ในวันนี้ CLMV ได้กลายเป็นประเทศเนื้อหอมที่นักลงทุนต่างชาติหมายมั่นปั้นมือที่จะเข้ามาวางรากฐานสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจ จากการเติบโตของ GDP เฉลี่ยรวมทั้ง 4 ประเทศสูงถึง 7-8% โดยเมียนมาร์เป็นประเทศที่มีการเติบโตสูงสุดถึง 8-9%

เมื่อ CLMV เป็นตลาดที่น่าจับตามอง และประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภค CLMV ที่มองสินค้าและบริการไทยเป็นของดีมีคุณภาพ แล้วนักธุรกิจไทยจะไป CLMV จะต้องรู้ Insight อะไรบ้าง

1.เมียนมาร์เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดใน CLVM

เมียนมาร์ เปิดประเทศได้ไม่กี่ปี ตอนนี้อยู่ในช่วงปรับตัวจากเดิมอยู่ในสังคมที่เปิดมาตลอด ชาวเมียนมาร์กำลังตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยเห็น จากสิ่งต่างๆ ที่กำลังวิ่งเข้าไปหาพวกเขาในประเทศ ทั้งนักท่องเที่ยว สินค้า และคนเมียนมาร์ที่ออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น เพราะในอดีตชาวเมียนมาร์ไม่สามารถทำพาสปอร์ตออกนอกประเทศได้ มีสายการบินตรงมายังเมียนมาร์ไม่ขาดสายด้วยเที่ยวบินต่อวันจำนวนมาก ศักยภาพในการเข้าออกประเทศเมียนมาสูงมาก

และช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศกำลังหา Identity ตัวเอง อะไรคือสิ่งที่ใช่ เมียนมาจะโตอย่างก้าวกระโดด และสเต็ปการเรียนรู้ชองชาวเมียนมาจะก้าวข้ามบางช่วงบางตอนที่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ปิดประเทศไปยังสิ่งใหม่ๆ ในทันที เช่นในอดีตยังไม่เคยมีโทรศัพท์ ไม่เคยใช้แม้กระทั้งโทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์บ้าน เครื่องแฟกซ์ คอมพิวเตอร์ ในวันนี้ชาวเมียนมาก้าวข้ามไปใช้สมาร์ทโฟนบนเครือข่าย 4G โทรหากันด้วย Face Time หรือแม้แต่การเก็บเงิน จากที่เคยเก็บเงินไว้ในบ้าน เปลี่ยนเป็นสู่ Mobile Money โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร ด้วยการใช้หมายเลขมือถือเป็นเลขบัญชีธนาคาร

สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมาร์ทั้งหมดทำให้เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดใน CLVM ด้วยเหตุผล 1. คู่แข่งยังน้อย จากประเทศเปิดใหม่ 2. ฐานกำลังซื้อมาก จากประชากรในประเทศที่มีมากถึง 50 กว่าล้านคน เมื่อเทียบกับลาวและกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศเปิดใหม่เช่นกัน แต่มีจำนวนประชากรที่น้อยกว่า

2.เวียดนามกำลังซื้อสูงสุด

เมียนมาร์ไม่ใช่ประเทศมีกำลังซื้อสูงสุด ประเทศที่มีกำลังซื้อสูงสุดคือเวียดนาม จากประชากรทั้งประเทศ 90กว่าล้านคน และเปิดประเทศมาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปี ทำให้เกิดการแข่งขันสูง นักธุรกิจไทยจะเข้าไปบุกตลาดมีคู่แข่งมากหน่อย และบริษัทโลคอลในเวียดนามมีความแข็งแกร่งสูงเมื่อเทียบกับเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจจะตีตลาดค่อนข้างยาก

และการเข้าไปเจาะตลาดเวียดนามของชาวต่างชาติก็มีเรื่องให้นักธุรกิจเรียนรู้จากความแตกต่างระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ จากอดีตที่เวียดนามเคยแบ่งเป็น2ประเทศ ชาวเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้จึงมีความแตกต่างกันสิ้นเชิง และลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นประเทศแคบๆ ยาวๆ การเดินทางจากโฮจิมิซิตี้ไปฮานอยไกลกว่าไทยไปโฮจิมินซิตี้ หรือฮานอยเสียอีก

ชาวเวียดนามเหนืออยู่ใกล้เหมืองหลวง จะมีระเบียบวินัย มี Brand Loyalty สูง ทำอะไรมีขั้นมีตอน วางแผนล่วงหน้า ส่วนเวียดนามใต้ ในอดีตเมืองไซง่อนเป็นเมืองท่า และเคยชินกับการทำการค้าซื้อมาขายไป เงินผ่านมือเร็ว และไม่คิดถึงเงินเพื่ออนาคตมากนัก เพราะสามารถหาเงินได้ง่ายๆ จากการค้า และห่างไกลจากเมืองหลวง ไลฟ์สไตล์ของเวียดนามใต้จึงมีความยืดหยุ่นกว่า คนเวียดนามเหนืออาจมองเวียดนามใต้ว่าเป็นคนเห็นแก่เงินไม่มีระเบียบ เวียดนามใต้มองเหนือเป็นคนช้า ทำอะไรมีกฎระเบียบตลอดเวลา 2 ไลฟ์สไตล์นี้มีความสำคัญมากเพราะลงไปในรากเหง่าของคนทั้งประเทศ

นักธุรกิจที่เข้าไปทำธุรกิจที่เวียดนามจึงต้องกำหนดชัดเจนว่าจะนำสินค้าเข้าทำตลาดในเวียดนามเหนือหรือใต้ เพราะเวียดนามเหนือ และใต้มีความต่างกันมาก เสียงที่ใช้ในภาพยนตร์โฆษณาก็ต้องเป็นสำเนียงในแต่ละท้องที่ เพราะถ้านำสำเนียงเวียดนามเหนือไปใช้กับเวียดนามใต้คนเวียดนามใต้จะไม่ตอบรับสินค้านั้น รวมถึงการแต่งตั้งดิสทริบิวเตอร์ในเวียดนามเหนือและใต้จะต้องเป็นดิสทริบิวเตอร์คนละรายกัน เพราะดิสทริบิวเตอร์เหนือและใต้จะมีความแข็งในพื้นที่ของตนเองเท่านั้น เพราะสังคมเวียดนามเป็นสังคมที่อาศัย Relation Ship เกื้อหนุนกัน เรื่องพวกนี้นักธุรกิจไทยต้องศึกษา

3.ลาวโอกาสสินค้าวัยรุ่น

ถึงแม้ว่า ประชากรใน CLMV จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 20 ต้นๆ ต่ำกว่าไทยประมาณ 10 ปี สินค้า โดยลาวเป็นประเทศที่อายุเฉลี่ยประชากรเกือบเด็กที่สุดในโลกมีอายุเฉลี่ยเพียง 19 ปีกว่า ประชากรลาวจะรับสินค้าเทคโนโลยี Gadget สินค้าวัยรุ่นได้อย่างรวดเร็ว

4.กัมพูชาเปิดกว้างสำหรับนักธุรกิจ

กัมพูชา อดีตเป็นประเทศที่ผ่านส่งครามในประเทศมาอย่างยาวนานและเมื่อเปิดประเทศ กัมพูชากลับกลายเป็นประเทศที่เปิดประเทศเสรีให้กับบริษัทต่างชาติสามารถเข้าไปเป็นเจ้าของธุรกิจบางธุรกิจได้ 100% และสิ่งที่เกิดหลังจากต่างชาติเข้าไปลงทุนคือแรงงานในประเทศเติบโตไม่ทันความต้องการ และจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศอื่นเข้ามา

ประชากรชาวกัมพูชาเปิดกว้างรับสิ่งใหม่ๆ ทั้งความคิด วัฒนธรรม จากระบบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย และรายได้หลักของกัมพูชามาจากการบริจาคขององค์กรต่างๆ เช่น UNBP ค่อนข้างมาก ใน 10-15 ปีที่ผ่านมามีชาวต่างชาติเข้าไปทำงานกัมพูชาจำนวนมาก ทำให้ชาวกัมพูชาคุ้นเคยและเรียนรู้กับชาวต่างชาติ

ทั้งนี้ ตลาดCLMV มีศักยภาพมากกว่าที่คนไทยคาดไว้ และมองว่าประเทศเกิดใหม่อย่าง CLMV อาจมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบ่อยเนื่องจากเป็นประเทศที่เกิดใหม่กฎหมายจึงต้องปรับเพื่อความเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา

ที่มา : Havas River Orchid ผู้ให้บริการการสื่อสารการตลาดใน CLMV, กรกฎาคม 2559



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer