ไทยเติบโตได้ด้วยการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยมากถึง 30 ล้านคนในปี 2559 คิดเป็นการเติบโต 11% ของ GDP และคาดการณ์ว่าในปี 2560 จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยมากถึง 37 ล้านคนเลยทีเดียว
การเติบโตของนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ EIC กลับมองว่าประเทศไทยสามารถเติบโตด้วยการท่องเที่ยวได้มากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวนิยมเลือกท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เป็นจุดขายในอดีต ส่วนแหล่งท่องเที่ยวใหม่นั้นยังมีนักท่องเที่ยวที่สนใจน้อยอยู่ และการกระตุ้นการเติบโตของการท่องเที่ยวนั้นมีหลายวิธี และการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศโดยประเทศไทยเป็นโลเคชั่นหลักก็เป็นหนึ่งในนั้น
ถ้านักท่องเที่ยวรู้ว่าเป็นไทยก็จะไปเที่ยว
ในปีที่ผ่านมามีกองถ่ายเข้ามาใช้ประเทศไทยในการถ่ายทำมากถึง 721 เรื่อง สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศไทยในการเข้ามาถ่ายทำ 3พันล้านบาท แต่มากถึง 50% เป็นการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาและสารคดี เช่นการท่องเที่ยว อาหารไทย มวยไทย ประเพณีไทย 25% ส่วนการถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยนั้นมี 54 เรื่องด้วยกัน ซึ่ง EIC ฉายให้เห็นภาพว่าถ้าประเทศไทยเป็นโลเคชั่นหลักในการถ่ายทำภาพยนตร์จอเงิน และแสดงให้เห็นว่าสถานที่ที่ถ่ายทำภาพยนตร์คือประเทศไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างน่าสนใจ
อย่างเช่น ภาพยนตร์เดอะบีชออกฉายในปี 2543 ได้ถ่ายทำที่อ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี เป็นโลเคชั่นหลักเกือบทั้งเรื่อง สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกเข้ามาสัมผัสธรรมชาติของหมู่เกาะแห่งนี้ จนกระบี่ได้กลายเป็น destination ยอดนิยมจากชาวต่างชาติด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 21% ต่อปี ระหว่างปี 2542-2545 ในขณะที่ก่อนหน้านั้นระหว่างปี 2539-2542กระบี่มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวตางชาติเพียง 17% เท่านั้น
หรือแม้แต่เรื่อง Lost in Thailand ที่ถ่ายทำในกรุงเทพและเชียงใหม่เกือบทั้งเลือก ออกฉายในปี 2556 ได้ปลุกกระแสนิยมเที่ยวไทยจากชาวจีนได้มากถึง 66% ในปี2556 ด้วยนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยถึง 4.6 ล้านรายในปีนี้ และล่าสุดเรื่อง Detective Chinatown ภาพยนตร์จีนที่โด่งดังในปี2558 ด้วยรายได้ 823 ล้านหยวนใช้เยาวราชเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยต้องมีเยาวราชเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด
ดึงดูดกองถ่ายเท่ากับดึงดูดนักท่องเที่ยว
แม้ว่าไทยจะมีสถานที่ดึงดูดกองถ่ายเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในรูปแบบต่างๆ ก็ตาม แต่ใช่ว่าไทยจะเป็นตัวเลือกเดียวของกองถ่าย เพราะเค้าโครงเรื่องเกี่ยวกับเอเชียก็มีประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่เห็นการเติบโตอันหอมหวลทั้งรายได้จากการถ่ายทำและรายได้จากการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ และมีแนวทางสร้างแรงจูงใจกองถ่ายให้เข้ามาถ่ายทำในรูปแบบต่างๆ เช่น ต้นทุนการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต่ำกว่า จากค่าครองชีพ และให้สิทธิประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำจะกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของกองถ่ายที่ต้องการประหยัดต้นทุนเช่นกัน อย่างเช่นสิงคโปร์และมาเลเซียที่ให้สิทธิประโยชน์คืนเงินกองถ่าย 40% และ30% ตามลำดับในการเข้ามาถ่ายทำในประเทศ
ส่วนในประเทศไทย ได้ให้สิทธิประโยชน์กับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทยสูงสุด 25% แบ่งได้ดังนี้ 1. ได้รับเงินคืน 15% สำหรับกองถ่ายที่ใช้งบขั้นต่ำ 50 ล้านบาท 2. ให้เงินคืนเพิ่ม 3% เมื่อจ้างงานคนไทยในตำแหน่งที่สำคัญ 3. ให้เงินคืนเพิ่มอีก 2% สำหรับกองถ่ายที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ตามที่ไทยกำหนด 4. ให้เงินคืนเพิ่มอีก 5% สำหรับกองถ่ายที่ทำ Post-Production ในไทย ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้คาดว่าจะบังคับใช้ต้นปี 2560
ถ้า Hollywood มาไทยเกิดแน่
EIC ได้วิเคราะห์ว่าส่วนใหญ่แล้วภพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเป็นภาพยนตร์ฟอร์มเล็ก และถ้าไทยต้องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ต้องดึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จาก Hollywood เข้ามาถ่ายทำให้ได้ ด้วยแรงจูงใจที่น่าสนใจกว่านี้ เช่นการคืนเงินเพิ่มขึ้นกับภาพยนตร์ที่มีดารา Hollywood แสดงที่ใช้ไทยเป็นโลเคชั่นหลักเกิน 50% ของเรื่องและมีการเสนอความเป็นไทยผ่านภาพยนตร์ เนื่องจากภาพยนตร์ Hollywood ออกฉายในหลากหลายประเทศ มีดาราเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดี
โลเคชั่นไทยเนื้อหอมที่สุดกับประเทศไหน
2558 จำนวน 721 เรื่อง
ญี่ปุ่น 20%
อินเดีย 17%
ยุโรป 15%
จีน 6%
อื่นๆ 43%
2557 จำนวน 607 เรื่อง
ญี่ปุ่น 17%
อินเดีย 19%
ยุโรป 13%
จีน 5%
อื่นๆ 46%
2556 จำนวน 723 เรื่อง
ญี่ปุ่น 23%
อินเดีย 20%
ยุโรป 10%
จีน 5%
อื่นๆ 44%
ที่มา : EIC จากข้อมูลกองกิจการภาพยนตร์ และกรมการท่องเที่ยว, 2559
