ไม่ว่าเริ่มต้นมาอย่างไรและแจ้งเกิดมาแบบไหน แต่เพื่อให้โตต่อได้ในระยะยาว ทุกบริษัท ทุกแพลตฟอร์มก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำเงิน ทำกำไร ขณะเดียวกันก็ต้องฟังความเห็นนักลงทุนและผู้ถือหุ้น รวมไปถึงบริษัทที่เป็นสะพานนำเงินมาหล่อเลี้ยงธุรกิจด้วย

Onlyfans กำลังประจักษ์กับเรื่องจริงทางธุรกิจเหล่านี้ หลังประกาศเตรียม ‘สั่งแบน’ คลิป 20+ ทั้งหมด แม้เป็นแหล่งรายได้สำคัญและเป็นเชื้อเพลิงส่งแพลตฟอร์มแจ้งเกิดได้ในเพียง 5 ปี จนมีการวิเคราะห์กันว่า เหมือนทุบหม้อข้าวตัวเอง

ทว่าหากมองผ่านเลนส์ทางธุรกิจและการตลาด Onlyfans ก็มีความน่าสนใจ เพราะเป็น Social Media ที่มีผู้ใช้ 130 ล้านคน ภายใต้คอนเซ็ปต์เก็บค่าสมาชิกตั้งแต่ต้น ก่อนที่จะถูกบีบให้ปรับเปลี่ยนก็ไปเตะตาคนดัง แบรนด์และสื่อบางสำนักแล้ว 

ขณะเดียวกันก็เปิดทางรอดเผื่อไว้ล่วงหน้าและเริ่มมีการคาดกันว่าเงินคริปโตอาจช่วยทำให้เดินต่อไปได้อีกไกล โดยที่ไม่ต้องง้อแพลตฟอร์มชำระเงิน ‘รุ่นเก่า’ อีกด้วย 

 

แพลตฟอร์มสุดโต่งใต้เครื่องหมายคำถาม ที่กำลังหาทางรอด

Onlyfans ก่อตั้งเมื่อปี 2016 โดย Tim Stokely หนุ่มอังกฤษลูกชายคนเล็กของพ่อผู้เป็นอดีตผู้บริหารธนาคารรุ่นใหญ่ โดยพ่อกำชับว่าเงิน 13,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 430,000 บาท) ที่ให้ยืมครั้งนี้เป็นก้อนสุดท้ายแล้ว

Tim Stokely 

เพราะสองเว็บสายหวามก่อนหน้านี้ที่เขาตั้งขึ้นอย่าง GlamGirls กับ Customs4U เพื่อเป็นสื่อกลางเชื่อมสาว ๆ หุ่นดีกับ ‘ลูกค้า’ ก็ล่มไม่เป็นท่ามาแล้ว  

ทั้งที่เป็นคนประเภทอดีตเคยแรง แต่ Tim Stokely ก็ยังมุ่งมาทางนี้ แต่เปลี่ยนเป็น Social Media ในชื่อ Onlyfans ซึ่งผู้ใช้ต้องจ่ายเท่านั้น เริ่มที่เดือนละ 4.99 ถึง 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 166 ถึง 1,660 บาท) อาจมีทิปเพิ่ม Creator อีก โดยที่ Onlyfans เก็บค่าใช้แพลตฟอร์ม 20%

ด้านหนึ่ง Onlyfans เป็นแพลตฟอร์มที่เต็มไปด้วย Sex Worker แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นช่องทางให้คนอีกหลายกลุ่มที่อยากโชว์ผลงาน เช่น เชฟทำอาหาร ช่างภาพ และครูสอนโยคะ ได้เชื่อมต่อและทำเงินจากแฟน ๆ ทั่วโลก ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่หมายถึงแฟนเท่านั้นนั่นเอง

Tim Stokely กล่าวว่า Onlyfans เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้สร้างเนื้อหา (Creator) ทุกคนเท่าเทียมกันและมีความหลากหลาย

แต่ก็ด้วยการที่เป็นแพลตฟอร์มต้องจ่ายใต้ Paywall ที่ Creator ส่วนมากเป็นหนุ่มสาวขายเรือนร่างและลีลา จึงเปิดช่องให้เกิดการทำผิดกฎหมายของมิจฉาชีพ ก่ออาชญากรรมทางเพศแทบทุกรูปแบบ จนนักการเมืองในอังกฤษและสหรัฐฯ ต่างพยายามหาทางปิดให้ได้

การดังจากทางฉาวยังทำให้ Onlyfans ถูกจับตามองอย่างมากว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่ปี 2020 Onlyfans ก็รุ่งแบบไม่ทันตั้งตัว จากมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ธุรกิจทางเพศทั้งหมดต้องปิดไปโดยปริยาย ขณะคนที่ตกงานจากวิกฤตโควิดก็ลองมาเป็น Creator สาย 20+ ใน Onlyfans

ปลายปี 2020 Onlyfans เผยว่าช่วงวิกฤตโควิดทำเงินได้ 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 77,400 ล้านบาท) เพิ่มจากปี 2019 ถึง 615%

หลังได้รับความนิยม ทั้งคนดังวงการบันเทิงอย่าง Beyonce และสำนักข่าวที่เน้นข่าวแรง ๆ อย่าง Vice Media ก็เปิดแอคเคาต์ใน Onlyfans ทั้งเพื่อทำเงินและติดต่อกับแฟนตัวจริงที่พร้อมจ่าย แบบไม่ต้องแคร์กรรไกรเซนเซอร์

แต่ล่าสุด Onlyfans ก็ต้องทุบหม้อข้าวตัวเอง โดยประกาศ ‘สั่งแบน’ คลิปโป๊เปลือยทั้งหมดตั้งแต่ตุลาคมนี้เป็นต้นไป หลังทนแรงกดดันจากแพลตฟอร์มชำระเงินและธนาคารต่าง ๆ ซึ่งในจำนวนนี้มีเบอร์ใหญ่อย่าง Mastercard รวมอยู่ด้วย กับนักลงทุนต่อไปไม่ไหว  

ทางรอดของ Onlyfans จากนี้คือ OFTV ช่องสตรีมมิ่ง ‘สายขาว’ ที่เพิ่งเปิดไป โดยให้บรรดา Creator ขึ้นมาบทบาท และโหลดจาก App Store ได้ รวมไปถึงการหันไปใช้เงินคริปโต เพื่อไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากสถาบันการเงินอีกต่อไป

เรื่องของ Onlyfans ใกล้เคียงกับแพลตฟอร์มรุ่นพี่อย่าง Tumbler และ Patreon ซึ่งเคยไปได้สวยตามบันไดความสำเร็จ 3 ขั้นในเทรนด์ Creator Economy คือ เปิดให้บรรดา Creator ได้เข้ามาสร้างเนื้อหา ตามด้วยดัน Creator ดัง ๆ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

และสุดท้ายเก็บค่าสมาชิกกับแฟนตัวจริงที่พร้อมจ่าย ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้ รายได้จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าจากทั้งแบรนด์สินค้าที่ซื้อโฆษณาและแฟน ๆ นั่นเอง   

แต่การสุดโต่งเกินไป โดยเฉพาะปล่อยให้มีคลิปโป๊เปลือยต่าง ๆ ที่สุด Onlyfans จึงต้องสั่งแบนเนื้อหา 20+ เหล่านี้ ปรับใหญ่ เซนเซอร์ตัวเอง ปรับปรุงระบบหลังบ้านให้ดี เพื่อเดินหน้าต่อได้อีกในระยะยาว เป็นวงกว้าง และไม่สะดุดจากเนื้อหา 20+ อีกในอนาคต/theguardian, cnn, wikipedia, fastcompany, techcrunch 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน