 ปีจากนี้จะบังคับใช้กฎหมายควบคุมบริษัทในหลายธุรกิจ เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ประกอบเห็นว่าต้องมีการปรับแก้กฎหมายให้ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบันด้วย  

รัฐบาลจีนเผยแผนดังกล่าวระหว่างการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์และสภาแห่งรัฐเมื่อวันพุธ (11 สิงหาคม) โดยระบุว่าเป็นการปกป้องความมั่นคงของชาติ

แต่ก็มีการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจีนต้องการชี้ให้เห็นว่าภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ เป็นตัวการก่อปัญหาเศรษฐกิจ-สังคม แม้ในแง่หนึ่งรัฐบาลจีนเองก็มีส่วน หลังปล่อยให้บริษัทใหญ่ได้เติบโตกันอย่างคึกคัก จนที่สุดสามารถขึ้นมาท้าทายอำนาจ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลต่อตลาดหุ้นใหญ่ 2 แห่งของจีนในวันถัดมา โดยดัชนี Hang Seng ในฮ่องกงเปิดลบ 0.7% ส่วน Shanghai Composite ในนครเซี่ยงไฮ้ เปิดลบ 0.2 %

ขณะที่ Masayoshi Son ซีอีโอมหาเศรษฐีญี่ปุ่นเชื้อสายเกาหลีของ Softbank ค่ายโทรคมนาคมใหญ่ญี่ปุ่นและผู้ก่อตั้ง Vision Fund กองทุนที่ไปลงทุนบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ของจีนหลายแห่ง คิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 สัดส่วนการลงทุนทั้งหมด

Masayoshi Son

ยอมรับว่าต้องปรับแผนการลงทุน เพราะคงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1-2 ปีกว่าที่บริษัทจีนจะปรับตัวได้กับมาตรการเข้มงวดดังกล่าว    

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลจีนเป็นการจีนยืนยันว่า ต่อไปจะไม่ปล่อยผ่านให้บริษัทใดก็ตาม ใหญ่เกินไปจนส่งผลต่อชีวิตประชาชน มีอิทธิพลต่อตลาด และทำเงินมหาศาลได้เหมือนเคย

นอกจากนี้ยังเป็นคุมพฤติกรรมของบรรดาซีอีโอมหาเศรษฐี และปิดกั้นการเข้ามามีอิทธิพลของกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะสหรัฐ ผ่านบริษัทจีนที่มีหุ้นซื้อ-ขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกด้วย

มาตรการควบคุมเบ็ดเสร็จเหล่านี้ เริ่มขึ้นเมื่อปี 2020 หลัง Jack Ma อดีตซีอีโอของ Alibaba ที่ยังคงมีอิทธิพล อึดอัดต่อการควบคมจนหลุดปากวิจารณ์ว่า กฎควบคุมภาคการเงินล้าสมัย จากนั้นไม่นาน Ant Group บริษัท Fintech ในเครือ Alibaba ก็โดนสั่งเบรก IPO คู่

ตามด้วยข่าวว่าจะปรับ Alibaba เป็นเงินก้อนใหญ่ ฐานทำธุรกิจผูกขาด และตัวเขาเอง ‘โดนอุ้ม’ หายไปนานหลายเดือน

Jack Ma 

พอปี 2021 บริษัทใหญ่ๆ ในจีน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ต่างโดนรัฐบาลจีนเตือนให้ปรับพฤติกรรมในการดำเนินธุรกิจ ส่วนบริษัทที่เห็นว่า ‘แตกแถว’ หรือหนีไประดมทุนจากต่างประเทศ รวมไปถึงมีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างร้อนแรง เช่น

Meituan 

แอปส่งอาหาร Meituan, แอปเรียกแท็กซี่ Didi และบริษัทใหญ่ๆ ในธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา ก็ล้วนเจอมาตรการเข้มงวด จนหุ้นพากันร่วงระนาว

มีการประเมินว่ามาตรการเข้มงวดของรัฐบาลจีนเพื่อควบคุมบริษัทใหญ่ๆ อย่างเบ็ดเสร็จนี้ ทำให้มูลค่าบริษัทเหล่านี้หายไปแล้วถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33  ล้านล้านบาท) / cnn



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน