ถ้าพูดกันจริง ๆ ในทุกวันนี้ “ข้อมูลส่วนตัว” ของเราอาจไม่ใช่เรื่องส่วนตัวมาตั้งนานแล้ว
บวกกับหน้าข่าวรายวันรายงานเกี่ยวกับข้อมูลรั่วไหลจากฝีมือแฮกเกอร์ขโมยข้อมูลเพื่อแลกค่าไถ่

จึงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกไม่ปลอดภัยทางข้อมูลในยุคปัจจุบัน …

รวมถึงเรื่อง  “เบอร์โทรส่วนตัว” ที่ทุกวันนี้หลายคนกำลังถูกเบอร์แปลกโทรหาไม่เว้นวัน
ทั้งชวนเปิดบริการเงินด่วน สมัครเว็บพนันออนไลน์ SMS เสนอขายสินค้า ซึ่งมีทั้งที่ทำให้กวนใจ และถึงขั้นหลอกลวงชวนให้เสียทรัพย์แบบไม่ทันตั้งตัว

ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด…

ถ้าย้อนกลับไปปี 2010 ปัญหาที่ว่านี้ทำให้เกิดแอปที่ชื่อว่า Whoscall ขึ้นมาจากหนุ่มชาวไต้หวันที่ชื่อว่า Jeff Kuo และพาร์ตเนอร์ของเขาอีก 2 คนที่เจอปัญหาเบอร์แปลกโทรหาตอนประชุม ลองเสิร์ชหาบนอินเทอร์เน็ตก็ไม่เจอ เลยคิดได้ว่า

“จะดีกว่าไหมถ้าเรามีแอปพลิเคชันเพื่อตรวจสอบเบอร์แบบนี้ได้ทันที” คนที่ถูกโทรหาจะได้ตัดสินใจว่าควรรับหรือตัดสายทิ้ง

นี่คือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของ Whoscall จนกลายเป็นแอปที่ยิ่งใหญ่ มียอดดาวน์โหลดใช้งานทะลุ 90 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลก เป็นที่นิยมทั้งในไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย บราซิล และ ไทย

Jeff Kuo Co-Founder & CEO | Gogolook “Whocall” // Photo by : startupstadium.tw

Whoscall แปลตรงตัวคือ “ใครโทรมา?”

หลักการทำงานก็ง่าย คือ แสดงผลว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาคือใคร เพื่อให้เราตัดสินใจก่อนรับหรือจะกดวางสาย โดยข้อมูลที่แสดงดึงจากฐานข้อมูลที่มีในระบบ มาจากทั้งการร่วมมือกับทางภาครัฐ องค์กรต่าง ๆ  รวมถึงผู้ใช้งานคนอื่นที่ใช้แอป Whoscall ก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ช่วยเพิ่มฐานข้อมูลตรงนี้ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ “ยิ่งคนใช้เยอะข้อมูลยิ่งเยอะขึ้น”

และ Whoscall ยังถูกพัฒนามาให้คนใช้งานเข้าใจง่าย ด้วยสีที่แสดงตอนสายโทรเข้า แบ่งเป็นสีเขียว เบอร์ทั่วไป สีแดง คือเบอร์ที่อาจหลอกลวง หรือมีการรายงานมีบล็อกจากผู้ใช้เยอะ สีฟ้าคือเบอร์องค์กร รวมถึงยังมีตัวเลขเล็ก ๆ แสดงว่า เบอร์นี้มีเปอร์เซ็นต์ที่คนรับสายหรือตัดสายทิ้งเยอะแค่ไหนอีกด้วย

ในเว็บไซต์ของ  Whoscall รวบรวมโดย Statistics เมื่อปี 2020 ระบุว่า

“Whoscall มีข้อมูลเบอร์โทรในระบบถึง 1.6 พันล้านรายการ และอีกกว่า 6 พันล้านเบอร์โทรที่ได้รับการระบุตัวตนมาจากผู้ใช้งานที่ตอนนี้ทะลุ 90 ล้านดาวน์โหลดแล้ว”

ในแง่ธุรกิจ Whoscall เกิดขึ้นจาก Pain Point เล็ก ๆ เติบโตแบบสตาร์ตอัป

ปี 2010 เปิดให้โหลดบนแอนดรอยด์ ปี 2014 เปิดใช้บน iOS และถูกลงทุนซื้อกิจการโดย Naver บริษัทเจ้าของแอปพลิเคชัน LINE ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้

รวมถึงยังมีเงินลงทุนจากกลุ่มทุนต่าง ๆ อีกหลายครั้ง พ่วงด้วยรางวัลมากมายตลอดสิบกว่าปีที่เปิดบริการ

Whoscall ฟรี กับ เสียเงิน ต่างอย่างไร?

ถ้าใครที่ได้ลองดาวน์โหลดมาใช้ Whoscall จะมีบริการทั้งแบบ ฟรี และพรีเมียม ให้เราได้เลือก

โดยราคา พรีเมียม คือปีละ 599 บาท คนที่ใช้พรีเมียมก็จะสามารถใช้งานได้แบบไม่มีโฆษณา อัปเดตฐานข้อมูลอัตโนมัติ และสแกนความปลอดภัยจากลิงก์ที่ส่งมาในรูปแบบ SMS

ส่วน สายฟรี ก็ถือว่าประสบการณ์ใช้งานไม่ได้แย่อะไร เพียงแค่หลังวางสายต้องกดปิดโฆษณาที่เด้งขึ้นมาเพิ่มอีกหนึ่งขั้น และต้องอัปเดตฐานข้อมูลด้วยตัวเองบ่อยๆ

สรุปสุดท้าย : แอปฯ Whoscall นั้นไม่ได้ช่วยให้ข้อมูลส่วนตัวของเราไม่รั่วไหลได้ แต่กลับกันเราอาจเรียกการทำงานของแอปนี้ว่า “เกาะป้องกัน” ที่ทำหน้าคอยเตือนให้เราตัดสินใจก่อนรับสายหรือเปิด SMS รวมถึงถ้าเบอร์ไหนกวนใจหนัก ๆ ก็สามารถบล็อกเบอร์ที่ว่าได้ผ่านแอปเช่นกัน

ลองดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้ที่
GooglePlay: https://bit.ly/3l5q4ct / iOS : https://apple.co/3zUz8Hy

 

ข้อมูลจาก :
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/958603
https://www.springnews.co.th/blogs/news/815065
https://www.longtungirl.com/3859
https://whoscall.com/en/about
https://th.wikipedia.org/wiki/
https://www.startupstadium.tw/mentors/jeff-kuo



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน