Nexon ทำความรู้จักบริษัทเกมที่ผู้ก่อตั้งเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของเกาหลีใต้

เมื่อพูดถึง Soft Power ของเกาหลีใต้แล้ว คนส่วนใหญ่จะนึกถึงอุตสาหกรรมบันเทิง อย่างเพลง ภาพยนตร์ ซีรีส์

แต่ในความเป็นจริง Soft Power ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงของเกาหลีใต้คือ อุตสาหกรรมเกม

โดยพิจารณาจากมหาเศรษฐี 10 อันดับแรกของเกาหลีใต้ ซึ่งจัดอันดับโดย Forbes เป็นนักธุรกิจจากวงการเกมถึง 2 คน อีกทั้งคนหนึ่งยังรวยเป็นอันดับ 3

มหาเศรษฐีอันดับ 3 แห่งเกาหลีใต้ อันดับ 1 แห่งอุตสาหกรรมเกม คนนั้นคือ คิมจุงจู (Kim Jung-ju) แห่ง Nexon

คิมจุงจู เป็นใคร?

คิมจุงจู (Kim Jung ju) เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1968 ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ปัจจุบันเขาเป็นทั้งนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ นักลงทุนรายใหญ่ และผู้ก่อตั้งบริษัทเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ Nexon Co เขายังเป็นประธานและซีอีโอของ NXC Corporation ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของ Nexon และเป็นหุ้นส่วนที่ Collaborative Fund ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในนิวยอร์กอีกด้วย

ชีวิตวัยเด็กเต็มไปด้วยแรงสนับสนุน

ชีวิตวัยเด็กของคิมจุงจูเรียกได้ว่าไม่ลำบาก เพราะเขาได้รับการดูแลอย่างดีจากพ่อที่เป็นทนายความและแม่ที่เป็นนักเปียโนของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอย่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล จากการสนับสนุนของครอบครัวทำให้คิมจุงจูได้มีคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง ซึ่งในปี 1980 ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นสินค้าที่ราคาแพงและจับต้องได้ยากสำหรับเด็ก ๆ เลยทีเดียว

ตั้งแต่เด็ก คิมจุงจูชื่นชอบการเล่นเกมเป็นอย่างมาก และเขายังชอบถอดประกอบคอมพิวเตอร์เพื่อดูกลไกภายในอีกด้วย ทำให้ตอนเข้ามหาวิทยาลัย เขาต้องเลือกกับทางเดินในชีวิต 2 ทาง คือ การเลือกตามรอยแม่ เป็นนักดนตรี ซึ่งคิมจุงจูก็ได้เรียนไวโอลินตั้งแต่เด็กและยังชนะการประกวดในระดับนักเรียนหลายรายการอีกด้วย หรือการเลือกทำตามสิ่งที่เขารัก สิ่งที่เขาชื่นชอบตั้งแต่เด็กอย่างการเรียนด้านคอมพิวเตอร์

หลังจากปรึกษาครอบครัวเกี่ยวกับหนทางในอนาคตแล้วนั้น คิมจุงจูก็ได้ตัดสินใจเข้าเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และหลังจากสำเร็จการศึกษาเขาก็ได้ไปเรียนต่อที่ปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและวิทยาการคอมพิวเตอร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงเกาหลี นอกจากนี้ เขายังได้รับปริญญา MFA สาขาการจัดการศิลปะจากเกาหลี มหาวิทยาลัยศิลปากรแห่งชาติอีกด้วย

เริ่มต้นทำธุรกิจในสิ่งที่ชอบ

หลังจากคิมจุงจูสำเร็จการศึกษา เขาก็ยังเป็นเขาคนเดิม เป็นคนที่รักและชื่นชอบในการเล่นเกม แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่เขาเจอขณะเล่นเกมตั้งแต่สมัยเด็กก็คือ การเล่นเกมคนเดียวหรือการเล่นเกมกับ AI ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งพอเล่นไปนาน ๆ แล้ว เกมก็จะน่าเบื่อขึ้น ดังนั้นในปี 1994 เขาเลยเปิดบริษัทเกมเป็นของตัวเอง ‘Nexon’ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างเกมรูปแบบใหม่ที่คนมาเล่นพร้อมกันได้เป็นจำนวนมากโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่กำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้น

จนกระทั่งในปี 1996 เขาได้เปิดตัวเกมแรก ‘Nexus: The Kingdom of the Winds’ เกมออนไลน์แรกในประเทศเกาหลีใต้ และเกมนี้ถูกยกย่องว่าเป็นต้นแบบของเกมแนว MMORPG ของโลก ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวเกมนี้มาก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างรวดเร็วจากเกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้ และในปีถัดมาเกมนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนสามารถเปิดเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเกม Nexus: The Kingdom of the Winds ก็ยังคงเปิดให้บริการมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา 25 ปีแล้ว

ก้าวสู่ความสำเร็จของ Nexon

Nexus: The Kingdom of the Winds ถือเป็นแค่ก้าวแรกของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เท่านั้น เพราะบริษัท Nexon ยังมีผลงานอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น Kart Rider เกมแข่งรถที่สามารถเล่นได้ข้ามแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวซึ่งเป็นที่นิยมในคนยุคใหม่ของคนเกาหลี Dungeon Fighter Online เกมที่มีฐานผู้เล่นจำนวนมากตั้งแต่ปี 2005 หรือ MapleStory เกมชื่อดังที่คนไทยหลายคนชื่นชอบ

ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้Nexonเติบโตไปเป็นบริษัทเกมที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีอย่างรวดเร็ว จากนั้นในปี 2005 บริษัทNexonถูกแบ่งออกเป็นNexon Holdings ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งในปัจจุบัน ดูแลโดยคิมจุงจู และสำนักงานในเกาหลีของNexonทั้งหมดขายให้กับNexon Japan ซึ่งเป็นการตัดสินใจย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังญี่ปุ่น ประเทศที่ถูกยกให้เป็นเจ้าแห่งวงการเกม ทำให้บริษัทNexonเป็นบริษัท IT สัญชาติเกาหลีแห่งแรกที่เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นโตเกียวในปี 2011 โดยหุ้นของNexon Japan มีมูลค่าตลาดในขณะนั้นอยู่ที่ 8 ล้านล้านวอน หรือ 7.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2008 บริษัทNexonก็ได้ทุ่มเงินมากกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ในการซื้อกิจการและการลงทุน โดยขยายขอบเขตไปทั่วโลกโดยเฉพาะในจีน จึงทำให้คิมจุงจูเป็นที่รู้จักในด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะบริษัทเกมเท่านั้น เพราะเขายังได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Bricklink ตลาดซื้อขายของเล่นเลโก้ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และลงทุนในด้านต่าง ๆ ในฐานะที่เป็นแฟนตัวยงของเลโก้มาตลอดชีวิตอีกด้วย

ในปี 2014 คิมจุงจูได้เข้าซื้อกิจการ Stokke ซึ่งเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็กระดับพรีเมียม และต่อมาได้ซื้อ JetKids เพื่อเข้าร่วมกับ Stokke ในปี 2018 ไม่เพียงเท่านี้ เขายังซื้อกิจการอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น Korbit ในปี 2017 และ Bitstamp ในปี 2018 เป็นต้น

สนับสนุนด้านการกุศล

ไม่เพียงเท่านี้ คิมจุงจูยังสนับสนุนเยาวชนรุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี สุขภาพ และการศึกษา ในปี 2013 เขาก่อตั้งพิพิธภัณฑ์คอมพิวเตอร์แห่งแรกของเอเชีย ‘Nexon Computer Museum’ บนเกาะเชจูในเกาหลีใต้ เขาได้รวบรวมคอมพิวเตอร์และของสะสมเกมล้ำค่าของเขามาใช้ในการเปิดพิพิธภัณฑ์เพื่ออุทิศให้กับประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยี

และในปี 2016 NXC ร่วมกับNexon และ Neople บริจาคเงินกว่า 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการก่อตั้งโรงพยาบาลฟื้นฟูเด็กแห่งแรกของเกาหลี ‘โรงพยาบาล Purme Foundation Nexon Children’s Rehabilitation’ ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

คิมจุงจูได้ก่อตั้งมูลนิธิNexon ในปี 2018 เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่อุทิศให้กับเด็ก ๆ เป็นหลัก เช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 มูลนิธิได้ประกาศบริจาคเงินจำนวน 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลฟื้นฟูเด็กแห่งที่สองที่จะสร้างขึ้นในเมืองแดจอน ประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น

เผชิญกับข่าวอื้อฉาวที่สุดในชีวิต

ในปี 2016 คิมจุงจู ผู้ก่อตั้งNexonได้ลาออกจากบอร์ดบริหารของบริษัทอย่างเป็นทางการ แต่เขาจะยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NXC Corp. ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของNexon หลังถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการทำธุรกรรมหุ้นที่น่าสงสัยและการติดสินบน เขาได้ถูกเรียกตัวไปสอบปากคำกับอัยการและ ถูกตั้งข้อหาให้สินบนประมาณ 950 ล้านวอน (814,520 ดอลลาร์)  แก่อัยการอาวุโสชาวเกาหลีใต้ จินคยองจุน

เรื่องราวอื้อฉาวของคิมจุงจูปรากฏขึ้นครั้งแรกในเดือนเมษายน เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลกิจการในท้องถิ่นส่งอัยการอาวุโสจินคยองจุนไปดำเนินคดีหลังจากที่เขารายงานว่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันในเดือนมีนาคม โดยคิมจุงจูถูกกล่าวหาว่ามอบเงินให้อัยการอาวุโสจินคยองจุน 425 ล้านวอนในปี 2005 ซึ่งอัยการอาวุโสนั้นเคยซื้อหุ้นของบริษัทNexon จำนวน 10,000 หุ้น ทำให้เขาสามารถสะสมกำไร 12 พันล้านวอนผ่านธุรกรรมหุ้นภายในปี 2015 นอกจากนี้ คิมจุงจูยังต้องสงสัยว่ามีการจ่ายเงินประมาณ 50 ล้านวอนสำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางของอัยการอาวุโสจินคยองจุน รวมทั้งการใช้เงินอีก 30 ล้านวอนในการเช่ารถ

แต่อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงกลางกรุงโซลพิพากษาว่าคิมจุงจูไม่มีความผิดในการให้สินบน เนื่องจากถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะรู้จักกัน แต่ทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะกลายเป็นอัยการอาวุโสและนักธุรกิจผู้ก่อตั้งNexonอยู่แล้ว นับตั้งแต่อัยการอาวุโสจินคยองจุนได้รับเงินจากคิมจุงจู ในการสอบสวนโดย Financial Supervisory Service ในปี 2014 พบว่าไม่มีหลักฐานว่าคิมจุงจูขอความช่วยเหลือจากอัยการอาวุโสจินคยองจุน ศาลจึงตัดสินว่าความเป็นไปได้ที่คิมจุงจูจะเล่นการพนันในธุรกิจที่ผิดกฎหมายนั้นต่ำ ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เงินที่เขาให้อัยการอาวุโสจินคยองจุนนั้นจะได้รับการสนับสนุนในอนาคต

เรื่องราวการขายหุ้นในปี 2019

นับตั้งแต่มีข่าวฉาวเกิดขึ้น แผนการขายต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเงินทุน และอุตสาหกรรมเกมทั้งหมดต้องประสบกับภาวะถดถอยในปีที่ผ่านมา เนื่องจากความล่าช้าในการเปิดตัวเกมใหม่และความยากลำบากในการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดเกมในจีน นอกจากนี้ นักการเมืองบางคนยังเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดเกมให้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมการพนันตามการผลักดันขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จัดประเภทการติดเกมเป็นโรคในกลุ่มเดียวกับการใช้สารเสพติดและการติดการพนัน

คิมจุงจูจึงต้องการทำข้อตกลงการขายหุ้นมูลค่า 16 พันล้านดอลลาร์เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเขาอยากขายหุ้น 98.6 เปอร์เซ็นต์ใน NXC ที่ตัวเองและภรรยาของเขาเป็นเจ้าของ นับว่าเป็นการขายหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอุตสาหกรรมเกม แต่แล้วคิมจุงจูต้องล้มเลิกการขายหุ้นมูลค่า 16 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีการเสนอราคาต่ำและมีผู้ซื้อเพียงไม่กี่ราย

คิมจุงจูจึงได้ขาย BrickLink ตลาดซื้อขายของเล่นเลโก้ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้กับ LEGO Group หลังจากการเลิกล้มแผนการที่จะขายหุ้นที่ถือครองในบริษัทโฮลดิ้งของNexon ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของคิมจุงจูในการจัดการกับสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของเขาแทน

บทสรุป Nexon

คิมจุงจูเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคลื่นเทคโนโลยีรุ่นแรกของเกาหลี โดยการเปิดตัวบริษัท Nexon ในฐานะการเริ่มต้นพัฒนาเกมและเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบธุรกิจเกมออนไลน์ ในปี 2010 เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ผู้นำด้านเทคโนโลยีชั้นนำของเกาหลี และในปี 2012 เขาได้รับรางวัล Presidential Award, Tin Tower Order of Industrial Service Merit จากการมีส่วนสนับสนุนในฐานะผู้ประกอบการที่โดดเด่นในเกาหลีใต้

ปัจจุบันบริษัทNexonมีเกมออนไลน์และเกมมือถือเปิดให้บริการกว่า 100 เกม ใน 190 ประเทศ ซึ่งทำรายได้หลายหมื่นล้าน โดยรายได้และกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ Forbes ยกให้คิมจุงจูอยู่ในอันดับที่ 3 ของ 50 คนที่รวยที่สุดในปี 2021 ของเกาหลี โดยมีมูลค่าสุทธิประมาณ 10.9 พันล้านดอลลาร์


อ้างอิง:

forbes / bloomberg / celebsagewiki.com / koreaherald / koreajoongangdaily.joins.com / koreaherald.com / koreajoongangdaily.joins.com / pulsenews.co.kr / gamesindustry.biz / reuters.com / reuters.com / koreatimes.co.kr / businesskorea.co.kr / wikipedia.org

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน