เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวที่ดินที่หลายแปลงไม่ใช่มีดีแค่ราคา แต่มีสตอรี่ด้วย (วิเคราะห์)

เจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี ในอดีตเคยเป็นพ่อค้าหาบของขายอยู่ในย่านสำเพ็ง ทรงวาด แต่มีโอกาสสร้างความมั่งคั่งจากการไปทำธุรกิจสุรา ที่ต้องมีระบบอุปถัมภ์และสัมปทาน ต้องอาศัยเส้นสายผ่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในสังคมมากมาย

จากคนที่เคยเดินตามหลังผู้ใหญ่ ต้องคอยไหว้ผู้คนอย่างนอบน้อม

กลายเป็นเจ้าของที่ดินที่อดีตเคยเป็นของ “เจ้านาย” และ “ตระกูลเก่าแก่ที่มั่งคั่ง” หลายแปลงมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ร้อยรัดกับสังคมไทยมานานนับศตวรรษ

เป็นเรื่องเล่าที่วัลลภาและประณต ลูกสาวและลูกชายของเจ้าสัวเจริญ ที่เข้ามารับผิดชอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ของตระกูล  เอ่ยถึงอย่างภาคภูมิใจ  

 “เราพัฒนาโครงการบนที่ดินแปลงประวัติศาสตร์” มาดูกันว่ามีโครงการอะไรบ้าง

วัน แบงค็อก (One Bangkok) 

เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุดของตระกูล สิริวัฒนภักดี บนพื้นที่ 104 ไร่ ริมถนนพระราม 4 

มีมูลค่าการลงทุน 120,000 ล้านบาท และกำลังพัฒนาในรูปแบบมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัย

ที่ดินแปลงนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเตรียมทหารมาตั้งแต่ปี 2504 รวมทั้งเป็นที่ตั้งของกองพันทหารสื่อสาร สวนลุมไนท์บาซาร์ ก่อนที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จะเอามาเปิดให้เอกชนประมูล 

ในปี 2557 กลุ่มเจ้าสัวเจริญประมูลชนะผู้ประกอบการรายอื่น ๆ อีก 18 ราย ได้กรรมสิทธิ์ในการเช่า 60 ปี   

วันที่ 3 เมษายน 2560 เป็นวันเผยโฉมและเปิดโครงการวัน แบงค็อก เป็นครั้งแรก 

คาดว่าเปิดให้บริการเฟสแรกในปี พ.ศ. 2566 ส่วนเฟส 2 เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2569

เวิ้งนาครเขษม

 ที่ดินแปลงนี้มีจำนวนประมาณ 14 ไร่เคยเป็นทรัพย์สินมรดกของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต (ทูลกระหม่อมบริพัตร) 

 เป็นย่านการค้าที่รุ่งเรืองมากแห่งหนึ่งในอดีต โดยเฉพาะร้านขายวัตถุโบราณ ร้านจำหน่ายเครื่องดนตรี ร้านขายหนังสือเก่า

ต่อมาเป็นสมบัติกองมรดกรวมของตระกูล 5 ตระกูล ประกอบด้วย กิติยากร สวัสดิวัตน์ เทวกุล โสณกุล และบุณยะปานะ  

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 255 ได้โอนกรรมสิทธิ์ขายที่ดินให้กับบริษัท ทีซีซี เวิ้งนาครเขษม จำกัด ด้วยราคาประมาณ 4,800 ล้านบาท 

ปัจจุบันโครงการนี้บริหารโดย บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ที่มีวัลลภา ไตรโสรัส ลูกสาวคนที่ 2 ของเจ้าสัวเจริญ เป็นแม่ทัพหลักในการบริหารจัดการ

เวิ้งนาครเขษม วางแผนพัฒนาให้เป็นโครงการ แบบ Mixed Development ทั้งโรงแรม ที่อยู่อาศัย และค้าปลีกด้วยการลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท

โดยดึงเสน่ห์และอนุรักษ์ความเป็นไชน่าทาวน์ ร้านค้าปลีกใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และเส้นทาง มรดกทางประวัติศาสตร์ เป็นจุดขายสำคัญ

เริ่มก่อสร้างในปี 2565 คาดว่าแล้วเสร็จปี 2570 

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

บนพื้นที่ 72 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง เดิมเคยเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าของบริษัทอีสต์เอเชียติก เป็นการเปิดประตูการค้าสากลระหว่างประเทศไทยและทวีปยุโรป ในสมัยรัชกาลที่ 5

ทางกลุ่มเจ้าสัวเจริญได้เข้ามาพัฒนาเป็นโครงการไลฟ์สไตล์แห่งแรกริมแม่น้ำเจ้าพระยาและเปิดตัวไปเมื่อปี 2555

ในส่วนพื้นที่ที่เหลือกำลังวางแผนสร้างเป็น Iconic Landmark แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม

 ประกอบด้วย โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ, โรงแรมเจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์ รวมถึง ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ แบรนเด็ด เรสซิเดนส์ ซึ่งเป็นเซอร์วิส เรสซิเดนส์

มีแผนเปิดให้บริการเริ่มจากเปิดโซนค้าปลีกและสำนักงานในปี 2567

สาทร สแควร์

บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โกลเด้นแลนด์ หรือ GOLD ที่ก่อตั้งโดยคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ตั้งแต่ปี 2521

เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เจ้าสัวเจริญเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ตั้งแต่ปี 2556 และพลิกฟื้นจากผลประกอบการที่ขาดทุนเป็นกำไรมาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนั้นก็เข้ามาซื้อกิจการแบบเบ็ดเสร็จไปเมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ผ่านทางบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่มีชื่อลูกชายคนเล็ก ปณต สิริวัฒนภักดี เป็นประธานในการบริหาร

ซึ่งหนึ่งในทรัพย์สินที่ได้มาคือโครงการสาทร สแควร์ บริเวณถนนสาทรเหนือ ตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์

ภายในโครงการนี้มีโรงแรม ดับเบิลยู กรุงเทพฯ ซึ่งส่วนหนึ่งของโรงแรมคือ สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย) ซึ่งเดิมคือ บ้านหลวงสาทรราชายุกต์ (ยม พิศลยบุตร) ผู้รับเหมาขุดคลองในพระนครของยุคนั้น

ปัจจุบันอาคารหลังนี้เป็นอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของกรมศิลปากร และทางโรงแรมได้จัดให้เป็นห้องจัดเลี้ยงที่คลาสสิก ในชื่อของ “เดอะเฮ้าส์ออนสาทร”

อาคารอีสต์เอเชียติก

หลายคนคงเคยสะดุดตากับอาคารสีขาวเก่าแก่ Style Neo-Renaissance ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่ยังคงร่องรอยความสวยงาม ทั้ง ๆ ที่มีอายุประมาณ 130 ปี  

เดิมเป็นสำนักงานของบริษัท อีสต์เอเชียติก (The East Asiatic Company: EAC) บริษัทสัญชาติเดนมาร์กประจำประเทศไทย 

ในปี พ.ศ. 2538 บริษัทได้ย้ายไปยังสำนักงานแห่งใหม่ที่ลุมพินี ทาวเวอร์ บนถนนสาทร

อาคารหลังนี้ถูกขายให้กับ เจริญ สิริวัฒนภักดี

จากการที่มีโครงการอสังหาฯ ที่กำลังทำการก่อสร้างในมืออยู่หลายโครงการทำให้อาคารเก่าริมแม่น้ำหลังนี้ถูกเลื่อนแผนพัฒนาออกไปหลายครั้ง

รอจังหวะและเวลาเหมาะ ๆ เราจะเห็นโครงการหรูที่คลาสสิก มีกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์เป็นเป้าหมายอีกแห่งหนึ่งแน่นอน

ทั้ง 5 โครงการเป็นมรดกแห่งประวัติศาสตร์ที่กำลังอยู่ในมือของตระกูลสิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีอันดับ 87 ของโลกและมหาเศรษฐี อันดับ 3 ของเมืองไทย และมีมูลค่าทรัพย์สิน 3.98 แสนล้านบาท 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน