มองเข้าไปในครัวเชื่อว่าเกือบทุกบ้านต้องมีผลิตภัณฑ์ “โรซ่า” อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารกระป๋อง ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส หรืออาหารบรรจุซอง

เกือบ 5 ทศวรรษที่แบรนด์ “โรซ่า” ดำเนินธุรกิจในกลุ่มสินค้าอาหารสำเร็จรูปในฐานะผู้ผลิตอาหารคุณภาพที่มุ่งมั่นเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยมาโดยตลอด และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากผลประกอบการปี 2563 ที่ผ่านมา โรซ่ามีรายได้รวมกว่า 4,130 ล้านบาท และสามารถเข้าถึงครัวเรือนไทยได้มากถึง 38% โดยผลิตภัณฑ์ซอสมะเขือเทศเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดที่ครองส่วนแบ่งถึง 70%  และปลากระป๋องเป็นผู้นำอันดับ 2 ที่มีส่วนแบ่งราว 18%

มาวันนี้ โรซ่า ก้าวสู่ปีที่ 50 ก็ยังคงไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าประกาศแผนโร้ดแมป 5 ปี “One Home, One Roza” เพื่อปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุม 80% ของครัวเรือนไทย ทั้งกลุ่มครอบครัวดั้งเดิม และครอบครัวยุคใหม่ ภายในปี 2568

ก่อนเล่าถึงแผนโร้ดแมปดังกล่าว มาย้อนกลับไปดูก่อนว่าที่ผ่านมา ปัจจัยแห่งความสำเร็จของแบรนด์โรซ่าคืออะไร

1. มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่าน 4 แกนหลัก คือคุณภาพ รสชาติถูกปาก ความสะดวกสบาย และนวัตกรรม

โรซ่านับเป็นแบรนด์แรกๆ ที่คิดค้นนวัตกรรมสินค้า (First Mover) เพื่อขับเคลื่อนเทรนด์ใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ซอสมะเขือเทศ และซอสพริกแบบขวดบีบ (Squeeze Bottle) และผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารพร้อมทาน “โรซ่าพร้อม” กับหลากหลายเมนู มาพร้อมนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แบบซอง Retort Pouch เจ้าแรกในตลาดอาหารพร้อมทาน ซึ่งตอบโจทย์คนที่มีเวลาน้อยแต่ต้องการอาหารคุณภาพที่มีประโยชน์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์โรซ่าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารกระป๋อง: ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศและปรุงรส ปลาทูน่า และผักกาดดอง กลุ่มซอส: ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และซอสปรุงรสอื่นๆ และกลุ่มอาหารบรรจุซอง: โรซ่าพร้อม และผักกาดดอง

โรซ่าจึงมีผลิตภัณฑ์ทั้งหมดรวมกว่า 200 SKU ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุม

2. มุ่งมั่นในการเดินหน้าตอบแทนสังคมผ่านโครงการ CSR ต่างๆ ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เช่น โฮมฮักรักลูกหลานโภชนาการดี และโฮมฮักนักกีฬาน้อย เหล่านี้คือความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นของโรซ่าที่ต้องการเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

3. ดูแลบุคลากรในองค์กร พัฒนาศักยภาพทั้ง Soft Skill & Hard Skill เสริมอาวุธ อัปเดตความรู้ใหม่ๆ เพื่อให้พนักงานทุกคนปรับตัวกับความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพออกสู่ผู้บริโภค รวมถึงส่งเสริมให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีความสุขในการทำงาน

เมย์ วังพัฒนมงคล กรรมการบริหาร บริษัท ไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตอาหารคุณภาพเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีสำหรับคนไทยภายใต้แบรนด์โรซ่า

 “One Home, One Roza” จากนี้ไปทุกบ้านต้องมีโรซ่า

เมย์ วังพัฒนมงคล กรรมการบริหาร บริษัท ไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตอาหารคุณภาพเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีสำหรับคนไทยภายใต้แบรนด์โรซ่า “ผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดรายได้รวมที่ 4,130 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จนี้ มาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีประโยชน์ มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และเข้าถึงได้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่มีพฤติกรรมการทานอาหารที่บ้านมากขึ้น และเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ

“สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของโรซ่าในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ บริษัทฯ เตรียมรุกตลาดด้วยแนวคิด “One Home, One Roza” พร้อมสานต่อพันธกิจในการทำหน้าที่เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัวไทยผ่านการพัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีประโยชน์ และมีคุณภาพ โดยเน้นให้สอดคล้องกับดีมานด์ของตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าทุกครัวเรือนไทยจะต้องมีสินค้าของโรซ่าอย่างน้อยบ้านละ 1 ชิ้น ครอบคลุม 80% ของครัวเรือนในประเทศภายในปี 2568”

กลยุทธ์หลักสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายของโรซ่าสำเร็จได้ คือ

“Market Penetration” เจาะทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น ในทางกลับกันลูกค้าก็เข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น โรซ่าได้พัฒนาช่องทางการขายสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอี-คอมเมิร์ซที่มีการเติบโตสูง และมาร์เก็ตเพลสยอดนิยม ควบคู่ไปกับการพัฒนาช่องทางการขายเดิมให้มีประสิทธิภาพ

“Innovative Product Development” นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรม เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม โรซ่านำจุดแข็งอย่างการเป็นเจ้าแห่งอาหารสำเร็จรูปมาเสริมแกร่งด้วยการคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ และใส่นวัตกรรมเข้าไป ทำให้โรซ่ายังคงเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าหลากหลายตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

ยกตัวอย่างสินค้า เช่น ซอสปรุงสำเร็จ อาหารพร้อมทาน หรือซอสมะเขือเทศในแพคเกจจิ้งที่ง่ายต่อคนใช้ โดยโรซ่ามีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่องปีละ 5-10 รายการเลยทีเดียว

ทั้งนี้ โรซ่ายังเตรียมเดินหน้าทำตลาดอย่างเต็มกำลัง ภายใต้งบการตลาดทั้งปีกว่า 100 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำการเป็น “Roza Family Food” หรือแบรนด์ที่มีสินค้าหลากหลาย และครอบคลุม ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว

ล่าสุดกับการ เปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี “50 ปี โรซ่า แฟมิลี่ฟู้ด เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว” กับแนวคิด “Reconnecting Family Bonds” เพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวด้วยการทำให้ “อาหารบ้านบ้าน” เป็นศูนย์กลางของบ้าน

โดยแคมเปญนี้ โรซ่าได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ทำกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจรเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างที่กล่าวในข้างต้น ซึ่งโรซ่าเลือกทำตั้งแต่

เปิดตัวหนังโฆษณา “Home Food Story – อาหารบ้านบ้าน อาหารที่มีเรื่องเรา” ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวผ่านเมนูอาหารบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ที่สื่อสารทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

การจัดทำ Family Bond Quiz แบบทดสอบออนไลน์ที่จะทำให้ทุกคนรับรู้ถึงคุณค่า และเห็นความสำคัญของการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันกับคนในครอบครัวผ่านเรื่องราวเมนู “อาหารบ้านบ้าน”

การสร้างสรรค์มินิซีรีส์ “จากสูญ…ถึงสิบ” โดยร่วมกับทีวีธันเดอร์ผลิตคอนเทนต์ที่ถ่ายทอดความสำคัญของ “ความสัมพันธ์ในครอบครัว” ในรูปแบบต่างๆ ผ่านเรื่องราวของตัวละครแต่ละช่วงวัย เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน และคนทั่วไป รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่องทางต่างๆ

แคมเปญเหล่านี้คือส่วนหนึ่งในการตอกย้ำ Brand Belief และคุณค่าของโรซ่าที่มุ่งมั่งมาอย่างต่อเนื่องตลอด 50 ปี โดย    โรซ่าเองทำหน้าที่เป็นแบรนด์อาหารที่อยู่คู่ครอบครัวไทย และเป็นตัวกลางในการเชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัวไทยตลอดไป เพื่อสร้างพื้นฐานครอบครัวที่แข็งแรง และนำไปสู่สังคมคุณภาพ

จาก Key Success ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์, ความมุ่งมั่นในการตอบแทนสังคม ตลอดจนการดูแลและพัฒนาคนในองค์กร ทั้งสามข้อนี้คือเสาหลักสำคัญที่ทำให้โรซ่าเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เมื่อรวมกับ 2 กลยุทธ์หลักที่จะใช้ขับเคลื่อนองค์กรนับจากนี้ไปอย่าง “Market Penetration” ที่จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น และ “Innovative Product Development” ที่จะทำให้โรซ่าเป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ๆ ให้ตลาดอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเป็นการเสริมเกราะอย่างการเป็น Brand Modernization ที่ทันสมัยอยู่คู่กับผู้บริโภคมาทุกยุค และการเป็น First Mover ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทรนด์อาหารใหม่ๆ ให้แข็งแกร่งขึ้น

อีกทั้งแคมเปญ “50 ปี โรซ่า แฟมิลี่ฟู้ด เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว” กับแนวคิด “Reconnecting Family Bonds” ที่โรซ่าสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เน้นย้ำเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของผู้บริโภคทุกช่วงวัย ตรงนี้ทำให้โรซ่าเข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจนในเรื่องของการเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ และทำให้หลายคนเห็นความสำคัญของการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันกับคนในครอบครัวมากขึ้น ถือเป็นการสร้างแบรนด์กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน และคนทั่วไปได้ไม่ยาก

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือทิศทางของ โรซ่า ที่เดินหน้าบุกตลาดแบบ 360 องศา ไม่เพียงแต่สะท้อน Brand Attitude แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมในเชิงบวกให้กับตลาดอาหารสำเร็จรูปอีกครั้ง

ส่วนแนวคิด “One Home, One Roza” จะทำให้โรซ่าสำเร็จได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ต้องตามลุ้นกัน

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน