ไม่มีค้าปลีกแพลตฟอร์มไหนที่จะเติบโตเท่าอีคอมเมิร์ซ

ในปีที่ผ่านมาตลาดอีคอมเมิร์ซมูลค่า 300,000 ล้านบาท เติบโต 83%

ส่วนปีนี้ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่าจะเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน

 

สิ่งที่ทำให้ธนิดาเชื่อว่าตลาดอีคอมเมิร์ซในปีนี้ยังคงเดินหน้าเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา มาจาก

 

1. ในปีที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเกิดนักช้อปหน้าใหม่ถึง 30% และมีนักช้อปหน้าใหม่ถึง 95% ที่รู้สึกดีกับการซื้อของออนไลน์และจะกลับมาซื้อต่อเนื่อง

2. ผู้บริโภคมีความคุ้นชินกับช้อปออนไลน์

3. ตลาดอีคอมเมิร์ซมีสัดส่วนไม่ถึง 8% ของตลาดรีเทลทั้งหมด และมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก และเมื่อเทียบกับจีนหรืออเมริกาที่อีคอมเมิร์ซกินสัดส่วนมากกว่า 25%

การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซยังมาพร้อมกับการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างคู่แข่งที่เป็นแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสด้วยกัน และแพลตฟอร์มรีเทลที่เข้ามาเปิดช่องทางออนไลน์เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้

เมื่อตลาดมีโอกาสบนการแข่งขันสูง เป้าหมายของลาซาด้าในปีนี้คือการเติบโต 3 เท่า ทั้งลูกค้าแอคทีฟต่อเดือน จำนวนการสั่งซื้อและจำนวนร้านค้า

และครึ่งปีที่ผ่านมาธนิดาบอกว่าสามารถทำได้ตามเป้า

ส่วนครึ่งปีหลังลาซาด้าจะรักษาเป้าหมายได้อย่างไร

การรักษาเป้าหมายของลาซาด้าในครึ่งปีหลังนี้ ลาซาด้าใช้แคมเปญ 9.9 ซึ่งถือเป็นแคมเปญ Maga Sale แรกของครึ่งปีหลังในการดึงเม็ดเงินลูกค้า ก่อนที่จะต่อด้วยแคมเปญ 11.11 และ 12.12 ตามลำดับ

เป้าหมายของแคมเปญ 9.9 ในปีนี้ลาซาด้าต้องการยอดซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มเติบโต 20 เท่า จากช่วงเวลาขายธรรมดา และเติบโต 1.2 เท่าจากแคมเปญ 6.6

 

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการเติบโตที่วางไว้ ในแคมเปญ 9.9 ลาซาด้าใช้ LazMall เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการสร้างตลาด

โดย LazMall เป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มลาซาด้าที่ให้ร้านค้าหลักหรือแบรนด์ไทยและต่างประเทศเข้ามาเปิดร้านค้าในรูปแบบ Official Store

 

สิ่งที่ทำให้ลาซาด้าขับเคลื่อนผ่าน LazMall มาจาก

1. ปัจจุบันลาซาด้าประเทศไทยมีแบรนด์หรือร้านค้ามากถึง 9,000 แบรนด์/ร้านค้า เติบโตกว่า 350% เมื่อเทียบกับปี 2563 และประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีร้านค้า LazMall ติด 1 ใน 3 ของภูมิภาค จากการที่แบรนด์ใช้อีมาร์เก็ตเพลสเป็นหนึ่งในช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า

โดยทั้งภูมิภาค Lazmall รวมกันทั้งหมด 32,000 ร้าน

2. จำนวนผู้บริโภคซื้อสินค้าใน LazMall เพิ่มขึ้น 47% เนื่องจากมั่นใจในสินค้าที่ขายตรงจากเจ้าของแบรนด์ และสามารถคืนสินค้าได้ภายใน 14 วัน ต่างจากการซื้อในร้านค้าทั่วไปในแพลตฟอร์มลาซาด้าที่รับประกันคืนสินค้าใน 7 วัน

3. แบรนด์ที่เปิดร้านบน LazMall มียอดขายเติบโตเฉลี่ย 63% และมีจำนวน Order เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 67%

4. ลาซาด้าสามารถใช้พลังและช่องทางการโปรโมตแคมเปญ 9.9 ของแบรนด์ที่มีร้านค้าบน LazMall เป็นเครื่องมือในการดึงลูกค้าเข้าซื้อสินค้าในแพลตฟอร์ม

ทำให้ลาซาด้าสามารถเข้าถึงลูกค้าของแบรนด์ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องโปรโมตด้วยตัวเอง

5. ลูกค้า LazMall เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าลูกค้าทั่วไป ยอดการสั่งซื้อสินค้าใน LazMall ต่อครั้งมี Ticket Size เท่ากับปีที่ผ่านมา แม้ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาลูกค้า LazMall มียอดซื้อเฉลี่ยต่อครั้งลดลง แต่มีพฤติกรรมซื้อถี่ขึ้น

6. มีการเปิดเซกเมนต์ LazMall พรีเมียม และมีแบรนด์พรีเมียมเข้ามาขายสินค้ามากขึ้น จากการมองเห็นว่ากลุ่มลูกค้าของแบรนด์มีอยู่ในลาซาด้า

ซึ่งการมีแบรนด์พรีเมียมเข้ามาทำให้เกิดการสั่งซื้อสินค้าผ่านลาซาด้ามีมูลค่ามากขึ้นจากราคาสินค้ากลุ่มพรีเมียมที่สูงกว่ากลุ่มสินค้าทั่วไป

 

การขับเคลื่อนผ่าน LazMall ในแคมเปญ 9.9 นอกเหนือจากแคมเปญส่วนลดต่าง ๆ ลาซาด้านำกลยุทธ์ดังนี้

1. ใช้ฮยอนบินเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในระดับภูมิภาค เพื่อสื่อสารถึงร้านค้า LazMall การเลือกฮยอนบินมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์มาจากภาพลักษณ์มีความเป็นนานาชาติที่ตรงกับภาพลักษณ์ของ LazMall ที่มีความเป็นนานาชาติ จากร้านค้า 32,000 ร้านในภูมิภาค

2. เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น ฟีเจอร์ Lazada Bonus มอบโบนัสให้กับทุกคำสั่งซื้อ

3. ใช้ Shopertainment (Shopping + Entertainment) และ Content Creation สร้างความแตกต่าง ซึ่งการทำ Shopertainment เป็นสิ่งที่ลาซาด้าทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

4. ทำ CSR ลิงก์ไปกับเลข 9 ผ่านโครงการห่วงใย LazadaCARES ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์บริจาคกล่องบรรจุสินค้าที่จำเป็นจำนวน 99,999 กล่อง ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั่วประเทศ โดยแจกจ่ายผ่านองค์กรการกุศล 9 แห่ง

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาสินค้าที่ขายดีใน 9.9 ประกอบด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ สินค้าไลฟ์สไตล์ ส่วน 9.9 ครั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตในกลุ่มสินค้าเกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น หน้ากาก เจลล้างมือ และถุงแยกขยะติดเชื้อ เป็นสินค้าขายดีด้วยเช่นกัน

 

Marketeer FYI

ตลอดทั้งปี ลาซาด้าจะมีแคมเปญ Maga Sale หลัก 5 แคมเปญ ได้แก่ 3.3, 6.6, 9.9, 11.11 และ 12.12 โดย 11.11 เป็น Maga Sale ที่ทำเงินต่อวันได้มากที่สุด เนื่องจากระยะเวลาแคมเปญ 11.11 จะมีเพียง 1 วัน คือวันที่ 11.11 ส่วน Maga Sale อื่น ๆ จะมีระยะเวลาแคมเปญ 3 วัน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน